'พลโทชาคริต' รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เร่งดับไฟใต้สร้างความไว้ใจ
02 ต.ค. 2569 | titayu_pur

พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 4 “พลโท ชาคริต อุจะรัตน” ลุยภารกิจดับไฟใต้ ชูนโยบายลดเงื่อนไขความรุนแรง สร้างความไว้วางใจและดูแลกำลังพลเพื่อความมั่นคงยั่งยืน
ข่าว
02 ต.ค. 2569 | titayu_pur

พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 4 “พลโท ชาคริต อุจะรัตน” ลุยภารกิจดับไฟใต้ ชูนโยบายลดเงื่อนไขความรุนแรง สร้างความไว้วางใจและดูแลกำลังพลเพื่อความมั่นคงยั่งยืน
KEY
POINTS
2 ตุลาคม 2569 กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา แม่ทัพภาคที่ 4 ณ ค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช โดย พลโท ชาคริต อุจะรัตน นายทหารรบพิเศษผู้เชี่ยวชาญงานยุทธการและการข่าว เข้ารับตำแหน่งต่อจาก พลเอก นรธิป โพยนอก อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าลุยภารกิจ แก้ปัญหาชายแดนใต้ เน้นลดเงื่อนไขความรุนแรง ดูแลกำลังพล และสร้างความไว้วางใจเพื่อ ความมั่นคงภาคใต้ อย่างยั่งยืน
เวลา 17.00 น. ที่ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 4 ระหว่าง พลเอก นรธิป โพยนอก และ พลโท ชาคริต อุจะรัตน โดยเริ่มจากพิธีถวายราชสักการะสิ่งสำคัญภายในค่าย ก่อนลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ และประกอบพิธีมอบการบังคับบัญชา โดยมีกำลังพลสวนสนาม และหมู่เชิญธงประจำกองทัพภาคที่ 4 ร่วมในพิธี
สำหรับภารกิจจากนี้ พลโท ชาคริต จะรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าตัวมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการทหาร งานมวลชน และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่
พลโท ชาคริต กล่าวภายหลังรับมอบหน้าที่ ว่า จะสานต่อภารกิจ นโยบาย และอุดมการณ์การทำงานอย่างเต็มความสามารถ พร้อมปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ดูแลเอาใจใส่กำลังพลอย่างใกล้ชิด และนำกำลังพลกองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของความสามัคคี และการร่วมแรงร่วมใจ
“จะดูแล รักษา และพัฒนากองทัพภาคที่ 4 ให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของภาคใต้และของประเทศชาติอย่างยั่งยืน” พลโท ชาคริต กล่าว
สำหรับ พลโท ชาคริต เป็นนายทหารรบพิเศษที่ผ่านงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายช่วงเวลา ตั้งแต่งานยุทธการและการข่าว ไปจนถึงงานมวลชนและการพัฒนา ประสบการณ์เหล่านี้กำลังถูกนำมาสู่ความรับผิดชอบในระดับที่ต้องกำหนดทิศทาง เชื่อมหน่วยงาน และทำให้แผนงานเกิดผลในพื้นที่
โดยโจทย์สำคัญในการทำงานต่อจากนี้ จะครอบคลุมทั้งการรักษาความปลอดภัยของประชาชน การลดเงื่อนไขความรุนแรง และการสร้างความร่วมมือกับผู้คนที่มีภูมิหลัง ความเชื่อ และความคิดเห็นแตกต่างกัน เพราะความไว้วางใจ และโอกาสในการพัฒนา มีผลต่อความร่วมมือในระยะยาว