การลงพื้นที่จังหวัดพะเยา ครอบคลุม 5 อำเภอในครั้งนี้ ได้ส่งเสริมอาชีพทำกินโดยนำพันธุ์ไก่ไข่จำนวน 350 ตัว มอบให้ชาวบ้านอำเภอดอกคำใต้และภูกามยาว มอบเครื่องสูบน้ำโซล่าเซลล์จำนวน 2 เครื่อง เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนช่วยผันน้ำ ณ อำเภอปง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดแม่น้ำยม และทำการเกษตรกว่า 5,000 ไร่ นำชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬามอบให้โรงเรียนบ้านต้นผึ้งและโรงเรียนตชด.บ้านห้วยปุ้ม อำเภอเชียงคำ โดยได้ "เบลล์ ขอบสนาม" มาสอนทักษะและสร้างสีสันในด้านฟุตบอลให้กับน้องๆ นอกจากนี้ได้มอบไฟทางส่องสว่างโซล่าเซลล์ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับชุมชนบ้านดอนมูล อำเภอภูซาง
"เจต - ภูวกร ศรีเนียน" รองประธานกรรมการ มูลนิธิเส้นด้าย เสริมว่า "แนวคิดของกลุ่มเส้นด้าย เริ่มต้นจากเข้าไปช่วยประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จนพัฒนามาในหลายหลากเรื่อง ทำให้เราเห็นว่า...ยังมีช่องว่างมากมายในสังคม อาทิ ด้านสาธารณสุข การศึกษา การส่งเสริมอาชีพ ฉะนั้นเป้าหลักของกลุ่มคือ "ลดความเหลื่อมล้ำ" ซึ่งทุกอย่างควรถูกจัดการอย่างเป็นธรรมและดูแลโดยตรงจากรัฐ แต่ในเมื่อวันนี้ความคาดหวังดังกล่าวยังไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น เราจึงมุ่งมั่นพยายามเติมส่วนที่ขาดให้กับพี่น้องประชาชนในสังคมเท่าที่จะทำได้ก่อน
เราใช้โอกาสจากการทำงานโควิด กว่า 1 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมาก เข้ามาเป็นแนวร่วม เป็นอาสา เป็นเครือข่ายช่วยเหลือสังคม โดยมีอาสาสมัครที่หลากหลาย มาใช้ชื่อร่วมกัน ในคำว่า "เส้นด้าย"
เชื่อว่าการทำงานร่วมกับ "มูลนิธิเนชั่น" จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคม อย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมกันสร้างแรงผลักดันให้ผู้คนอีกมากลุกมาทำเรื่องดีต่อสังคม ซึ่งภายหลังจากนี้ มีแผนลงพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดสงขลา สุรินทร์ และ กรุงเทพมหานคร ในลำดับถัดไป
"ความช่วยเหลือในแต่ละด้านนั้นเปรียบเสมือนสายใยแห่งความรู้ แต่ละเส้นหากถูกถักทอเข้าด้วยกัน ก็จะเสริมสร้างปัญญาและองค์ความรู้พื้นฐานให้แข็งแรง สามารถส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อรุ่น ผมเชื่อในพลังแห่งการร่วมมือ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ได้ในสังคม" ฉาย กล่าวทิ้งท้าย