ส่องญัตติศึกซักฟอก “ถล่มระบบ นายกหนู” จะอภิปรายกี่โมง
09 ต.ค. 2569 | prisana_tha

กางไทม์ไลน์ ศึกซักฟอก "อนุทิน - รมต.” รวม 18 คน ผ่านเครื่องสแกนญัตติสภา สรุปจะได้ฤกษ์เปิดฉากกี่โมง วันไหนกันแน่ ?
ข่าว
09 ต.ค. 2569 | prisana_tha

กางไทม์ไลน์ ศึกซักฟอก "อนุทิน - รมต.” รวม 18 คน ผ่านเครื่องสแกนญัตติสภา สรุปจะได้ฤกษ์เปิดฉากกี่โมง วันไหนกันแน่ ?
KEY
POINTS
หลังจากที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย พรรคประชาชน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือศึกซักฟอก ตามมาตรา 151 พุ่งเป้าไปที่ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีรวม 18 คน ในข้อกล่าวหารุนแรงเรื่องการสร้างระบอบสีน้ำเงิน และปมฮั้วเลือก สว. ล่าสุด สปอตไลต์ทุกดวงกำลังจับจ้องไปที่กระบวนการด้านธุรการของสภาผู้แทนราษฎร
เพราะตอนนี้ญัตติที่มีความหนา 7 หน้ากระดาษ อยู่ในมือของสำนักเลขาธิการสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องมีการตรวจเช็กลายเซ็น สส. ฝ่ายค้าน 145 คน อย่างละเอียด รวมถึงแกะทุกถ้อยคำว่ามีจุดไหนที่ “ส่อแววโดนตีกลับ” ให้ไปแก้ไขเหมือนกรณีในอดีตหรือไม่!
แต่สิ่งที่ประชาชนและคอการเมืองอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้คือ... ขั้นตอนตรวจญัตติจะใช้เวลากี่วัน? วันเปิดฉากฟาดฟันในสภาจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? และสรุปแล้ว วันเปิดสภาวันแรกเราจะได้เริ่มดูการอภิปรายกี่โมงกันแน่? เพราะทางวิปฝ่ายค้านแว่วมาว่ารอบนี้ขอเวลาจัดหนักแบบไม่ธรรมดา
สำหรับขั้นตอนทางรัฐสภา หลังจากที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องดำเนินกระบวนการตรวจสอบ และบรรจุวาระตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด โดยมีลำดับขั้นตอนรวมถึงกรอบเวลาตามระเบียบปฏิบัติและตัวอย่างในอดีตดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ประธานสภาฯ ส่งเรื่องให้กลุ่มงานญัตติ สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบความถูกต้อง การตรวจสอบรายชื่อ เจ้าหน้าที่ชำนาญการจะทำการตรวจเช็กรายชื่อ สส. ฝ่ายค้านที่ร่วมลงชื่อว่ามีจำนวนครบถ้วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาหรือไม่ (เช่น หากสภามี 500 คน ต้องใช้ไม่น้อยกว่า 100 คน) และตรวจสอบลายมือชื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลว่าถูกต้องตรงกันทุกคนหรือไม่
การตรวจสอบเนื้อหาและถ้อยคำ ตรวจดูว่าเนื้อหาในคำปรารภหรือข้อกล่าวหามีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับการประชุมหรือไม่ เช่น การใช้ถ้อยคำเสียดสี เสียดแทง ฟุ่มเฟือย เกินความจำเป็น หรือมีการกล่าวหาพาดพิงบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือใช้สำนวนในลักษณะหมิ่นประมาทโดยไม่มีมูลความจริง
ขั้นตอนที่ 2 การวินิจฉัยและการส่งกลับแก้ไข (กรณีตรวจพบข้อบกพร่อง) หากสำนักเลขาธิการสภาฯ ตรวจสอบแล้วพบว่ามีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม มีการพาดพิงบุคคลที่สามอย่างไม่เป็นธรรม หรือมีลายเซ็น สส. ไม่สมบูรณ์ จะทำความเห็นเสนอต่อประธานสภาฯ เพื่อพิจารณา
หากประธานสภาฯ เห็นชอบว่าบกพร่อง ประธานสภาฯ มีอำนาจสั่งการให้ส่งญัตติดังกล่าวกลับคืนไปให้แกนนำฝ่ายค้าน (ผู้นำฝ่ายค้านหรือผู้เสนอญัตติ) นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ภายในกรอบเวลาที่กำหนด (มักให้เวลาแก้ไขภายใน 2–3 วัน เพื่อไม่ให้กระทบกรอบเวลารวม)
ขั้นตอนที่ 3 การแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประสานวันอภิปราย เมื่อญัตติถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ประธานสภาฯ จะทำหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อรับทราบว่ามีญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และให้ ครม. แจ้งกลับมาว่ารัฐบาลมีความพร้อมที่จะเข้าชี้แจงและร่วมประชุมสภาฯ ในวันและเวลาใด
ขั้นตอนที่ 4 การบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม หลังจากได้รับการประสานงานเรื่องวันเวลาจากทางรัฐบาลแล้ว ประธานสภาฯ จะดำเนินการบรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลังจากขั้นตอนนี้ รัฐบาลจะไม่สามารถประกาศ "ยุบสภา" ได้จนกว่าจะมีการลงมติหรือญัตตินั้นจะตกไป (ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการหนีการตรวจสอบ)
ตามธรรมเนียมปฏิบัติและข้อบังคับการประชุมสภาฯ กระบวนการทั้งหมดนับตั้งแต่วันที่รับญัตติจนถึงวันเปิดอภิปราย มักจะใช้เวลาโดยประมาณ 7 ถึง 15 วัน โดยแบ่งออกเป็น
ช่วงตรวจสอบความถูกต้องและรายชื่อ สำนักเลขาธิการสภาฯ จะใช้เวลาประมาณ 2–3 วันทำการ ในการตรวจสอบเอกสารและพฤติการณ์อย่างละเอียด
ช่วงประสานงานและบรรจุวาระ ประธานสภาฯ จะต้องบรรจุวาระภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ตรวจสอบแล้วเสร็จว่าถูกต้องสมบูรณ์ และประสานงานวิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดวันเปิดอภิปราย (โดยทั่วไปมักจะเริ่มอภิปรายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังยื่นญัตติ)
ทั้งนี้ หลังจาก “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นญัตติให้ประธานสภา เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยที่สำนักเลขาธิการสภาฯต้องนำไปดำเนินการตามกระบวนการข้างต้น ว่า จะสามารถเริ่มอภิปรายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ หลังยื่นญัตตินั้น แต่เมื่อพิจารณาจากปฏิทินและสถานการณ์ปัจจุบันนั้น อาจทำให้การอภิปราย เลยช่วงเวลา 1-2 สัปดาห์ออกไปหรือไม่
อย่างล่าสุด ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 หรือสัปดาห์ที่จะถึงนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการ ให้ส่วนราชการใน กทม. ทำงาน WFH และกำหนดให้วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ ขณะที่วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการปกติ (วันนวมินทรมหาราช ) ซึ่งยังส่งผลให้ รัฐสภาออกประกาศงดการประชุมสภา ฉะนั้น หน่วยงานรัฐสภา กว่าจะกลับมาทำงานปกติ และตรวจญัตติซักฟอกก็จะเริ่มขึ้น ปาเข้าไปวันที่ 19 ตุลาคม 2569 อีกทั้ง วันที่ 23 ตุลาคม 2569 (วันปิยมหาราช )
โอกาสที่ ครม.รับเรื่องจากสภา มาพิจารณาเห็นชอบ กำหนดวันอภิปราย และแจ้งกลับสภา ก็เกือบจะใกล้ๆปลายเดือนตุลาคมเข้าไปแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด โอกาสที่ประธานสภา จะบรรจุระเบียบวาระการอภิปราย ซึ่งอย่างเร็วที่สุด ก็น่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน นั่นเอง