แม้สถานศึกษาและแหล่งการเรียนรู้สำหรับเด็กในประเทศไทยจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย กระนั้นการพัฒนาดังกล่าวยังกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเขตที่มีความเจริญหรือในกลุ่มประชากรที่สามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้เท่านั้น เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียม และดึงดูดเด็กๆ ให้มาใช้ห้องสมุดมากขึ้น นอกจากห้องสมุดที่ตกแต่งและสร้างบรรยากาศน่านั่งแล้ว ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ยังได้จัดเตรียมหนังสือและสื่อการสอนที่ทันสมัยต่าง ๆ พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียน เกมฝึกสมองและทักษะ แท๊ปเล็ตสำหรับอ่าน E-book ค้นคว้าเพิ่มเติม สื่อการสอนภาษาอังกฤษพูดได้ และระบบจัดการห้องสมุดที่ได้มาตรฐาน เพื่อการประเมินผลโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้เด็ก ๆ สามารถมาศึกษาหาความรู้และพัฒนาทักษะกันได้อย่างเต็มที่ในห้องสมุดแห่งนี้
ไม่เพียงแต่มอบอุปกรณ์การเรียน และของเล่นที่ทันสมัย แต่ทางไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะรักการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับทุกที่ที่เราไปดำเนินการปรับปรุงห้องสมุดให้อีกด้วย ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าการเข้าห้องสมุดมีเรื่องที่น่าสนใจกว่าแค่เข้ามาอ่านหนังสือ เพราะนอกจากจะสามารถค้นคว้าหาความรู้ที่ตนเองสนใจแล้ว ยังมีของเล่นและกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อีกด้วย
นอกจากนี้ในปีการศึกษาที่ผ่านมา ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ได้มีการมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “ส่งน้องเรียน สร้างเด็กรักการอ่าน” แก่นักเรียนที่เรียนดี รักการเรียนรู้ แต่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ไปแล้วทั้งสิ้นหกทุนการศึกษา (โรงเรียนละหนึ่งคน) โดยปีนี้ ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ตั้งใจจะมอบทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็กขาดโอกาสอีกจำนวน 11 ทุนรวมทั้งสิ้นเป็น 17 ทุนการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตลอดหลักสูตรสามปี
เมื่อปีที่แล้วเราได้รับเสียงตอบรับว่า ห้องสมุดที่เรามอบให้เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ มีสถิติการใช้ห้องสมุดที่มากขึ้น เห็นได้จากมีการยืมคืนหนังสือเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กหลายคนสามารถอ่านและเขียนหนังสือได้คล่องขึ้น สามารถเขียนคำภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง และจากการที่เข้าห้องสมุดอย่างหนังสือเป็นประจำ ทำให้การอ่านและจับใจความในชั้นเรียนดีขึ้น อีกทั้งเด็กๆ ยังรู้จักแบ่งปันของเล่น รู้จักการรอคอยหากมีคนอื่นยืมหนังสือเล่มที่ตนอยากอ่านไปก่อน และมีทักษะและความฉลาดด้านอารมณ์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
“เราดีใจที่เห็นเด็ก ๆ มีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้นในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความฉลาดทางด้านอารมณ์หรือด้านวิชาการ เพราะนั่นทำให้เห็นว่าสิ่งที่เรามุ่งมั่น และจัดทำภายใต้โครงการนี้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กนักเรียน ครู เยาวชน และชุมชนโดยรอบ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” คุณสเตฟานี กล่าวปิดท้าย