ส่วนการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอรรถกร กล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร แต่ต้องมองต่อไปว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาและประชาชนกำลังต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการลงมติงบประมาณที่ผ่านมา ประธานวิปฝ่ายค้านได้มาพูดคุยและแสดงความไม่สบายใจ จึงได้หารือกันถึงการทำงานของฝ่ายค้านและสัดส่วนโควตาการตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะไม่ใช้สิทธิในการถามกระทู้สด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดสรรเวลาหรือการทำงานร่วมกัน
เมื่อถามถึง สถานะของพรรคกล้าธรรมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว นายอรรถกร มองว่า พรรคมีจุดยืนและแนวทางการทำงานของตัวเอง โดยที่ผ่านมา สมาชิกพรรคก็เข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านและให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด
“สส.ของพรรคกล้าธรรม ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม เรายังคงผลักดันการแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป” นายอรรถกร กล่าวทิ้งท้าย