เนชั่นทีวี

ข่าว

"พลพีร์" เดินหน้า ล้างบาง"มาเฟียต่างชาติ" พบเครือข่าย"ทุนยิว"หมื่นล้าน

11 ก.ย. 2569 | thamsathit_pol

"พลพีร์" เดินหน้า ล้างบาง"มาเฟียต่างชาติ" พบเครือข่าย"ทุนยิว"หมื่นล้าน

"พลพีร์" ลั่น ล้างบาง"มาเฟียต่างชาติ" แฉหมดเปลือกโครงข่าย "ทุนยิว" เชื่อมโยงปมพิรุธตั้งแต่สถานชาบัตที่ภูเก็ต สุสานฉะเชิงเทรา ที่ดินหรูสุขุมวิท 22 จนถึงโรงแรมดังพัทยา

11 กันยายน 2569  เนชั่นทีวีออนไลน์ ผู้นำข่าวสารเพื่อการตัดสินใจ  เปิดปฏิบัติการสะสางเงื่อนงำทุนต่างด้าวใช้นอมินีทำธุรกิจต้องสงสัยในประเทศไทย หลัง รมช.มหาดไทย "พลพีร์ สุวรรณฉวี" เปิดใจสัมภาษณ์พิเศษ แฉหมดเปลือกโครงข่ายทุนยิวเชื่อมโยงปมพิรุธตั้งแต่สถานชาบัตที่ภูเก็ต สุสานฉะเชิงเทรา ที่ดินหรูสุขุมวิท 22 จนถึงโรงแรมดังพัทยา ย้ำชัดได้สัญชาติไทยก็ไม่เว้น ผิดจริงถอนสัญชาติ-เนรเทศ-ยึดทรัพย์ ลั่นขยายผลทลายทั้งขบวนการยันยอดพีระมิด!


แยกแยะทุนดี-ทุนสีเทา ย้ำคนพื้นที่คาใจต่างด้าวฮุบที่ทำกิน

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เปิดเผยกับเนชั่นทีวี ถึงการเดินหน้าปราบปรามกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจโดยมิชอบในประเทศไทย โดยระบุว่า ความกังวลของคนไทยแบ่งออกเป็นประเด็นหลัก ๆ คือ  

การหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต พังงา สมุย และพะงัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นชาวอิสราเอลที่เข้ามาทำธุรกิจ แย่งงาน และแย่งลูกค้า จนเม็ดเงินตกอยู่กับต่างชาติมากกว่าคนไทย อีกทั้งคนในพื้นที่ยังพบเห็นพฤติกรรมความผิดปกติในการเริ่มครอบครองอาคารพาณิชย์ ธุรกิจ และโรงแรม จนเกิดคำถามว่าเข้ามาทำธุรกิจบนแผ่นดินไทยอย่างถูกต้องได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม นายพลพีร์ ย้ำว่า ต้องแยกแยะระหว่างคนดีและคนผิด เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่น่ารัก ชื่นชอบธรรมชาติ และประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายก็มีอยู่มาก แต่ในส่วนของกลุ่มที่ทำผิดกฎหมาย ทางกระทรวงมหาดไทยยืดหยัดว่าจะไม่มีการนิ่งดูดายอย่างเด็ดขาด

แกะรอย "ชาบัตป่าตอง" พิรุธพิธีกรรมปิดกั้น-เงินทุนลึกลับ

ชนวนเหตุสำคัญมาจากการที่ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วยกรมการปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนทำธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งสร้างอาคาร 5 ชั้นเสร็จสิ้นแต่ไม่มีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม เมื่อเข้าตรวจค้นกลับพบว่าถูกใช้เป็น "ชาบัต" (ศาสนสถานของชาวยิว)

กรณีดังกล่าวสร้างข้อสงสัยอย่างมากใน 2 ประเด็นหลัก คือ

• แหล่งที่มาของเงินทุน: การซื้อที่ดินทำเลทองในป่าตองและสร้างอาคาร 5 ชั้นขนาดใหญ่ มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีป้อมยามดูแลอย่างดี ต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งยังไม่ทราบที่ม

• การปิดกั้นทางศาสนา: หากอ้างว่าเป็นศาสนสถาน แต่กลับกีดกันไม่ให้คนสัญชาติอื่นหรือศาสนาอื่นเข้าพื้นที่ ซึ่งขัดกับวัฒนธรรมของประเทศไทยที่วัด โบสถ์คริสต์ หรือมัสยิด ล้วนเปิดต้อนรับทุกเชื้อชาติศาสนา

 

จากการขยายผลจากจุดนี้ ไปยังพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชาวอิสราเอลทำธุรกิจโดยใช้นอมินีคนไทยอย่างชัดเจน รวมถึงพบปมขัดแย้งวิวาทระหว่างชาวอิสราเอลกับเจ้าของสวนสัตว์ที่สมุย และปมปัญหาการทำสุสานที่ จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้ประเด็น "กลุ่มชาวยิว-อิสราเอล" ถูกสังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง

เปิดโครงข่ายใยแมงมุม 3 ทุนยิวฮุบไทย ลุยตรวจตึกใต้ดินสุขุมวิท 22

นายพลพีร์ ยอมรับกับเนชั่นทีวีว่า  จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า ทั้งหมดคือเครือข่ายความสัมพันธ์เดียวกัน โดยมีพฤติกรรมและหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน:

  • บริษัทที่เป็นเจ้าของสุสานที่ฉะเชิงเทรา เป็นเจ้าของเดียวกับชาบัตที่ป่าตอง ภูเก็ต และพื้นที่อื่น ๆ
  • ผู้ก่อตั้งหลักเป็น ชาวอิสราเอล 3 ราย ซึ่งปัจจุบันแปลงสัญชาติได้สัญชาติไทยทั้งหมด
  • ทั้ง 3 คนมีบริษัทร่วมกัน และแยกย้ายไปเป็นเจ้าของหรือกรรมการบริหารบริษัทในเครือข่ายอีก หลายสิบบริษัท ประกอบธุรกิจหลากหลายรูปแบบ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวกำลังขยายทุนเข้ามาสร้างชาบัตแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ บริเวณ ซอยสุขุมวิท 22 โดยขออนุญาตสร้างอาคาร 8 ชั้น (อยู่ใต้ดิน 3 ชั้น บนดิน 5 ชั้น) ซึ่งใช้เงินมูลค่ามหาศาลและยังไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงยังไม่มีราคาประเมินอาคารที่แน่ชัด ขณะนี้มหาดไทยกำลังประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขอตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างและเหตุผลต่าง ๆ อย่างละเอียด

ดีเอสไอออกหมายเรียกเคสพัทยา มท.ลั่นกวาดล้างยันยอดพีระมิด

รมช.มหาดไทย   เผยต่อไปว่า ชาบัตที่สุขุมวิทยังถือเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับขนาดโครงข่ายทั้งหมด โดยเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองใหญ่ของขบวนการนี้ ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกหมายเรียกเรียบร้อยแล้ว ในเคสของชลบุรี เนื่องจากมีพฤติการณ์ใช้นอมินีถือครองบริษัท โรงแรม อาคาร และที่ดินอย่างชัดเจน

สำหรับกรณี สุสานที่เจริญกรุง นายพลพีร์ชี้แจงว่า "ไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้" เนื่องจากพื้นที่เจริญกรุงเป็นสุสานถูกต้อง มีใบอนุญาต และมีเจ้าของเป็นคนไทย กลุ่มชาวอิสราเอลเพียงมาขอเช่าพื้นที่ต่อจำนวน 112 ตารางวาเพื่อใช้ฝังศพคนชาติตนเอง ซึ่งถือว่าทำได้ตามกฎหมายและไม่ผิดปกติ


ไม่หวั่นแม้ถือสัญชาติไทย-อยู่มานาน ผิดจริงถอนสัญชาติ-เนรเทศ

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่กลุ่มทุนดังกล่าวพำนักอยู่ในไทยมานานหลายสิบปีและมีสัญชาติไทยจะทำให้การดำเนินคดีสะดุดหรือไม่ นายพลพีร์   ตอบอย่างดุดันว่า "นานไม่นาน ไทยไม่ไทย ถือสัญชาติไหนไม่เกี่ยวครับ คือถ้าเกิดผิดเราก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน ไม่หวั่นเกรง"

การที่พวกเขาได้สัญชาติไทยกลับเป็นผลดีต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะสามารถบังคับใช้กฎหมายไทยได้อย่างเต็มที่ หาก DSI และมหาดไทยขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วพบความผิดจริง สามารถดำเนินการยึดทรัพย์ พร้อมทั้งสั่งถอนสัญชาติและเนรเทศออกนอกประเทศทันที ขอให้ประชาชนอย่ากังวล

 

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายพลพีร์  ระบุว่า ต้องแยกแยะ หากเข้ามาลงทุนถูกต้อง เช่น ผ่านช่องทาง BOI หรือมีพาร์ทเนอร์คนไทยจริง ๆ ประเทศไทยพร้อมต้อนรับและสนับสนุน แต่สิ่งที่ตรวจพบในขณะนี้คือการกระทำความผิดชัดเจน และเชื่อว่าไม่ได้ผิดแค่บริษัทเดียวแต่ระบาดไปทั้งโครงข่าย

ส่วนการประสานงานกับทางการอิสราเอลหรือสถานทูตนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้ร่วมมือกันสืบสวนเนื่องจากเป็นคนละส่วนงาน แต่ทางเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้เข้าพบตัวแทนฝั่งไทยเพื่อแสดงความกังวลต่อกระแสตอบรับของคนไทยที่มีต่อชาวอิสราเอล ซึ่งทางมหาดไทยได้ทำความเข้าใจแล้วว่าทุกชาติมีทั้งคนดีและคนไม่ดี จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจในการบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนหลังจากนี้จำเป็นต้องรอบคอบรัดกุมที่สุด เพื่อทลายทุนสีเทาข้ามชาตินี้ให้หมดสิ้น โดยไม่ปล่อยให้คนบนยอดพีระมิดรอดนวลลอยไปได้

รายงานข่าวแจ้งว่า  จากการทำงานร่วมระหว่าง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และมหาดไทย ได้ตรวจสอบพบข้อมูล กลุ่มบุคคลชาวยิว ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน โดยตั้งข้อสงสัยเงินลงทุนจำนวนมาก ที่กระจายไปยังบริษัทต่างๆ มากกว่า 40 บริษัท โดยขณะนี้ ดีเอสไอ กำลังแกะรอย กลุ่มบริษัทเหล่านี้ เพราะเริ่มต้นจากนักธุรกิจชาวยิว เครือข่ายเดียวกัน ซึ่งประเมินมูลค่าเงินลงทุนขณะนี้ ถึงระดับหมื่นล้านบาท 

ข่าวล่าสุด