เนชั่นทีวี

ข่าว

รังสิมันต์ โรม งัดมติ 8-0 เรียกโสภณ ชี้แจงปมริบอำนาจ กมธ.

04 พ.ย. 2569 | titayu_pur

รังสิมันต์ โรม งัดมติ 8-0 เรียกโสภณ ชี้แจงปมริบอำนาจ กมธ.

เดือดสภา! “รังสิมันต์ โรม” หนามยอกเอาหนามบ่ง งัดมติเอกฉันท์ 8-0 กมธ.กฎหมายฯ เชิญ “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา ชี้แจงปมริบอำนาจ กมธ.

เดือดสภา! “รังสิมันต์ โรม” หนามยอกเอาหนามบ่ง งัดมติเอกฉันท์ 8-0 กมธ.กฎหมายฯ เชิญ “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา ชี้แจงปมริบอำนาจ กมธ.

KEY

POINTS

  • กมธ.กฎหมายฯ มติเอกฉันท์ 8-0 สู้กลับ: ที่ประชุม กมธ.กฎหมายฯ มีมติ 8-0 ไม่รับแนวทางการดำเนินงานที่มองว่าเป็นการลิดรอนและริบอำนาจการทำงานของกรรมาธิการ
  • จ่อเรียก "โสภณ ซารัมย์" เข้าชี้แจง: รังสิมันต์ โรม เตรียมเชิญประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรมาลงรายละเอียดและชี้แจงปมสถานะทางกฎหมายในนัดถัดไป
  • ปมขัดแย้งอำนาจหน้าที่ในสภา: การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดจากข้อถกเถียงเรื่องแนวทางปฏิบัติและกรอบอำนาจการทำงานระหว่างประธานสภากับคณะกรรมาธิการ

4 พฤศจิกายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยผลการประชุม กมธ.กฎหมายฯ ที่มีมติเอกฉันท์ 8-0 ไม่รับแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งที่ถูกมองว่า เป็นการลิดรอนอำนาจ พร้อมส่งหนังสือเชิญ โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร มาเข้าร่วมชี้แจงสถานะทางกฎหมาย ในนัดประชุมครั้งถัดไปอย่างเป็นทางการ 

 

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีเรียก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจง กมธ.การกฎหมายฯ กรณีอ้างว่า มีการริบอำนาจ กมธ.

 

นายรังสิมันต์ ระบุว่า เนื่องจากยังมีข้อถกเถียงในประเด็นสถานะทางกฎหมายของแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ที่ประชุม กมธ.กฎหมาย มีมติยังไม่รับแนวทางดังกล่าว (8-0) พร้อมทั้งมีมติให้เชิญประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงในที่ประชุมครั้งต่อไป

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน  ประธาน กมธ.กฎหมาย

 

"วิปค้าน" ร่อนหนังสือถึง "โสภณ" คัดค้านแนวทางจัดระเบียบกรรมาธิการ

 

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันการจัดระเบียบการทำหน้าที่กรรมาธิการ เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน และหากฝ่ายค้านเห็นว่าผิด ก็ให้ไปยื่น ป.ป.ช. ว่า มุมมองที่ฝ่ายค้านมีความเห็นต่อแนวทางของประธานสภาล่าสุด แม้จะได้ยินคำชี้แจงเพิ่มเติมจากประธานสภาฯ แล้ว ยืนยันว่ายังมีความเห็นที่แตกต่าง คือ

 

1. กังวลว่าเมื่อมีการกำหนดว่า การดำเนินการของคณะกรรมาธิการทั้งหมดไม่สามารถทำได้ หากไม่มีมติของที่ประชุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะกระทบต่อความคล่องตัวการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ และเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถสั่งการให้ สส. ของรัฐบาลที่เป็นเสียงข้างมากในกรรมาธิการ สกัดกั้นไม่ให้มีการตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แม้ว่าเรื่องนั้นจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการก็ตาม จึงกังวลใจในสาระตรงนี้

 

2. ในส่วนกระบวนการ ยอมรับว่า แม้มีการหารือกันเบื้องต้นในที่ประชุมระหว่างประธานสภาฯ - ประธานวิปรัฐบาล - ประธานวิปฝ่ายค้าน - ประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่ที่ประชุมยังคงมีความเห็นต่าง ยังไม่ได้มีข้อสรุปที่เป็นที่ยุติ ยอมรับของทุกฝ่าย และประธานสภาได้ตอบรับข้อเสนอที่ได้ทิ้งท้ายไว้ในที่ประชุม ว่าหลังจากการรวบรวมความเห็นในที่ประชุม ก่อนที่จะออกแนวทางและเวียนบังคับใช้กับสภา จะให้มีการปรึกษาหารือกันเพิ่มเติม

 

หรือการส่งตัวแทนแต่ละฝ่ายหารือในวงที่เล็กลง เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกังวลของแต่ละฝ่าย แต่แนวทางที่ออกมานั้นยังไม่ได้มีการหารือกันเพิ่มเติมตามที่ได้มีการคุยกัน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน

 

ลั่นไม่ต้องมาท้าให้ตรวจสอบ เพราะทำอยู่แล้ว พร้อมหาทางออกเรื่องนี้

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้จะออกหนังสือตามมติของวิปฝ่ายค้านเมื่อวาน ซึ่งจะทำหนังสือทักท้วงแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวทางดังกล่าว และขอเข้าหารือกับประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ กับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

 

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการที่จะหาทางออกในเรื่องนี้ เพราะต้องการทำให้คณะกรรมาธิการสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ และการวางบรรทัดฐานเรื่องนี้ให้ถูกต้องไม่ใช่เฉพาะสภาชุดใดชุดหนึ่ง แต่มองไปถึงอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลจะประกอบด้วยพรรคการเมืองใด ต้องการให้สภาและกลไกกรรมาธิการสามารถตรวจสอบรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเน้นในการหาทางออกเรื่องนี้

 

“ส่วนเรื่องจะมาท้าว่า ให้ไปยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนี้ไม่ต้องท้า เรามีการตรวจสอบอยู่ตลอดอยู่แล้ว หากสมมติเราเห็นว่าข้อมูลหรือการกระทำที่ผ่านมาเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราก็พร้อมที่จะใช้สิทธิ์ตามขั้นตอนอยู่แล้ว แต่ผมย้ำว่าเน้นหาทางออกเรื่องนี้มากกว่า เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด” นายพริษฐ์ กล่าว

 

ไม่ปฏิเสธหากจะพิจารณาปรับลดจำนวนกรรมาธิการลงจาก 35 คณะ

 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขข้อบังคับให้ปรับจำนวนกรรมาธิการจาก 35 ให้ลดลงเพื่อแก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อนว่า การทบทวนเรื่องของจำนวนคณะกรรมาธิการจาก 35 เป็นจำนวนที่น้อยลง มี สส. ได้อภิปรายแสดงความเห็นไปแล้ว และเชื่อว่าสามารถหารือกันได้ แต่มองว่าเป็นคนละเรื่องกันกับการแก้ไขปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อน หากพิจารณา 35 คณะ หากปรับลดให้มีจำนวนน้อยลง ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะมีบางเรื่องคาบเกี่ยวหลายกรรมาธิการ

 

เช่น ตัวอย่างปัญหาหนี้สินครู ตามโครงสร้างปัจจุบันจะคาบเกี่ยวคณะกรรมาธิการหนี้ และคณะกรรมาธิการการศึกษา หากกรรมาธิการทั้ง 2 คณะนี้ คณะใดจะศึกษาเรื่องนี้ก็ไม่เกินเลยขอบเขตอำนาจ แต่เมื่อเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวหลายกรรมาธิการ มองว่าการส่งเสริมให้มีการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ น่าจะเป็นทางออกที่ดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เข้าใจถึงเจตนาอารมณ์ เห็นด้วยกับความพยายามจะแก้ไขปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนในการทำงานของคณะกรรมาธิการ และความพยายามส่งเสริมบรรยากาศให้การหารือร่วมกันภายในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ

“ทางออกที่ออกมา การกำหนดว่า ทุกการกระทำต้องมีมติอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างถูกจุด ถ้าโจทย์คือการแก้ไขปัญหาลดความซ้ำซ้อน หากมีการหารือระหว่างคณะกรรมาธิการ ก็พร้อมที่จะรับฟังหาทางออกร่วมกัน แต่สุดท้ายแนวทางต้องไม่ใช่แนวทางที่ออกมา เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภา” นายพริษฐ์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด