ซัดจะกินรวบทุกสิ่งในประเทศ ชี้ฝ่ายค้านเหลือทางตรวจสอบเดียวก็ยังจะเอา
รักชนกเดือด! ซัด "ปธ.สภาฯ" ถก "จำกัดอำนาจ กมธ." ตรวจสอบรัฐบาล ชี้รัฐบาลจะ "กินรวบทุกสิ่งในประเทศ" ทั้ง "สภาสูง-สภาล่าง-องค์กรอิสระ-ฝ่ายบริหาร"
นางสาวรักชนก ระบุด้วยความไม่พอใจว่า การเรียกประชุมครั้งนี้มองได้ว่าเป็นการจำกัดอำนาจในการทำงานและการตรวจสอบของกรรมาธิการ เนื่องจากนายศุภชัยไม่พอใจที่สภาใช้สิทธิ์ตรวจสอบ สส. ฝ่ายรัฐบาล จึงพยายามกดดันให้ประธานสภาจำกัดอำนาจ โดยอ้างเรื่องการขอเป็นมติที่ประชุม ทั้งที่เสียงข้างมากในกรรมาธิการก็เป็นของรัฐบาลอยู่แล้ว
"ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้คำว่าอะไร ท่านจะกินรวบมันทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้เลยหรือ ท่านจะเอาทั้งสภาสูง สว. ก็เป็นที่รู้กันว่าท่านสามารถทำอะไรได้ สภาล่างท่านก็มีเสียงข้างมาก มีอำนาจในฝ่ายบริหาร และใครๆ ก็รู้ว่าท่านสามารถโน้มน้าวใจองค์กรอิสระได้ ตอนนี้ฝ่ายค้านเหลือแค่กลไกเดียว คือ กรรมาธิการ ท่านก็ยังจะเอาอีกหรือ ยังจะใช้อำนาจเสียงข้างมากมาจำกัดการทำงานของกรรมาธิการอีกหรือ" นางสาวรักชนก กล่าว
จี้ “ศุภชัย” มีความละอายใจบ้างไหม—แฉ 5 กมธ. ภูมิใจไทยแห่บินภูเก็ต
นางสาวรักชนก กล่าวต่อถึงกรณีที่นายศุภชัยระบุว่ามีวาระซ่อนเร้นในการตรวจสอบรัฐบาล เช่น การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport และการสอบท้องถิ่น ว่า วาระที่พูดถึงคือการตรวจสอบการทำงานและการใช้งบประมาณของรัฐบาลทั้งสิ้น หากมองว่าการนำความจริงมาตีแผ่ให้ประชาชนรู้เป็นวาระซ่อนเร้น ตนคิดว่านายศุภชัยควรพิจารณาตัวเองว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้แทนราษฎรยังเหลืออยู่หรือไม่ พร้อมฝากถามกลับว่า มีความละอายแก่ใจบ้างหรือไม่ ที่ สส. ฝ่ายรัฐบาลถูกตรวจสอบแล้วพยายามแก้ไขกระบวนการเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกตรวจสอบ
นอกจากนี้ นางสาวรักชนก ยังได้เปรียบเทียบกรณีที่นายศุภชัยมีปัญหากับการที่กรรมาธิการกฎหมายประชุมร่วมกับกรรมาธิการติดตามงบประมาณ แต่กลับไม่เคยมีปัญหากับกรณีที่ประธานกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยถึง 5 คณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมๆ กันในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อแย่งกันทำผลงานและเอาใจนาย โดยใช้ใช้งบประมาณของสภาและนั่งเครื่องบินยกคณะไปสร้างภาระ แต่กลับไม่เคยถูกหยิบยกมาเป็นปัญหา
แนะหากอยากแก้ความซ้ำซ้อนให้ยุบรวมเหลือ 20 คณะ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้ออ้างเรื่องความซ้ำซ้อนของกรรมาธิการ นางสาวรักชนก มองว่า หากต้องการแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนจริงๆ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การเรียกประชุมเพื่อจำกัดอำนาจ แต่ควรแก้ไขระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา ควบรวมกรรมาธิการจาก 35 คณะ ให้เหลือเพียง 20 คณะตามกระทรวงต่าง ๆ พร้อมฝากเตือนประชาชนให้รับรู้ว่า ขณะนี้มีความพยายามริดรอนอำนาจตรวจสอบซึ่งเป็นช่องทางสุดท้ายของฝ่ายค้าน
ก่อนที่ในเวลาต่อมา นางสาวรักชนก จะยุติการให้สัมภาษณ์และเดินออกจากวงพูดคุยเพื่อไปหารือกับกลุ่ม สส. พรรคประชาชนด้วยท่าทีไม่พอใจ