เนชั่นทีวี

ข่าว

“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน

02 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน

“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ไม่ได้ยุบ ไทยพีบีเอสและองค์กรที่เกี่ยวกับเงินสนับสนุน แต่แก้ “วิธีการได้มาซึ่งเงินองค์กร” ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน หวั่นขาดความเป็นอิสระ

“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ไม่ได้ยุบ ไทยพีบีเอสและองค์กรที่เกี่ยวกับเงินสนับสนุน แต่แก้ “วิธีการได้มาซึ่งเงินองค์กร” ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน หวั่นขาดความเป็นอิสระ

KEY

POINTS

  • ศุภชัย ใจสมุทร แจงร่างแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ย้ำไม่ได้ยุบ สสส. กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือ Thai PBS แต่เสนอเปลี่ยนวิธีจัดสรรเงินจากภาษีสุราและยาสูบ มาเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี
  • ระบุเหตุผลเพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ และทำให้เงินสาธารณะเข้าสู่ระบบงบประมาณเดียวกัน ขณะที่ Thai PBS กังวลว่าการพึ่งงบประมาณประจำปี อาจกระทบหลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
  • Thai PBS ออกแถลงการณ์แสดงความกังวล ขอให้ศึกษาผลกระทบรอบด้าน ทั้งความเป็นอิสระทางการเงิน ความต่อเนื่องของภารกิจ และเสรีภาพกองบรรณาธิการ พร้อมเสนอให้รักษาสมดุลระหว่างวินัยการคลังกับความเป็นอิสระของสื่อ

2 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีที่ตนเองและคณะ สส. ของพรรค ได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สสส. กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เงินสนับสนุนจากภาษีสุราและยาสูบ หรือภาษีบาป หลังมีการตั้งคำถามว่าเหตุใด จึงต้องแก้กฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงและเจตนารมณ์ให้ชัดเจน

 

 ไม่ได้ยุบกองทุน ไม่ได้ยกเลิกองค์กร

 

ประการแรก เรื่องนี้ไม่ใช่การยุบกองทุน ไม่ใช่การยกเลิกองค์กร และไม่ใช่การปฏิเสธความสำคัญของภารกิจของทั้ง 4 องค์กร สิ่งที่เสนอให้แก้คือ “วิธีการได้มาซึ่งเงิน” โดยเฉพาะระบบที่กฎหมายเดิมกำหนดให้นำเงินที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ ส่งตรงเป็นเงินบำรุงให้แก่องค์กรหรือกองทุน โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย

 

ตัวอย่างที่กำลังถูกกล่าวถึงมากคือ Thai PBS ซึ่งกฎหมายปัจจุบันกำหนดเงินบำรุงจากสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 1.5 และมีเพดานตามกฎหมาย ส่วนร่างที่เสนอจะยกเลิกกลไกดังกล่าวและเปลี่ยนแหล่งรายได้เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

เพื่อให้สอดรับกับกติกาทางการคลังใหม่

 

ประการที่สอง ทำไมจึงต้องพิจารณาเรื่องนี้ในวันนี้ โดยในปี 2561 ประเทศไทยได้มีพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ และมาตรา 26 วางหลักสำคัญว่า การเสนอกฎหมายให้จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะนั้น โดยหลักแล้วจะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

นายศุภชัย ย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าการรับเงินของทั้ง 4 องค์กรในปัจจุบันผิดกฎหมาย เพราะมาตรา 82 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลังได้ยกเว้นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นกลไกเดิมจึงยังคงใช้ได้ตามกฎหมาย

แต่คำถามที่กำลังเสนอให้สังคมและรัฐสภาพิจารณาคือ เมื่อประเทศไทยมีกติกาทางการคลังใหม่แล้ว เราควรปล่อยข้อยกเว้นในอดีตไว้ตลอดไป หรือควรนำรายได้ของรัฐเข้าสู่ระบบเดียวกัน เพื่อให้การจัดสรรเงินสาธารณะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน นี่คือเหตุผลสำคัญของการเสนอร่างทั้ง 4 ฉบับ

 

ไม่ได้มุ่งเป้าที่ไทยพีบีเอสองค์กรเดียว

 

ประการที่สาม ทำไมต้องเสนอพร้อมกันถึง 4 ฉบับ นายศุภชัย ระบุว่า ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากหลักการคือการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ หลักการนั้นก็ต้องใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

 

จึงเสนอแก้ทั้ง สสส. กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ Thai PBS ซึ่งเป็นกลุ่มกฎหมายที่มีโครงสร้างเงินบำรุงจากสุราและยาสูบในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น การกล่าวว่าเรื่องนี้ทำขึ้นเพื่อจัดการกับ Thai PBS โดยเฉพาะ ย่อมไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของข้อเสนอทั้งหมด

 

เพื่อความเป็นเอกภาพระบบการคลัง

 

ประการที่สี่ แล้วประชาชนและประเทศได้อะไร นายศุภชัย ระบุว่า สิ่งที่ประเทศจะได้จากหลักการนี้ คือความเป็นเอกภาพของระบบการคลัง เงินที่รัฐจัดเก็บจะเข้าสู่ระบบการคลังของประเทศ และเมื่อรัฐเห็นว่าภารกิจด้านส่งเสริมสุขภาพ ผู้สูงอายุ กีฬา หรือสื่อสาธารณะมีความสำคัญ ก็สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินภารกิจเหล่านั้นได้

 

ความแตกต่างคือ จากเดิมที่จำนวนเงินบางส่วนเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามฐานภาษี จะเปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาผ่านกระบวนการงบประมาณ ทำให้ฝ่ายบริหารต้องอธิบายว่า จะใช้เงินเท่าใด ใช้ทำอะไร และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างไร ขณะเดียวกันรัฐสภาก็มีบทบาทพิจารณาการจัดสรรเงินสาธารณะในภาพรวม

 

สังคมสามารถออกแบบหลักประกันความเป็นอิสระของไทยพีบีเอสได้

 

ประการที่ห้า รับฟังข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร นายศุภชัย ระบุว่า รับฟังข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร โดยเฉพาะกรณี Thai PBS มีข้อกังวลว่า หากเปลี่ยนจากรายได้ที่กฎหมายกำหนดไว้โดยตรงมาเป็นงบประมาณประจำปี จะทำให้องค์กรต้องพึ่งรัฐบาลและอาจกระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ

 

ข้อกังวลนี้เป็นประเด็นที่สมควรนำมาพิจารณาในการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการนิติบัญญัติ เพราะการเปลี่ยนแหล่งเงินย่อมทำให้โครงสร้างความแน่นอนของรายได้แตกต่างจากเดิมจริง แต่เราต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน ความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนระบบการจัดเก็บและจัดสรรเงินของรัฐเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

หากสังคมเห็นว่า จำเป็นต้องมีหลักประกันเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้การจัดสรรงบประมาณถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกแซงองค์กร ก็สามารถออกแบบหลักประกันนั้น ในกระบวนการพิจารณากฎหมายได้ อยากให้การถกเถียงเรื่องนี้กลับมาอยู่บนคำถามที่แท้จริงว่า ประเทศไทยควรบริหารเงินสาธารณะอย่างไรในระยะยาว

 

นายศุภชัย ย้ำว่า ไม่ได้เสนอให้ยุบ สสส. ไม่ได้เสนอให้เลิกดูแลผู้สูงอายุ ไม่ได้เสนอให้หยุดสนับสนุนกีฬา และไม่ได้เสนอให้ปิด Thai PBS “ผมเสนอให้เปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ”

 

ท้ายที่สุด ร่างทั้ง 4 ฉบับยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น จึงยังสามารถรับฟังทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่มีข้อกังวล เพื่อนำมาปรับปรุงรายละเอียดให้เหมาะสมได้

 

“องค์กรทั้งสี่ มีภารกิจที่แตกต่างกัน แต่เงินที่ใช้คือเงินสาธารณะ หลักการที่ผมเสนอจึงเรียบง่ายมาก คือ ภารกิจที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน แต่การจัดสรรเงินของรัฐก็ควรอยู่ภายใต้มาตรฐานวินัยการเงินการคลังที่เป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน”

 

“ไทยพีบีเอส” ไม่ทนแถลงการณ์สวนหมัด รัฐบาลสีน้ำเงิน หวั่นขาดความเป็นอิสระ

 

โดยในวันนี้ (2 ต.ค. 69) ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์ อย่างเป็นทางการ แสดงความกังวลต่อกรณีที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ ซึ่งมีสาระสำคัญในการแปรสภาพหรือเปลี่ยนแหล่งที่มาของรายได้ จากเดิมที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ มาเป็นเงินที่ได้รับสนับสนุนจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยทาง ส.ส.ท. ได้ระบุถึงจุดยืนและความเป็นกังวลในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

 

กระทบโครงสร้างหลักประกันความเป็นอิสระ

 

การพิจารณาเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเงินหรือตัวงบประมาณ แต่ผูกพันโดยตรงกับหลักประกันเชิงสถาบันในเรื่อง "ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กฎหมายตั้งต้นออกแบบและรับรองไว้ตั้งแต่จัดตั้งองค์กร เพื่อไม่ให้สื่อสาธารณะตกอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐ อำนาจทางการเมือง หรืออำนาจทุนทางธุรกิจ

 

วอนยึดหลักวินัยการคลัง คู่ความเป็นอิสระ

 

ส.ส.ท. ตระหนักถึงอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาและวินัยการเงินการคลังของรัฐ แต่เห็นว่าการปรับปรุงใดๆ จำเป็นต้องยึดโยงควบคู่กันไปอย่างน้อย 2 หลักการ คือ วินัยการเงินการคลังของรัฐ และความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ โดยไม่เน้นหลักการใดหลักการหนึ่งจนไปลดทอนหลักประกันของอีกหลักการหนึ่ง

 

หวั่นระบบงบประมาณประจำปีเป็นเครื่องมือบีบสื่อ

 

หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ส.ส.ท. มีความกังวลว่ากระบวนการจัดสรร การพิจารณา หรือการปรับลดงบประมาณ อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหรือสร้างเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ หรือการทำหน้าที่ทางวิชาชีพและเสรีภาพของกองบรรณาธิการ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

เสนอศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนปรับเปลี่ยน

 

ส.ส.ท. เห็นว่าก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ ควรมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติความเป็นอิสระทางการเงิน ความต่อเนื่องของภารกิจสาธารณะ เสรีภาพของกองบรรณาธิการ และความสามารถในการวางแผนระยะยาว พร้อมทั้งพิจารณากลไกทางเลือกอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งวินัยการคลังและคงหลักประกันความเป็นอิสระไว้ได้

 

ในตอนท้ายของแถลงการณ์ ส.ส.ท. ยืนยันว่า ไม่ว่าโครงสร้างรายได้ของ ส.ส.ท. จะได้รับการพิจารณาให้ออกมาในรูปแบบใด หลักการอันเป็นรากฐานสำคัญคือ ประชาชนต้องสามารถเชื่อมั่นได้อย่างสนิทใจว่า การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อสาธารณะจะเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำของผู้ถืออำนาจรัฐ ผู้จัดสรรงบประมาณ หรือผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในทุกยุคทุกสมัย เพราะสื่อสาธารณะเป็นสถาบันของสังคมที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ และยึดประโยชน์สาธารณะเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่

 

“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน

ข่าวล่าสุด