นอกจากนี้ ในด้านของการขยายผล นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ผลงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ จะถูกใช้เป็นต้นแบบ (Best Practice) ให้ท้องถิ่นแห่งอื่นนำไปต่อยอด เนื่องจากเป็นวิธีทำงานที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงในบริบทของท้องถิ่นไทย ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่ได้รับรางวัลก็จะได้รับผลการประเมินรายด้านกลับไปทุกแห่งเช่นกัน ซึ่งสามารถใช้เป็นแผนพัฒนาตนเองได้อย่างชัดเจน และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันวางแผนสนับสนุนเป็นรายพื้นที่ต่อไปได้
ขณะที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การมอบรางวัล Local Award จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นรางวัลจากผลการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local Performance Assessment: LPA)และการประเมินท้องถิ่นศักยภาพสูง (High–Potentiated Local Assessment: HPA) ซึ่งเป็นการประเมินตามหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดที่ประกาศไว้ล่วงหน้า มิใช่การประกวดหรือการเสนอชื่อ เพื่อสะท้อนทั้งกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งยังมีการมอบรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างแรงจูงใจและเป็นต้นแบบการพัฒนาที่สามารถขยายผลในท้องถิ่นอื่นได้
ทั้งนี้ ตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินกำหนดร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำให้นโยบายระดับชาติด้านสุขภาพ การควบคุมโรค สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และการรับมือสาธารณภัย ถูกแปลงเป็นแนวปฏิบัติที่วัดผลได้จริงในระดับพื้นที่
พิธีมอบรางวัลท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง ประจำปี 2569 Local Award 2026 ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ยังตอกย้ำบทบาทสำคัญของท้องถิ่นไทยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง รางวัลทั้ง 330 รางวัลจึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่ยังเป็นเครื่องขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับประเทศชาติต่อไป