เนชั่นทีวี

ข่าว

นิกร ปัดแก้ข้อบังคับสภาแจงไม่ได้ปิดกั้นตรวจสอบฝ่ายค้าน

04 พ.ย. 2569 | titayu_pur

นิกร ปัดแก้ข้อบังคับสภาแจงไม่ได้ปิดกั้นตรวจสอบฝ่ายค้าน

“นิกร” ปัดแก้ข้อบังคับสภาหวังปิดกั้นฝ่ายค้าน แจงเสนอแก้หลายเรื่อง ชี้ กมธ. เป็นคณะตรวจสอบ ไม่ใช่อาวุธทางการเมือง ซัด ปธ.กมธ. จะทำตามใจไม่ได้

“นิกร” ปัดแก้ข้อบังคับสภาหวังปิดกั้นฝ่ายค้าน แจงเสนอแก้หลายเรื่อง ชี้ กมธ. เป็นคณะตรวจสอบ ไม่ใช่อาวุธทางการเมือง ซัด ปธ.กมธ. จะทำตามใจไม่ได้

KEY

POINTS

  • โต้แก้ข้อบังคับหวังปิดกั้นฝ่ายค้าน: นายนิกรแจงการเสนอแก้ข้อบังคับ 15 ประเด็น 4 กรอบใหญ่ มุ่งสร้างธรรมาภิบาลและความสมดุลทางกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาสกัดกั้นการทำงานของฝ่ายค้าน
  • จัดระเบียบอำนาจคณะกรรมาธิการ: กำหนดให้การออกหนังสือเรียกเอกสารหรือบุคคลและการแถลงข่าวต้องผ่านมติที่ประชุม เพื่อป้องกันการนำตราสภาไปใช้ออกหนังสือตามความพอใจส่วนตัว
  • ย้ำ กมธ. เป็นองค์คณะตรวจสอบ: ชี้เจตนารมย์ของกรรมาธิการคือการทำงานเชิงระบบเพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ใช่อาวุธทางการเมืองหรือทำตามใจประธานเพียงลำพัง

4 พฤศจิกายน 2569 นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงกรณีเสนอร่าง แก้ไขข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกวิจารณ์ว่า เป็นการลิดรอนอำนาจและ ปิดกั้นฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่า มีทั้งหมด 15 ประเด็นใน 4 กรอบใหญ่เพื่อสร้างความโปร่งใส ปรับปรุงระบบนิติบัญญัติ และจัดระเบียบ คณะกรรมาธิการ ให้มีความรัดกุม ป้องกันการใช้อำนาจเกินเลย พร้อมย้ำว่า กมธ. เป็นคณะตรวจสอบ ไม่ใช่อาวุธทางการเมือง 

 

ที่อาคารรัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวถึงกรณีการเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการปิดกั้นการทำงานของฝ่ายค้านในส่วนคณะกรรมาธิการ ว่า ตนในฐานะผู้เสนอกฎหมายไม่ได้เสนอในเรื่องของกรรมาธิการเพียงอย่างเดียว เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่มีทั้งหมด 15 ประเด็น ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้มีการเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมมาทั้งหมด 3 ร่าง ตนเลยขอเสนอเพิ่มไปอีกหนึ่งร่าง และได้บรรจุเข้าไปในวาระการประชุมแล้ว

นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

 

นายนิกร กล่าวว่า การเสนอครั้งนี้เป็นองค์รวม 4 กรอบใหญ่ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของข้อบังคับปี 2562 ซึ่งรวบรวมข้อเสนอจากพรรคการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ ได้แก่

 

  1. กรอบการพัฒนากระบวนการนิติบัญญัติ ในด้านการรักษาความสมบูรณ์ของร่าง พ.ร.บ. ในกรณีที่ สส. ลงชื่อเสนอร่างกฎหมายแต่เสียชีวิตหรือถูกร้องในภายหลัง นอกจากนี้ยังเสนอให้เปลี่ยนกรอบเวลาการแปรญัตติให้นับเฉพาะวันทำการ ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และยังกำหนดขั้นตอนในกระบวนการที่จะเสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อสามารถแสดงวิสัยทัศน์ได้เลย แม้จะเป็นบุคคลภายนอกสภา

     
  2. กรอบการยกระดับระบบกระทู้ถามและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยกำหนดเวลาถาม-ตอบกระทู้ในสภาให้กระชับไม่เกิน 20 นาทีต่อกระทู้ และจัดระเบียบกระทู้ถามในห้องประชุมใหญ่และห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะให้ตรงจุด รวมถึงอนุญาตให้ใช้ระบบสารบรรณและสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในการเสนอกระทู้และหนังสือนัดประชุม

     
  3. กรอบการปฏิรูประบบคณะกรรมาธิการ เปิดช่องให้กรรมาธิการหลายคณะประชุมร่วมกันแก้ปัญหาซับซ้อนได้ และกำหนดกติกาเลือกประธาน รองประธาน หรือประธานกรรมาธิการที่โปร่งใส ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์และการจับสลากเมื่อคะแนนเท่ากัน และแต่งตั้งนักกฎหมายนิติบัญญัติจากฝ่ายประจำมาเป็นผู้ช่วยเลขานุการกรรมาธิการเพื่อเสริมความรัดกุมทางกฎหมาย

     
  4. กรอบความโปร่งใสและการคุ้มครองสิทธิ รองรับการถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการผ่านสื่อดิจิทัล พร้อมสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอกจากการถูกพาดพิงให้ได้รับความเสียหาย

นายนิกรกล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวจึงต้องมีประเด็นเชิงเทคนิคเพื่อสร้างความสมดุล เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมาธิการถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองส่วนบุคคล ร่างข้อบังคับฯ จึงวางกลไกสร้างความสมดุลไว้ดังนี้ คือ การออกหนังสือเรียกเอกสาร/บุคคล (ร่างข้อ 7 แก้ไขข้อ 97) กำหนดให้การออกหนังสือเรียกเอกสารหรือบุคคลต้องได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมกรรมาธิการ เพื่อให้หนังสือเรียกออกในนามสภาอย่างทรงเกียรติและมีน้ำหนักทางกฎหมาย โดยป้องกันไม่ให้กรรมาธิการท่านใดท่านหนึ่งนำตราสภาไปใช้ออกหนังสือเรียกตามความพอใจส่วนตัว การกำหนดประเด็นศึกษาและการแถลงข่าว (ร่างข้อ 4 เพิ่มข้อ 92 วรรคสี่)

 

ส่วนการแถลงข่าวในนามคณะกรรมาธิการต้องได้รับมติเกินกึ่งหนึ่ง เพื่อให้ตรงกับมติขององค์คณะอย่างแท้จริง ส่วนการแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์ในนามส่วนตัวหรือในนามพรรคการเมือง สส. ทุกท่านและประธานกรรมาธิการยังคงมีเสรีภาพทำได้เต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ และการถ่ายทอดสดและการคุ้มครองประชาชน (ร่างข้อ 9 เพิ่มข้อ 98/2) ยืนยันหลักการเปิดเผยในการประชุมและอนุญาตให้ถ่ายทอดสดได้ แต่วางกลไกคุ้มครองสิทธิให้บุคคลภายนอกที่ถูกพาดพิงเสียหายจากการถ่ายทอดสด สามารถยื่นคำร้องขอชี้แจงแก้ไขความถูกต้องได้ภายใน 3 เดือน เพื่อสร้างธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ

 

โดยการเสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมืองและไม่ได้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายด้านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากแต่เป็นการสร้างความสมดุล วางหลักนิติทัศน์ และสร้างระบบคณะกรรมาธิการที่พึงประสงค์ ที่มีความรัดกุม เป็นธรรม มีธรรมาภิบาล เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถาบันนิติบัญญัติที่เข้มแข็งและสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนได้อย่างแท้จริง

 

นายนิกร กล่าวว่า ตนจึงปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาว่ามีเจตนาปิดกั้นการตรวจสอบของฝ่ายค้าน เพราะหากไปดูในข้อบังคับปี 2562 ตนเป็นผู้เสนอให้ปลดล็อกเอกสารอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะก่อนหน้านี้จะต้องส่งข้อมูลและภาพ รวมถึงคลิปต่าง ๆ ให้สภาตรวจสอบก่อน แต่ตนเป็นผู้เสนอว่าไม่ต้องตรวจสอบเอกสารหรือข้อมูลก่อน เพราะฝ่ายรัฐบาลจะไหวตัวทัน ถือเป็นการให้อำนาจกับฝ่ายค้าน นอกจากนี้ตนยังเห็นว่ากรรมาธิการไม่มีอำนาจในการเรียกมาชี้แจง จึงเป็นผู้ร่วมผลักดันในการแก้กฎหมายคำสั่งเรียกแบบที่สภาใช้อยู่ปัจจุบัน เพื่อติดอาวุธให้กรรมาธิการใช้ตรวจสอบฝ่ายบริหาร

 

นายนิกร กล่าวว่า เจตนารมณ์ของระบบกรรมาธิการคือการเป็นองค์คณะตรวจสอบ ไม่ใช่อาวุธทำลายล้างทางการเมือง เพราะกรรมาธิการคือการทำงานเชิงระบบ หากใช้อำนาจของกรรมาธิการผิดทางหรือเกินเลยจะเกิดผลกระทบอย่างร้ายแรง ดังนั้นการทำหน้าที่กำกับดูแลฝ่ายบริหารและการใช้อำนาจจึงต้องมีความรัดกุม และต้องเป็นมติของที่ประชุม ไม่ใช่ว่าประธานจะชี้หรือทำอะไรก็ได้

 

นายนิกร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลล็อกเสียงข้างมากไว้ทั้งหมด ยืนยันว่าไม่ใช่ หากใช้วิธีเสียงข้างมากจริง ฝ่ายรัฐบาลสามารถเป็นประธานคณะกรรมาธิการได้ทั้งหมด แต่เราจะเห็นว่าขณะนี้มีการแบ่งโควตาให้ฝ่ายค้าน ดังนั้นตนจึงเสนอว่าควรที่จะสลายความเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในคณะกรรมาธิการ เพราะควรที่จะเป็นองค์คณะในการตรวจสอบ ทำหน้าที่ร่วมกันไป แต่ปัจจุบันกรรมาธิการบางคณะทำตัวเป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นจึงต้องทำการตรวจสอบให้เสมอกัน

ข่าวล่าสุด