เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเบื้องหลัง “พยานกลับคำให้การ” คดีฮั้ว สว. ใครได้ประโยชน์

11 ก.ย. 2569 | titayu_pur

เปิดเบื้องหลัง “พยานกลับคำให้การ” คดีฮั้ว สว. ใครได้ประโยชน์

เปิดเบื้องหลัง “พยานกลับคำให้การ” คดีฮั้ว สว. ใครได้ประโยชน์ พบ คหบดีคนดังภาคอีสาน ตัวย่อ อ. อ้างถูกข่มขู่ ให้ซัดทอดภูมิใจไทย แต่ให้การครั้งแรก มาเอง โดยไร้หมายเรียก พบเข้าให้การเองหลายครั้ง ขัดแย้งการถูกล่อลวง

เปิดเบื้องหลัง “พยานกลับคำให้การ” คดีฮั้ว สว. ใครได้ประโยชน์ พบ คหบดีคนดังภาคอีสาน ตัวย่อ อ. อ้างถูกข่มขู่ ให้ซัดทอดภูมิใจไทย แต่ให้การครั้งแรก มาเอง โดยไร้หมายเรียก พบเข้าให้การเองหลายครั้ง ขัดแย้งการถูกล่อลวง

KEY

POINTS

  • พยานปากเอกกลับคำ: "พยาน อ." ยื่นเอกสารกลับคำให้การคดีฮั้ว สว. โดยอ้างว่าถูกข่มขู่ล่อลวงให้ชี้ทอดแกนนำพรรคภูมิใจไทย
  • พิสูจน์ข้อพฤติกรรมขัดแย้ง: พบข้อสงสัยพยานเดินทางมาให้การเองแต่แรกโดยไร้หมายเรียก แต่ช่วงกลับคำกลับส่งเพียงเอกสารและไม่ปรากฏตัว
  • กกต. ยกคำร้อง อนุทิน-เนวิน: คณะอนุฯ กกต. ให้น้ำหนักการกลับคำเพราะไร้หลักฐานอื่นยืนยัน จนเกิดคำถามถึงบรรทัดฐานการพิจารณาคดีการเมือง

11 กันยายน 2569 เจาะลึกเบื้องหลังกรณี พยานกลับคำให้การ ใน คดีฮั้ว สว. ที่เคยให้การซัดทอดแกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่ล่าสุด กกต. มีมติยกคำร้องเนื่องจากขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ โดย 'พยาน อ.' นักการเมืองใหญ่ภาคอีสาน อ้างว่าถูกข่มขู่ล่อลวงให้ชี้ทอดความผิด ทว่ากลับมีข้อสังเกตขัดแย้ง เพราะในตอนแรกพยานเดินทางเข้าให้การด้วยตนเองหลายครั้งโดยไร้หมายเรียก การส่งเพียงเอกสารกลับคำโดยไม่ปรากฏตัว นำไปสู่การยกคำร้องอดีตแกนนำอย่าง อนุทิน และ เนวิน พร้อมเกิดคำถามใหญ่ถึงบรรทัดฐานการใช้อำนาจพิจารณาหลักฐานของ กกต. ว่า สรุปแล้วใครได้ประโยชน์

 

จากกรณีเอกสารพยานคดีฮั้ว สว. หลุด ขอกลับคำให้การ แล้วอ้างว่าถูกข่มขู่ ล่อลวง ยัดคดี ให้ซัดทอดถึง “พรรคภูมิใจไทย” นั้น “เนชั่นทีวี” ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เอกสารและคำให้การของพยานรายนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นำมาอ้างในเวลาต่อมา ซึ่งนำมาสู่การยกคำร้องของแกนนำคนสำคัญในฝ่ายการเมือง รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 187 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับลำดับที่ 228 คือ “นายเนวิน ชิดชอบ”ด้วย พบว่ามีพยานปากสำคัญ 1-3 ปาก “กลับคำให้การ”

 

พยานสำคัญที่สุดคนหนึ่ง คือ นักการเมืองใหญ่ ชื่อย่อ “อ.” เป็นนักการเมือง และคหบดีคนดังของภาคอีสาน คนนี้เคยให้การมัดผู้ถูกกล่าวหาสำคัญทั้ง 2 ราย ในฐานะ “ประจักษ์พยาน” ว่า เห็นและอยู่ร่วมสถานที่เดียวกับทั้งสองคน ในการประชุมผู้สมัคร สว. และ สว.ที่ผ่านการคัดเลือกระดับประเทศแล้ว แต่ต่อมา “พยาน อ.” ได้กลับคำให้การ อ้างว่าสาเหตุที่ต้องให้การแบบนั้น เพราะถูกข่มขู่ ตามเอกสารที่ปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์เวลานี้

แต่คำชี้แจงของ “พยาน อ.” นี้ ทาง “คณะ 26” ไม่ให้น้ำหนัก แต่ในการพิจารณาขั้นต่อๆ มาของ กกต.กลับให้น้ำหนัก โดยเหตุผลที่ “คณะ 26” ไม่ให้น้ำหนัก เพราะว่า ช่วงที่ “พยาน อ.” แสดงตนเป็นพยาน และให้การกล่าวหา “แกนนำการเมืองคนสำคัญ” มีบทบาทในขบวนการฮั้ว สว. เจ้าตัว “เข้าให้การด้วยตนเอง” โดยครั้งแรกไม่ได้มีหมายเรียกพยานด้วยซ้ำ ที่สำคัญยังเข้าให้การหลายรอบ โดยไม่ได้แสดงท่าทีเคร่งเครียด หรือไม่อยากให้ปากคำแต่อย่างใด

 

ภายหลังจากที่ “พยาน อ.” ตัดสินใจกลับลำ กลับคำให้การ ไม่ได้มีการเข้าพบคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของ กกต. แต่เป็นการ “ส่งเอกสาร” มาเท่านั้น อ้างว่ายกเลิกคำให้การครั้งแรก เนื่องจากถูกข่มขู่ จึงสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า เป็นพยานที่มาเอง กล่าวหาบิ๊กการเมือง สุดท้ายตอนกลับคำให้การ กลับส่งเพียงเอกสารมา ไม่กล้าปรากฏตัว เพราะอะไร

อย่างไรก็ดี การกลับคำให้การของ “พยาน อ.” ถูกให้น้ำหนักในการพิจารณาขั้นต่อๆ มาของ กกต. โดยเฉพาะ “คณะอนุฯ ชุดที่ 36” ประกอบกับการไม่มีหลักฐานอื่นยืนยัน ทั้งภาพถ่าย ข้อมูลโทรศัพท์ ข้อมูลไลน์ และเส้นเงิน ทำให้เห็นว่า “ยังไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อ”

 

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ “เนชั่นทีวี” ได้สอบถามความเห็นกับผู้รู้ทางกฎหมาย มีการตั้งประเด็นว่า จะต้องมีการวางบรรทัดฐานใหม่ในการพิจารณาว่า เหตุผลแบบนี้ฟังขึ้นหรือไม่ แล้วคำว่า “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีความหมายแค่ไหน อย่างไร ตลอดจนอำนาจของ กกต.ในการวินิจฉัยหลักฐานลักษณะนี้ สามารถตัดสินเองได้เอง หรือต้องส่งศาลเท่านั้น 

 

เอกสารลับ พยานคดีฮั้ว สว.กลับคำให้การ

 

เอกสารลับ พยานคดีฮั้ว สว.กลับคำให้การ

 

เอกสารลับ พยานคดีฮั้ว สว.กลับคำให้การ

ข่าวล่าสุด