โดยปัจจุบัน MEA ได้ให้บริการโครงการดังกล่าวแก่หน่วยงานต่างๆ มาแล้วหลายแห่ง สามารถช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลประมาณ 21,270,000.00 kWh/ปี คิดเป็นการลดคาร์บอนไดออกไซด์ลง 11,900 tonCo2/ปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 680,000 ต้น โดยในอนาคต ยังมีแผนที่จะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย
อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาครัฐวิสาหกิจในครั้งนี้ มีสาระสำคัญ คือ 1) เพื่อส่งเสริม สนุบสนุน และให้ความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้านครหลวง และกรมอนามัย ให้พัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) โดยรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อต่อสู้ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เกิดขึ้น 2) สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนาไปสู่การเป็นต้นแบบด้านการจัดการพลังงาน และ 3) สร้างการยอมรับและไว้วางใจระหว่างการไฟฟ้านครหลวงและกรมอนามัย พร้อมทั้งติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) อุปกรณ์ประหยัดพลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือกฯ เพื่อให้กรมอนามัยเป็นหน่วยงานที่นำพลังงานทางเลือกมาใช้ทดแทน ลดการใช้พลังงาน สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ช่วยประเทศประหยัดพลังงาน ประหยัดงบประมาณ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพประชาชน โดยในอนาคตจะมีการขยายรูปแบบการประหยัดพลังงานอื่นร่วมด้วย