เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต.พร้อมปรับบัตรเลือกตั้ง ยันฟ้องเพื่อปกป้องกระบวนการ

28 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กกต.พร้อมปรับบัตรเลือกตั้ง ยันฟ้องเพื่อปกป้องกระบวนการ

แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. พร้อมนำคำแนะนำศาลรัฐธรรมนูญปรับบัตรเลือกตั้ง ยืนยันฟ้องคดีเพื่อปกป้องกระบวนการ ไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน พร้อมรับตรวจสอบ ม.157

แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. พร้อมนำคำแนะนำศาลรัฐธรรมนูญปรับบัตรเลือกตั้ง ยืนยันฟ้องคดีเพื่อปกป้องกระบวนการ ไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน พร้อมรับตรวจสอบ ม.157

KEY

POINTS

  • ปรับรูปแบบบัตรเลือกตั้ง: กกต. พร้อมนำคำแนะนำศาลรัฐธรรมนูญมาปรับสมดุลหลัก “ตรง-ลับ” และ “สุจริต-เที่ยงธรรม” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
  • ยันไม่ได้ฟ้องปิดปาก: ชี้แจงการดำเนินคดีผู้ตรวจสอบบาร์โค้ด ทำไปเพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้งตามกฎหมาย ไม่ใช่การฟ้องปิดปากหรือขัดขวางการใช้สิทธิเสรีภาพ
  • พร้อมรับการตรวจสอบ ม.157: ไม่กังวลกรณีพรรคประชาชนยื่นฟ้อง ยืนยันทำงานในที่สว่าง ย้ำสิ่งที่รู้สึกไม่ดีมีเพียงเรื่องที่ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจเท่านั้น

28 กันยายน 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงหลังมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีปมบาร์โค้ดบน บัตรเลือกตั้ง ชี้แจงพร้อมนำคำแนะนำของศาลมาปรับสมดุลหลักความ "ตรงและลับ" ร่วมกับความ "สุจริตและเที่ยงธรรม" ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ย้ำการดำเนินคดีเป็นไปเพื่อปกป้องระบบเลือกตั้งตามหน้าที่ ไม่ใช่การ ฟ้องปิดปาก และไม่กังวลกรณี พรรคประชาชน ยื่นฟ้อง มาตรา 157

 

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า วันนี้เป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่ ผู้ร้องก็อยากจะดูแลประชาชน เรื่องการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ในส่วนของสำนักงาน กกต. หากได้ฟังสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ก็จะมีคำอธิบายว่าทำไมเราถึงทำอย่างนั้น แต่คำวินิจฉัยก็ออกมาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำแนะนำอยู่ 2 ประการ คือ 1. ตรงและลับ 2. สุจริตและเที่ยงธรรม

 

ในนามของสำนักงาน กกต. คงจะต้องนำมาปฏิบัติ จริงๆ แล้วอะไรที่ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง เราไม่อยากทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าขณะที่ทำ ณ วันนั้น เราก็มีความมั่นใจว่าเราสามารถทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับ แต่เมื่อประชาชนไม่สบายใจ หรืออาจจะทำให้ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งก็อยู่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงาน กกต. ก็จะนำมาปฏิบัติให้ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

 

เมื่อถามว่า จะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชนหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า คำวินิจฉัยเรามีทั้ง 2 หลักการดังกล่าวอยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. เราพยายามจะทำให้การเลือกตั้งออกมาดีทั้ง 2 หลักการ เพียงแต่เมื่อมีสิ่งที่เกิดขึ้น มีข้อทักท้วงจากประชาชนหรือผู้ร้องทั้ง 20 กว่าราย

“จริงๆ เป็นเรื่องดี ทางสำนักงาน กกต. ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาในการทำงานที่ผู้ร้องจะมาร้อง นั่นคือการช่วยดูแลการเมืองและสิทธิของประชาชนร่วมกัน เราต้องสร้างความเชื่อมั่นจากการออกแบบบัตรเลือกตั้งให้สามารถทำได้ทั้ง 2 หลักการ จริงๆ ทำได้ไม่ยาก แต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เราคิดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เมื่อมีความไม่สบายใจก็ต้องมีการแก้ไข” นายแสวง กล่าว

นายแสวง กล่าวว่า ส่วนที่เราทำหน้าที่ตรงนี้ อะไรที่ทำให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำให้ประชาชนสบายใจ เกิดความเชื่อมั่น เราจะทำทั้ง 2 หลักการ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 

เมื่อถามว่า ลับโดยมีเงื่อนไข ไม่ใช่ความลับโดยสมบูรณ์ กกต. มองว่าอย่างไรบ้าง นายแสวง กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวไว้แล้ว เราก็ปฏิบัติมา เวลาที่เราทำงาน เราอยากให้เป็นความลับโดยบริบูรณ์ แต่เวลาทำงานอย่างที่บอก มีหลักเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรมเข้ามาด้วย ศาลได้วางหลักว่าหลักที่ลับแบบมีเงื่อนไขต้องสมดุลกัน คือไม่กระทบสาระสำคัญของหลักตรงและลับ ซึ่งอยู่ที่มาตรการ

“จริงๆ ก่อนที่จะมีบาร์โค้ด เวลามีคนกระทำผิดเราสามารถสืบได้จากการที่เราไปเอาบัตรมาและดูลายนิ้วมือจากบัตรนั้น สมัยที่เราใช้ลายนิ้วมือ ก็ถือว่าไม่ลับอยู่แล้ว จริงๆ อย่าเอาเรื่องการกระทำความผิดมาปนกับเรื่องตรงและลับ คนกระทำผิดต้องได้รับโทษ เมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ก็สามารถป้องกันได้”

“แสวง” แจงปมฟ้องร้อง เพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้งตามหน้าที่ ไม่ใช่การฟ้องปิดปากประชาชน

 

ส่วนที่สำนักงาน กกต. ฟ้องบุคคลที่มีการตรวจสอบบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด จะมีการเอาผิดหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่าเป็นคนละประเด็น กรณีที่สำนักงานไปฟ้อง ไม่ได้ฟ้องเพื่อป้องกันตัวเอง แต่เป็นการฟ้องเพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ ถ้าเราไม่ทำเราก็เหมือนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คนละอย่างกับการใช้สิทธิเสรีภาพ

“คนอาจจะพูดว่าเราฟ้องปิดปาก แต่จริงๆ คนละประเด็น สิทธิเสรีภาพประชาชนสามารถใช้ได้ ไม่ว่าจะการพูดหรือการกระทำที่ไม่กระทบกับสาระสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง ลักษณะที่เราไปฟ้อง มีกรณีเดียวคือกระทบสาระสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง คนละอย่างกับการใช้เสรีภาพในการวิเคราะห์วิจารณ์ กกต. ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่เคยฟ้อง” นายแสวง กล่าว

ส่วนที่คนที่ถูกร้องระบุว่า ยังไม่ถูกเรียกไปสอบสวนนั้น นายแสวง กล่าวว่า ตนไปตอบแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้

 

เมื่อถามว่า บัตรสีชมพู แท่งบาร์โค้ดสามารถยืนยันได้ตรงกันจริง 3 ส่วน ประชาชนจะมั่นใจผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้อย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ศาลระบุว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่มาตรการที่เราป้องกันอยู่ทุกวันนี้ สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ วันนี้ยังไม่มีใครทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ผ่านมาแล้ว มีอย่างเดียวที่ศาลท่านให้คำแนะนำคือเก็บรักษาให้ถูกต้องให้ดีที่สุด อย่าให้กระทบสิทธิประชาชน ในเรื่องหลักการตรงและลับ แต่หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ เราจะเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาทำเกี่ยวกับบัตร เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ อาจจะเป็นรูปแบบอื่นที่ทำให้รู้สึกว่าเรามั่นใจ

 

ส่วนที่พรรคประชาชนฟ้องเรื่อง 157 นายแสวง กล่าวว่า จริงๆ เป็นเรื่องของการใช้สิทธิ์ เราอยู่ในที่สว่าง พร้อมจะรับการตรวจสอบ

 

ส่วนรู้สึกกังวลใจหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไร ทุกคนสามารถตรวจสอบเราได้อยู่แล้ว ถ้าจะรู้สึกไม่ดีบ้าง ที่ผ่านมาก็คือทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด