สำหรับแนวทางคำวินิจฉัย สามารถเป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ 1. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ยังคงมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมาย แต่ กกต. อาจต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมเพื่อนำไปปรับปรุง 2. สั่งเลือกตั้งใหม่บางหน่วย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความลับในการลงคะแนน แต่ไม่กระทบภาพรวมทั้งหมด และ 3. การเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” ซึ่งจะถือว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะ และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ
รองเลขาฯ กกต. เข้าฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปมเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขณะที่ 2 ผู้ร้องเชื่อศาลสั่งเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ต่อมาเวลา 12.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ปมการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมคณะ เดินทางมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัย ซึ่งมีกำหนดอ่านในเวลา 14.00 น.
ต่อมาเวลา 13.10 น. นายดิเรก พรสีมา อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 3 และนายภิญโญ บุญเรือง อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 15 ในฐานะ 2 ใน 21 ผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัยในคดีคิวอาร์โค้ด (QR Code) บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
นายดิเรก กล่าวว่า ที่ผ่านมาศาลไม่ได้ติดใจคำร้องของผู้ร้องเท่าใดนัก แต่ติดใจคำร้องของผู้ชี้แจง อย่างไรก็ตาม มองว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะต้องเป็นโมฆะเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
ด้านนายภิญโญ กล่าวว่า กรณีบาร์โค้ด (Barcode) สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความลับ เพราะสามารถยืนยันย้อนกลับไปถึงต้นขั้วได้ ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งรายบุคคลที่เป็นคิวอาร์โค้ดนั้น มีการให้ข้อมูลต่อศาลว่าสามารถตรวจสอบยืนยันไปยังต้นขั้วได้เช่นกัน จึงมีความเชื่อมั่นว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีครั้งนี้
ตนมองว่าคำวินิจฉัยจะออกมา 6 ต่อ 3 เสียง ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากสามารถพิสูจน์ได้ว่า คิวอาร์โค้ดไม่เป็นความลับ ซึ่งตนได้ยื่นคำชี้แจงเพิ่มเติมไปแล้ว ขณะเดียวกันเรื่องคิวอาร์โค้ดก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นขั้วได้ หากศาลวินิจฉัยว่าบาร์โค้ดไม่เป็นความลับ คิวอาร์โค้ดก็ต้องไม่เป็นความลับเช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ทุกอย่างเป็นโมฆะและต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่