ส่วนประเด็นที่มีการพูดถึงวาทกรรม "โง่ ห่วย เลว" ก่อนหน้านี้นั้น นายกรัฐมนตรีได้หัวเราะ พร้อมกับส่ายศีรษะและระบุว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยที่จะต้องมาถามและมาตอบ ไม่ได้เก็บเอาเรื่องพวกนี้มาคิด
เสียดายชวดอภิปรายสัปดาห์นี้ – รัฐมนตรี 18 คนต้องโยกภารกิจไปเดือนพฤศจิกายน นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนได้แจ้งให้ทราบว่ารู้สึกเสียดายที่ในวันนี้เราควรจะได้เร่งให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ผ่านพ้นไป เพื่อที่รัฐบาลจะได้ไปดำเนินการในเรื่องอื่นๆ ต่อได้ แต่เมื่อทางฝ่ายค้านไม่ยินยอมที่จะอภิปรายในสัปดาห์นี้ ซึ่งเรื่องนี้จะมาโทษรัฐบาลไม่ได้ เนื่องจากฝ่ายค้านเป็นฝ่ายวอร์กเอาต์ออกจากการประชุมวิป 3 ฝ่าย
ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามหาช่วงเวลาที่ว่างตรงกัน โดยล่าสุดได้แจ้งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่า รัฐบาลจะพร้อมตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งตอนนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่าจะนัดประชุมกันใหม่หรือไม่ และประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมีคำตัดสินใจอย่างไร พร้อมย้ำว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ รัฐบาลไม่ว่างแน่นอน หรือต่อให้พอมีช่วงว่าง ก็ไม่ว่างติดต่อกัน 4 วัน และบวกเพิ่มอีก 1 วันสำหรับลงมติ
ยันพร้อมเข้าสภา 6 ธ.ค. แม้เป็นวันหยุดชดเชย – ชี้ให้เกียรติสภาและฝ่ายค้านเต็มที่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 6 ธันวาคม มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จะไม่เป็นปัญหาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อฝ่ายค้านระบุว่าวันเสาร์และวันอาทิตย์ไม่มีปัญหา ทางรัฐบาลก็ต้องไม่มีปัญหาเช่นกัน นี่คือการแสดงออกถึงการให้เกียรติสภาฯ และให้เกียรติฝ่ายค้าน ส่วนกรณีที่เป็นวันหยุดชดเชย หากฝ่ายค้านมีความพร้อม รัฐบาลก็พร้อมเสมอที่จะเดิผผผนทางไปรับฟังการอภิปรายและทำการชี้แจง โดยรัฐบาลให้เกียรติเต็มที่อยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรี ระบุทิ้งท้ายว่า รัฐบาลก็มีภารกิจในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ได้แจ้งความประสงค์ไว้หมดแล้ว โดยก่อนหน้านี้ทุกคนอยู่ในประเทศและได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมดเพื่อเตรียมมาตอบคำถามการอภิปรายในห้วงสัปดาห์นี้ แต่เมื่อมีการเลื่อน จึงจำเป็นต้องยกเลิกและโยกภารกิจทั้งหมดไปไว้ในเดือนพฤศจิกายนแทน จึงไม่สามารถเลื่อนเวลาถอยหลังกลับมาได้ นอกจากนี้ ตนเองรวมถึงรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ ก็มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศเกือบค่อนเดือน จึงต้องเร่งหาจังหวะเวลาที่เร็วที่สุด ซึ่งลงตัวที่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยนับจากนี้เหลือระยะเวลาอีกเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น