เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.ปกครอง ถกสภาทนายความ วางแนวทางคัดสำเนาทะเบียนราษฎร์

02 ต.ค. 2569 | katchatapong_lee

กมธ.ปกครอง ถกสภาทนายความ วางแนวทางคัดสำเนาทะเบียนราษฎร์

กมธ.ปกครอง ถกสภาทนายความ วางแนวทางคัดสำเนาทะเบียนราษฎร์ อำนวยความสะดวกทนายรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมแจ้งนายทะเบียนจังหวัดทุกแห่ง เริ่ม ต.ค.นี้

นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติในการขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร โดยเฉพาะรายการทะเบียนราษฎร ทร.14/1 ในกรณีที่ทนายความมีความจำเป็นต้องขอข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อศาล

โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง และนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์, นายธันย์ชนน ศรีอัษฎาวุธกุล เลขานุการนายกสภาทนายความ เป็นต้น

การประชุมฯ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความเกี่ยวกับการขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนารายการทะเบียนราษฎร ซึ่งข้อมูลดังกล่าว อาจมีความจำเป็นต่อการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานสำหรับการดำเนินคดี การติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อศาล จึงมีการหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านทะเบียนราษฎร และสภาทนายความฯ เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติให้เกิดความชัดเจนและเหมาะสม

สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้สรุปแนวทางปฏิบัติ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจน อำนวยความสะดวก และส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรณีทนายความขอคัดสำเนารายการทะเบียนราษฎร นายทะเบียนสามารถเรียกหลักฐานและเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้:

• ประการแรก ทนายความผู้ยื่นคำร้องสามารถแสดงใบแต่งทนายความ โดย ไม่จำเป็นต้องมีลายมือชื่อรับรองจากผู้พิพากษา หรือหนังสือมอบอำนาจจากคู่ความ พร้อมบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ โดยให้นายทะเบียนบันทึกภาพ หรือสแกนเอกสารไว้ในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ

• ประการที่สอง ให้แสดงหลักฐานหรือเอกสารข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญากู้ยืม สัญญาจ้างทำของ บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี หรือหลักฐานอื่นที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องกับมูลคดี เพื่อให้นายทะเบียนพิจารณาความเป็นผู้มีส่วนได้เสียระหว่างผู้ยื่นคำร้องหรือผู้มอบอำนาจกับบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของรายการทะเบียนที่ขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนา ตามข้อเท็จจริงที่ผู้ยื่นคำร้องกล่าวอ้าง

• ประการที่สาม กรณีไม่มีหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับมูลคดี หรือเอกสารที่นำมาแสดงไม่ปรากฏรายการบุคคลที่ชัดเจน หรือมีประเด็นที่นายทะเบียนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม รวมถึงกรณีผู้ยื่นคำร้องไม่ประสงค์ให้นายทะเบียนบันทึกภาพเอกสารไว้ในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนตามแบบ ป.ค. 14 โดยบันทึกข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนหลักฐานและรายละเอียดของเอกสารที่ผู้ร้องนำมาแสดงให้ปรากฏอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และให้มีผู้รับผิดชอบต่อข้อมูลที่นำมาแสดงทั้งในทางแพ่งและทางอาญา และเมื่อปรากฏหลักฐานและเอกสารที่นายทะเบียนสามารถพิจารณาความเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับรายการบุคคลที่ขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียกสำนวนคดีทั้งฉบับ ร่างคำฟ้อง หรือคำฟ้องที่มีการประทับรับฟ้องจากศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาแต่อย่างใด

 

นายกสภาทนายความฯ ระบุว่า แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ เนื่องจากในหลายกรณีการรวบรวมข้อมูลจากทะเบียนราษฎรอาจเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเตรียมพยานหลักฐานหรือการดำเนินการก่อนการฟ้องคดีต่อศาล ดังนั้น การกำหนดหลักฐานที่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาได้อย่างชัดเจน จึงช่วยให้การปฏิบัติงานของทนายความและนายทะเบียนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

นอกจากนี้ ในที่ประชุมฯ สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้แจ้งแนวทางการดำเนินการต่อไปว่า จะดำเนินการ จัดทำหนังสือเวียนแจ้งแนวทางปฏิบัติดังกล่าวไปยังนายทะเบียนจังหวัดทุกแห่ง และนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร เพื่อให้รับทราบและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติกรณีทนายความขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนารายการทะเบียนราษฎรในมาตรฐานเดียวกันภายในเดือนตุลาคม 2569

 

“การหารือครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และสภาทนายความฯ ในการนำข้อเท็จจริงและปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความมาหารือร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติที่มีความชัดเจน การกำหนดแนวทางดังกล่าวยังเป็นการสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงานของนายทะเบียนทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทนายความในการรวบรวมพยานหลักฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินคดี โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความจำเป็นในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน” นายกสภาทนายความฯ กล่าว

ข่าวล่าสุด