รศ.ดร.นวลน้อย กล่าวต่อว่า สถานการณ์การพนันออนไลน์ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562–2568) มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยจำนวนผู้เล่นพุ่งสูงขึ้นจาก 0.82 ล้านคน ในปี 2562 เป็น 1.94 ล้านคน (+136%) ในปี 2564 และเพิ่มเป็น 5.66 ล้านคน (+191%) ในปี 2566 และล่าสุดปี 2568 มีจำนวนผู้เล่นสูงถึง 6.37 ล้านคน ขณะที่ด้านวงเงินหมุนเวียนในบ่อนออนไลน์ เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน จาก 20,152 ล้านบาท ในปี 2562 เพิ่มเป็น 107,078 ล้านบาท (+431%) ในปี 2564 ขยับเป็น 154,819 ล้านบาท (+45%) ในปี 2566 และทะยานพุ่งสูงถึง 305,326 ล้านบาท (+97%) ในปี 2568
นายเอ (นามสมมุติ) ตัวแทนเยาวชนและผู้ได้รับผลกระทบจากพนัน กล่าวว่า ตนมีประสบการณ์การเข้าไปพัวพันกับพนันออนไลน์ เริ่มต้นจากในช่วงโควิด-19 ตนเองเรียนอยู่ ม.3-4 เห็นเพื่อน เล่นบาคาร่า จึงมีความสนใจ เล่นครั้งละ 50-100 บาท แต่ก็ยังไม่มั่นใจ กลัวโดนโกง พอขึ้นปี 1-2 จึงเปลี่ยนมาแทงบอล เริ่มเชื่อมั่นว่าเราคุมตัวเองได้ ยอมรับเล่นหนักมาก ทำงานพาร์ตไทม์ มีเงินเก็บเท่าไหร่นำไปแทงบอลจนหมดตัว แฟนเป็นห่วงชวนให้เลิกเล่น ก็ยังไม่เลิกเด็ดขาดเสียที จากเล่นหลักร้อย เป็นหลักพัน และสูญเสียเงินเป็นหลักหมื่นเฉียดหลักแสน จนเกิดผลกระทบทางด้านการเงินและความสัมพันธ์ จึงตัดสินใจเลิกแทงบอลด้วยตนเองในที่สุด
นางสาวมนทิรา ผลาสินธุ์ แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนสามารถพบเห็นเนื้อหา โฆษณา และการชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ได้ผ่านช่องทางดิจิทัลในหลากหลายรูปแบบ ทั้งอินฟลูเอนเซอร์ การไลฟ์สด และวิดีโอสั้น ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่เยาวชนควรต้องรับมือเพียงลำพัง แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างระบบป้องกันที่เท่าทันพนัน จึงมีข้อเสนอต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีข้อเสนอ 4 ประเด็น 1.ขอให้เร่งจัดการโฆษณาและการชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ 2. ขอให้พัฒนาระบบป้องกันเด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง 3. ขอให้แพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการเนื้อหาพนัน 4. ขอให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการป้องกันการพนันออนไลน์