เนชั่นทีวี

ข่าว

“พริษฐ์” ชี้ซักฟอกรัฐบาล 5 วันเหมาะสม ส่วน 3 วันน้อยไป ยันไม่มีดีลลับ "ส้ม-ฟ้า-แดง"

12 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“พริษฐ์” ชี้ซักฟอกรัฐบาล 5 วันเหมาะสม ส่วน 3 วันน้อยไป ยันไม่มีดีลลับ "ส้ม-ฟ้า-แดง"

“พริษฐ์” ชี้ซักฟอกรัฐบาล 5 วันเหมาะสม ส่วน 3 วันน้อยไป เทียบ "รัฐบาลประยุทธ์" จำนวนน้อยกว่ายังได้ 4 วัน ยันไม่มีดีลลับ "ส้ม-ฟ้า-แดง" เหตุเว้นซักฟอก รมต. เพื่อไทย

“พริษฐ์” ชี้ซักฟอกรัฐบาล 5 วันเหมาะสม ส่วน 3 วันน้อยไป เทียบ "รัฐบาลประยุทธ์" จำนวนน้อยกว่ายังได้ 4 วัน ยันไม่มีดีลลับ "ส้ม-ฟ้า-แดง" เหตุเว้นซักฟอก รมต. เพื่อไทย

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชนขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน ชี้มีความสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถูกอภิปราย
  • พริษฐ์ ชี้สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ยื่นซักฟอกรัฐมนตรีน้อยกว่านี้ยังได้ 4 วัน หากฝ่ายรัฐบาลให้แค่ 3 วันถือว่าไม่เหมาะสม
  • แจงเหตุไร้ชื่อรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ยึดพยานหลักฐานความผิดพลาดจริงเป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับพรรคต้นสังกัดหรือจับมือ "ส้ม-ฟ้า-แดง"

12 ตุลาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคการเมืองฝ่ายค้านว่าได้เตรียมมาสักพักแล้ว ส่วนเวลาที่ขอรัฐบาลไป 5 วัน ด้วยการอภิปรายครั้งนี้มีจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมากถึง 18 คน ดังนั้นเวลาในการอภิปรายและชี้แจงต้องจัดสรรให้เพียงพอ จึงเห็นว่าการใช้เวลา 5 วัน สมเหตุสมผลที่สุด และท้ายที่สุดนี้ต้องรอดูการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนราษฎร กับการหารือระหว่างวิป 2 ฝ่าย จะเป็นอย่างไร

 

แต่หากให้เวลาในศึกซักฟอก 3 วัน น่าจะไม่สมเหตุสมผล เพราะหากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาชุดที่ 25 หรือในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการอภิปรายทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่เยอะเท่าครั้งนี้

พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน

 

“แต่มีการจัดสรรวันอภิปราย 4 วันเต็ม ทั้ง 4 ครั้ง ดังนั้นจึงบอกว่าการขอเวลา 5 วัน เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล เมื่อคำนวณตามจำนวนรัฐมนตรี ถ้าตกไปอยู่ 3 วัน ผมเห็นว่าไม่น่าสามารถที่จะอธิบายได้ เมื่อเทียบกับบรรทัดฐานในอดีต” นายพริษฐ์กล่าว

 

นายพริษฐ์ ชี้แจงถึงเหตุไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในญัตติอภิปราย เพราะพรรคประชาชนนำข้อมูลและหลักฐานที่มีเป็นตัวตั้งในการที่จะยื่นญัตติซักฟอก หากเห็นว่ามีข้อมูลหรือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ที่บริหารกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือบริหารผิดพลาดอย่างร้ายแรง จะรวมรัฐมนตรีคนดังกล่าวอยู่ในลิสต์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นไม่ได้พิจารณาเรื่องพรรคต้นสังกัด หรือสถานะการเป็นแคนดิเดตนายกฯ มาประกอบการพิจารณา

“ตอนที่เราตัดสินใจว่า จะเปิดอภิปรายรัฐมนตรีคนใดบ้าง เราไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของพรรคต้นสังกัด ของรัฐมนตรีคนนั้น เราตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักฐานและข้อมูลว่ารัฐมนตรีคนไหน มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและมีข้อหาเรื่องการทุจริต หรือมีการผิดพลาดอย่างร้ายแรง การใช้เกณฑ์นั้นนำไปสู่ข้อสรุปที่นำไปสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งหมด 18 คน ไม่ได้เอาประเด็นเรื่องพรรคต้นสังกัด” นายพริษฐ์กล่าว

 

นายพริษฐ์ ยังปฏิเสธถึงข้อสังเกตการไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ว่าอาจจะเป็นการเปิดดีลทางการเมืองในการจับมือระหว่าง “ส้ม-ฟ้า-แดง”

ข่าวล่าสุด