“พิพัฒน์ - ภราดร" โนคอมเมนต์ “กล้าธรรม” จ่อซบ “ภูมิใจไทย” หรือไม่ โยนถาม"อนุทิน"
22 ก.ย. 2569 | prisana_tha

"พิพัฒน์" โนคอมเมนต์ “กล้าธรรม” จ่อซบ “ภูมิใจไทย” หรือไม่ โยนถาม"อนุทิน" ด้าน “ภราดร” ถามกลับ ปชน.ใช้สิทธิอะไรตัด “กล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน
ข่าว
22 ก.ย. 2569 | prisana_tha

"พิพัฒน์" โนคอมเมนต์ “กล้าธรรม” จ่อซบ “ภูมิใจไทย” หรือไม่ โยนถาม"อนุทิน" ด้าน “ภราดร” ถามกลับ ปชน.ใช้สิทธิอะไรตัด “กล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน
KEY
POINTS
22 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว พรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน เป็นการส่งสัญญาณจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ว่า ต้องถามนายกรัฐมนตรีคนเดียว ตนไม่สามารถชี้แจงแถลงข่าวได้
เมื่อถามว่า เมื่อมีสัญญาณเช่นนี้ ในทางการเมือง มีแนวโน้มจะมาร่วมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสั่งการ หรือดำริจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามว่า ในฐานะที่มีประสบการณ์ทางการเมือง คิดว่ารัฐบาลมีเสียงขนาดนี้จำเป็นต้องดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน รัฐบาลทำงานมาได้ ประมาณ 6 เดือน รายละเอียดขอให้ทางผู้บริหารพรรคหรือนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนตนไม่ได้เป็นผู้บริหารพรรค
ส่วนสถานการณ์ภายในพรรคภูมิใจไทยยังรักกันดีอยู่หรือไม่ เพราะขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาว่าพรรคแตกแยกกันอีกแล้ว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนยังทำงานร่วมกันด้วยดี สิ่งที่เป็นข้อขัดแย้งทุกอย่างเดินไปได้สบายๆ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นส่วนที่จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองทุกอย่าง ผู้ใหญ่ก็พูดคุยกันตลอดเวลา
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีข่าวว่า พรรคฝ่ายค้านจะมาร่วมรัฐบาลตลอด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการเมือง เพราะในแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่ละรัฐบาล ทุกพรรคการเมือง ที่อาสาเสนอเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา รณรงค์หาเสียงล้วนแต่จะเสนอนโยบายของพรรคตัวเอง เพื่อช่วยแก้ปัญหาของประเทศ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการพูดคุยหารือกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งไม่จำเป็นว่ารัฐบาลจะหารือเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล ที่เราหารือกันเป็นปกติทุกสัปดาห์ทุกวันอยู่แล้ว แต่อะไรที่สำหรับพรรคฝ่ายค้านนำเสนอมาเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยของเรา สำหรับคนไทยของเรา เราก็จะรับข้อเสนอต่างๆเหล่านี้เพื่อมาปรับแก้ เพื่อนำพาประเทศชาติ ไปสู่สถานะที่พัฒนาหรือเศรษฐกิจที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ได้สอบถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร โดยหลักแล้วขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการก้าวก่ายในส่วนของอีกฝ่าย
เมื่อถามว่า ขณะนี้เสียงของรัฐบาลจำเป็นต้องมี สส.เข้ามาเพิ่มหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลบริหารงานอยู่ที่ 300 เสียง โดยนับสัดส่วนรัฐบาลที่ 300 เสียง และที่ผ่านมาได้ดำเนินงานมาด้วยดี
นายภราดร กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคการเมืองที่ไม่ได้สังกัดฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ตามหลักการแล้ว หากพรรคใดไม่ได้ร่วมรัฐบาล ก็ต้องอยู่ในฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่ได้มีการตกลงกันเหมือนการจัดตั้งรัฐบาล
“ถึงได้บอกว่า การไปตัดสิทธิความเป็นฝ่ายค้าน โดยแกนนำฝ่ายค้านแบบนี้ ใช้สิทธิอะไรไปตัดสิทธิคนอื่น” นายภราดรกล่าว
นายภราดร กล่าวว่า การลงมติใดๆ ที่ไม่เหมือนกับฝ่ายค้าน ถือเป็นเอกสิทธิของ สส. ที่สามารถดำเนินการได้ และไม่ได้เป็นการแก้ตัวให้พรรคกล้าธรรม เพราะจะเห็นว่าบางเรื่องพรรคกล้าธรรมลงมติตรงข้ามกับรัฐบาล บางเรื่องงดออกเสียง และบางเรื่องลงมติไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล ซึ่งเป็นเอกสิทธิของแต่ละพรรคการเมืองที่จะพิจารณาว่าเรื่องต่างๆ จะลงมติอย่างไร
ส่วนกรณีการจัดสรรเวลาอภิปรายหลังจากนี้ นายภราดร กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน แล้วนำมาคำนวณสัดส่วนเวลาว่า สส. 1 คนจะได้รับเวลาเท่าใด พรรคใดมีสมาชิกเท่าใดก็คูณตามจำนวนสมาชิก เพราะสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือของรัฐบาล แต่เป็นของสมาชิกทั้ง 500 คน และทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมไม่ได้เป็นฝ่ายค้านแล้ว จะขอเวลาอภิปรายจากฝ่ายใด นายภราดร กล่าวว่า จะให้มากินเวลาของรัฐบาลก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นต้องแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน หากมีฝ่ายค้านอิสระเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกลุ่มประมาณ 50-60 คน หากจะให้เกิดความเป็นธรรม ก็ต้องนำมาหารสัดส่วนกันให้ชัดเจน
ส่วนกรณีมีแนวโน้มว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และย้ำว่ายังไม่ได้พูดคุยกับนายอรรถกร รวมถึงไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและหัวหน้าพรรคกล้าธรรมได้มีการเจรจาตกลง หรือพูดคุยกันหรือไม่
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลที่มี 300 เสียงเพียงพอแล้วหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็บริหารงานกันอยู่ที่ 300 เสียงแล้ว