11 กันยายน 2569 เจาะลึกเบื้องหลังกรณี พยานกลับคำให้การ ใน คดีฮั้ว สว. ที่เคยให้การซัดทอดแกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่ล่าสุด กกต. มีมติยกคำร้องเนื่องจากขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ โดย 'พยาน อ.' นักการเมืองใหญ่ภาคอีสาน อ้างว่าถูกข่มขู่ล่อลวงให้ชี้ทอดความผิด ทว่ากลับมีข้อสังเกตขัดแย้ง เพราะในตอนแรกพยานเดินทางเข้าให้การด้วยตนเองหลายครั้งโดยไร้หมายเรียก การส่งเพียงเอกสารกลับคำโดยไม่ปรากฏตัว นำไปสู่การยกคำร้องอดีตแกนนำอย่าง อนุทิน และ เนวิน พร้อมเกิดคำถามใหญ่ถึงบรรทัดฐานการใช้อำนาจพิจารณาหลักฐานของ กกต. ว่า สรุปแล้วใครได้ประโยชน์
จากกรณีเอกสารพยานคดีฮั้ว สว. หลุด ขอกลับคำให้การ แล้วอ้างว่าถูกข่มขู่ ล่อลวง ยัดคดี ให้ซัดทอดถึง “พรรคภูมิใจไทย” นั้น “เนชั่นทีวี” ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เอกสารและคำให้การของพยานรายนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นำมาอ้างในเวลาต่อมา ซึ่งนำมาสู่การยกคำร้องของแกนนำคนสำคัญในฝ่ายการเมือง รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 187 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับลำดับที่ 228 คือ “นายเนวิน ชิดชอบ”ด้วย พบว่ามีพยานปากสำคัญ 1-3 ปาก “กลับคำให้การ”
พยานสำคัญที่สุดคนหนึ่ง คือ นักการเมืองใหญ่ ชื่อย่อ “อ.” เป็นนักการเมือง และคหบดีคนดังของภาคอีสาน คนนี้เคยให้การมัดผู้ถูกกล่าวหาสำคัญทั้ง 2 ราย ในฐานะ “ประจักษ์พยาน” ว่า เห็นและอยู่ร่วมสถานที่เดียวกับทั้งสองคน ในการประชุมผู้สมัคร สว. และ สว.ที่ผ่านการคัดเลือกระดับประเทศแล้ว แต่ต่อมา “พยาน อ.” ได้กลับคำให้การ อ้างว่าสาเหตุที่ต้องให้การแบบนั้น เพราะถูกข่มขู่ ตามเอกสารที่ปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์เวลานี้