เนชั่นทีวี

ข่าว

"อดีตผู้พิพากษา" ชี้ "หมอสรณ" หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือ "เลขาฯ กสทช." ฝืนนัดบอร์ดประชุม 1–2 ต.ค. เสี่ยง "คดีอาญา"

29 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"อดีตผู้พิพากษา" ชี้ "หมอสรณ" หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือ "เลขาฯ กสทช." ฝืนนัดบอร์ดประชุม 1–2 ต.ค. เสี่ยง "คดีอาญา"

ฟันธงข้อกฎหมาย! "อดีตผู้พิพากษา" ชี้ "หมอสรณ" หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือ "เลขาฯ กสทช." ฝืนนัดบอร์ดประชุม 1–2 ต.ค. เสี่ยง "คดีอาญา"

ฟันธงข้อกฎหมาย! "อดีตผู้พิพากษา" ชี้ "หมอสรณ" หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือ "เลขาฯ กสทช." ฝืนนัดบอร์ดประชุม 1–2 ต.ค. เสี่ยง "คดีอาญา"

KEY

POINTS

  • หมดอำนาจประธาน กสทช.: ศาลปกครองกลางยกฟ้อง คำสั่งทุเลาตกไป ทำให้คำสั่งขาดคุณสมบัติมีผลสมบูรณ์ทันที
  • เตือนเสี่ยงคดีอาญา: อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ หาก "หมอสรณ" และรักษาการเลขาธิการฝืนนัดประชุม 1-2 ต.ค. นี้ มีสิทธิ์ถูกดำเนินคดีอาญา
  • ปมขาดคุณสมบัติ: ชี้ปัญหาเกิดจากไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งลูกจ้างรับค่าจ้างก่อนเข้าดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย

30 กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้สัมภาษณ์เจาะลึกถึงข้อกฎหมาย กรณีคุณสมบัติและอำนาจหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความชัดเจนทางกฎหมายแล้ว หลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีผลคำพิพากษาศาลปกครองกลางและสภาพบังคับของคำสั่งทางปกครองแล้ว เดิมทีคดีความดังกล่าว นพ.สรณ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพร้อมคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง ส่งผลให้คำร้องขอทุเลาการบังคับก่อนการพิพากษาตกไปในตัวโดยปริยาย

 

🔵ผลทางกฎหมายหลังศาลยกฟ้อง

 

 

"เมื่อไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับจากศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ชี้ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลชอบด้วยกฎหมายและมีสภาพบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ทันที แม้ว่าฝ่าย นพ.สรณ จะสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ก็ตาม แต่ตราบใดที่ไม่มีคำสั่งทุเลา คำสั่งทางปกครองเดิมก็ยังมีผลบังคับอยู่อย่างชัดเจน" นายวัส ระบุ

 

"อดีตผู้พิพากษา" ชี้ "หมอสรณ" หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือ "เลขาฯ กสทช." ฝืนนัดบอร์ดประชุม 1–2 ต.ค. เสี่ยง "คดีอาญา" นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้ "หมอสรณ" หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือ "เลขาฯ กสทช." ฝืนนัดบอร์ดประชุม 1–2 ต.ค. เสี่ยง "คดีอาญา"

 

🔵เตือนฝืนประชุมฝ่าฝืนเสี่ยงคดีอาญา

 

นายวัส กล่าวด้วยว่า นพ.สรณ ไม่มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. อีกต่อไป ดังนั้น การที่ นพ.สรณ ร่วมกับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. กำหนดนัดประชุม กสทช. ในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคมนี้ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากหมดอำนาจในการสั่งการแล้ว หาก นพ.สรณ และรักษาการเลขาธิการ กสทช. ยังคงดึงดันปฏิบัติหน้าที่หรือจัดประชุมต่อไป สุ่มเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีอาญา โดยกรรมการ กสทช. ท่านอื่นๆ สามารถดำเนินการทางกฎหมายกับทั้ง นพ.สรณ และเลขาธิการ กสทช. ได้ทันทีตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มที่และถูกต้อง เพราะตามขั้นตอนทางกฎหมาย นพ.สรณ ผิด 2 ขั้น คือ ในขั้นของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และในส่วนของคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง

 

🔵ปมปัญหาคุณสมบัติและทางออกขององค์กร

 

ในส่วนของปมปัญหาคุณสมบัตินั้น นายวัส ระบุว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 วันก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง เนื่องจาก นพ.สรณ ไม่ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งอย่างเสร็จสิ้น แม้จะลาออกจากตำแหน่งพนักงานของโรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างรับค่าจ้างอยู่ การอ้างเหตุผลว่าต้องดูแลรักษาคนไข้โรคหัวใจอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่สามารถนำมาเป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายได้ เพราะตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระหรือ กสทช. จะต้องลาออกจากทุกตำแหน่งล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน

"ทั้งนี้ กสทช. เป็นองค์กรอิสระตามกฎหมายเฉพาะ ซึ่งปัญหาความล่าช้าและยุ่งเหยิงในปัจจุบัน เกิดจากตัวประธาน กสทช. เพียงคนเดียวที่ร่วมมือกับเลขาธิการ กสทช. จนทำให้การทำงานขององค์กรต้องสะดุดลง ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย กสทช. ทำหน้าที่จนสุดทางแล้ว โดยได้นำความขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย" นายวัส ระบุ

ข่าวล่าสุด