เปิดโครงข่ายใยแมงมุม 3 ทุนยิวฮุบไทย ลุยตรวจตึกใต้ดินสุขุมวิท 22
นายพลพีร์ ยอมรับกับเนชั่นทีวีว่า จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า ทั้งหมดคือเครือข่ายความสัมพันธ์เดียวกัน โดยมีพฤติกรรมและหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน:
- บริษัทที่เป็นเจ้าของสุสานที่ฉะเชิงเทรา เป็นเจ้าของเดียวกับชาบัตที่ป่าตอง ภูเก็ต และพื้นที่อื่น ๆ
- ผู้ก่อตั้งหลักเป็น ชาวอิสราเอล 3 ราย ซึ่งปัจจุบันแปลงสัญชาติได้สัญชาติไทยทั้งหมด
- ทั้ง 3 คนมีบริษัทร่วมกัน และแยกย้ายไปเป็นเจ้าของหรือกรรมการบริหารบริษัทในเครือข่ายอีก หลายสิบบริษัท ประกอบธุรกิจหลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวกำลังขยายทุนเข้ามาสร้างชาบัตแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ บริเวณ ซอยสุขุมวิท 22 โดยขออนุญาตสร้างอาคาร 8 ชั้น (อยู่ใต้ดิน 3 ชั้น บนดิน 5 ชั้น) ซึ่งใช้เงินมูลค่ามหาศาลและยังไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงยังไม่มีราคาประเมินอาคารที่แน่ชัด ขณะนี้มหาดไทยกำลังประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขอตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างและเหตุผลต่าง ๆ อย่างละเอียด
ดีเอสไอออกหมายเรียกเคสพัทยา มท.ลั่นกวาดล้างยันยอดพีระมิด
รมช.มหาดไทย เผยต่อไปว่า ชาบัตที่สุขุมวิทยังถือเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับขนาดโครงข่ายทั้งหมด โดยเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองใหญ่ของขบวนการนี้ ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกเรียบร้อยแล้ว ในเคสของชลบุรี เนื่องจากมีพฤติการณ์ใช้นอมินีถือครองบริษัท โรงแรม อาคาร และที่ดินอย่างชัดเจน
สำหรับกรณี สุสานที่เจริญกรุง นายพลพีร์ชี้แจงว่า "ไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้" เนื่องจากพื้นที่เจริญกรุงเป็นสุสานถูกต้อง มีใบอนุญาต และมีเจ้าของเป็นคนไทย กลุ่มชาวอิสราเอลเพียงมาขอเช่าพื้นที่ต่อจำนวน 112 ตารางวาเพื่อใช้ฝังศพคนชาติตนเอง ซึ่งถือว่าทำได้ตามกฎหมายและไม่ผิดปกติ
ไม่หวั่นแม้ถือสัญชาติไทย-อยู่มานาน ผิดจริงถอนสัญชาติ-เนรเทศ
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่กลุ่มทุนดังกล่าวพำนักอยู่ในไทยมานานหลายสิบปีและมีสัญชาติไทยจะทำให้การดำเนินคดีสะดุดหรือไม่ นายพลพีร์ ตอบอย่างดุดันว่า "นานไม่นาน ไทยไม่ไทย ถือสัญชาติไหนไม่เกี่ยวครับ คือถ้าเกิดผิดเราก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน ไม่หวั่นเกรง"
การที่พวกเขาได้สัญชาติไทยกลับเป็นผลดีต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะสามารถบังคับใช้กฎหมายไทยได้อย่างเต็มที่ หาก DSI และมหาดไทยขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วพบความผิดจริง สามารถดำเนินการยึดทรัพย์ พร้อมทั้งสั่งถอนสัญชาติและเนรเทศออกนอกประเทศทันที ขอให้ประชาชนอย่ากังวล
ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายพลพีร์ ระบุว่า ต้องแยกแยะ หากเข้ามาลงทุนถูกต้อง เช่น ผ่านช่องทาง BOI หรือมีพาร์ทเนอร์คนไทยจริง ๆ ประเทศไทยพร้อมต้อนรับและสนับสนุน แต่สิ่งที่ตรวจพบในขณะนี้คือการกระทำความผิดชัดเจน และเชื่อว่าไม่ได้ผิดแค่บริษัทเดียวแต่ระบาดไปทั้งโครงข่าย
ส่วนการประสานงานกับทางการอิสราเอลหรือสถานทูตนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้ร่วมมือกันสืบสวนเนื่องจากเป็นคนละส่วนงาน แต่ทางเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้เข้าพบตัวแทนฝั่งไทยเพื่อแสดงความกังวลต่อกระแสตอบรับของคนไทยที่มีต่อชาวอิสราเอล ซึ่งทางมหาดไทยได้ทำความเข้าใจแล้วว่าทุกชาติมีทั้งคนดีและคนไม่ดี จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจในการบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนหลังจากนี้จำเป็นต้องรอบคอบรัดกุมที่สุด เพื่อทลายทุนสีเทาข้ามชาตินี้ให้หมดสิ้น โดยไม่ปล่อยให้คนบนยอดพีระมิดรอดนวลลอยไปได้
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการทำงานร่วมระหว่าง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และมหาดไทย ได้ตรวจสอบพบข้อมูล กลุ่มบุคคลชาวยิว ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน โดยตั้งข้อสงสัยเงินลงทุนจำนวนมาก ที่กระจายไปยังบริษัทต่างๆ มากกว่า 40 บริษัท โดยขณะนี้ ดีเอสไอ กำลังแกะรอย กลุ่มบริษัทเหล่านี้ เพราะเริ่มต้นจากนักธุรกิจชาวยิว เครือข่ายเดียวกัน ซึ่งประเมินมูลค่าเงินลงทุนขณะนี้ ถึงระดับหมื่นล้านบาท