เนชั่นทีวี

ข่าว

“ทวี” จี้ทบทวนงบ ‘มท.’ ชี้ยาเสพติด-ทุจริตสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.ต้องเร่งแก้

09 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“ทวี” จี้ทบทวนงบ ‘มท.’ ชี้ยาเสพติด-ทุจริตสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.ต้องเร่งแก้

“พ.ต.อ.ทวี” อภิปรายงบมหาดไทยปี 70 จี้ทบทวนการตัดงบ 2 หมื่นล้าน หวั่นกระทบจังหวัด-ท้องถิ่น ชี้ปัญหายาเสพติดต้องแก้ทั้งระบบ เสนอเพิ่มบทบาทผู้ว่าฯ พร้อมฟื้นฟูผู้ติดยา เผยทุจริตสอบท้องถิ่นใช้งบเกือบ 200 ล้าน แต่ข้อสอบไม่มีคุณภาพ และตั้งคำถามระบบเลือก สว. ที่ให้นายอำเภอ-ผู้ว่าฯ มีอำนาจ

“พ.ต.อ.ทวี” อภิปรายงบมหาดไทยปี 70 จี้ทบทวนการตัดงบ 2 หมื่นล้าน หวั่นกระทบจังหวัด-ท้องถิ่น ชี้ปัญหายาเสพติดต้องแก้ทั้งระบบ เสนอเพิ่มบทบาทผู้ว่าฯ พร้อมฟื้นฟูผู้ติดยา เผยทุจริตสอบท้องถิ่นใช้งบเกือบ 200 ล้าน แต่ข้อสอบไม่มีคุณภาพ และตั้งคำถามระบบเลือก สว. ที่ให้นายอำเภอ-ผู้ว่าฯ มีอำนาจ

KEY

POINTS

  • ค้านตัดงบมหาดไทย 2 หมื่นล้าน: หวั่นกระทบการพัฒนาจังหวัด เงินอุดหนุนท้องถิ่น งานแก้ไขปัญหายาเสพติด และบริการสาธารณะพื้นฐานของประชาชน
  • แฉพิรุธทุจริตสอบท้องถิ่น: อุดหนุนงบเปิดรับสมัครเกือบ 200 ล้านบาท แต่ข้อสอบไร้คุณภาพ พบพฤติกรรมปลอมข้าราชการและใส่คะแนนเพื่อซื้อขายตำแหน่ง
  • จี้สอบบทบาทฝ่ายปกครองปมฮั้ว สว.: ตั้งคำถามอำนาจผู้ว่าฯ และนายอำเภอ หากไม่เอื้อหรือปล่อยเกียร์ว่าง ขบวนการทุจริตเลือกระดับอำเภอและจังหวัดจะเกิดขึ้นไม่ได้

9 กันยายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดลด งบกระทรวงมหาดไทย กว่า 20,000 ล้านบาท ชี้กระทบการพัฒนาท้องถิ่นและยุทธศาสตร์แก้ปัญหายาเสพติดอย่างร้ายแรง พร้อมเปิดแผลปัญหากระบวนการ ทุจริตสอบท้องถิ่น ใช้งบเกือบ 200 ล้านบาทแต่ไร้คุณภาพ และจี้ตรวจสอบฝ่ายปกครองกรณีข้อสงสัยเรื่อง ฮั้ว สว. 

 

ที่ อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ โดยเป็นการพิจารณามาตรา 20 ในส่วนงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายถึงการปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยในมาตรา 20 ซึ่งมีการปรับลดลง 9.5% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยระบุว่า เหตุผลที่ขอปรับลดงบประมาณ เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบงบประมาณของจังหวัด เงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานป้องกันภัยพิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด และบริการพื้นฐานที่จำเป็นต่อประชาชนหน่วยงานเหล่านี้ขอไม่ปรับลดงบประมาณ

 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน และเชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยทราบดีว่าทุกข์ของประชาชนคืออะไร จึงขออภิปรายเรื่องการปรับลดงบประมาณ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ซึ่งทำลายชีวิตครอบครัว เศรษฐกิจชุมชน และความปลอดภัยของสังคม

 

สำหรับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่รับผิดชอบด้านยาเสพติด มี 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย งบประมาณ 93 ล้านบาท กรมการปกครอง 505 ล้านบาท กรมการพัฒนาชุมชน 38 ล้านบาท และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 60 ล้านบาท

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในอดีตการปราบปรามยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จ จะมีบุคคลสำคัญในพื้นที่ทำงานร่วมกัน 4 คน คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับการตำรวจจังหวัด และนายอำเภอกับผู้กำกับการตำรวจ ก่อนจะเพิ่มอีก 2 คน คือ สาธารณสุขจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

 

แต่ปัจจุบัน คนกลุ่มนี้กลับกลายเป็น “ไม้ค้ำยัน” ให้กับนักค้ายาเสพติด เพราะมีความอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง และไม่สามารถต้านทานอิทธิพลของเงินได้ จนยอมสยบต่อยาเสพติด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีการพูดถึงชุมชนเข้มแข็งและหมู่บ้านเข้มแข็ง แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าชุมชนอ่อนแอ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ทำให้ยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำสามารถเข้ามาถึงสุไหงโก-ลกได้ในเวลาไม่นาน

 

พ.ต.อ.ทวี ยังเสนอว่า สิ่งสำคัญคือการเพิ่มบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยหากต้องการสร้างสังคมให้เข้มแข็ง ระบบการแต่งตั้งนายอำเภอก็ต้องเข้มแข็งด้วย เนื่องจากข้าราชการที่ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนภูมิภาค ทั้งด้านสาธารณสุขและตำรวจ ควรมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา พร้อมเสนอว่า การสรรหาผู้ว่าราชการจังหวัดในอนาคตควรรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการในจังหวัดด้วยว่า ต้องการใครมาเป็นผู้ว่าฯ เพื่อให้ความคิดเห็นจากกระทรวงมหาดไทยเป็นหนึ่งในเงื่อนไขประกอบการแต่งตั้ง

 

ส่วนการแก้ปัญหายาเสพติด พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การฟื้นฟูสภาพทางสังคมมีความสำคัญอย่างมาก โดยผู้ว่าฯ และฝ่ายปกครองต้องติดตาม ให้คำปรึกษา และดูแลผู้ที่ติดยาเสพติด รวมถึงจัดสวัสดิการ การสงเคราะห์ ที่อยู่อาศัย การมีงานทำ และการศึกษา เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาอยู่ร่วมกับสังคมได้ โดยหน้าที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดทุกข์ ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายยาเสพติด

 

ส่วนกระจายอำนาจ-ทบทวนงบจังหวัด พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยสนับสนุนการกระจายอำนาจ ต้องการให้รัฐส่วนกลางมีขนาดเล็กลง และให้ชุมชนกับท้องถิ่นมีขนาดใหญ่ขึ้นและเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น การลดงบประมาณของจังหวัดโดยอาศัยเพียงความรู้สึกและความเข้าใจของผู้จ่ายเงิน โดยไม่มีการศึกษาวิจัยอย่างรอบด้าน อาจทำให้เกิดปัญหา พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ยุบกรมทางหลวงชนบท แล้วโอนภารกิจไปอยู่กับจังหวัด และเสนอให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว

 

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นในการใช้เงินซื้อตำแหน่ง แก้ปัญหาความต้องการที่อยากเข้ารับราชการ โดยเห็นว่าท้องถิ่นเป็นช่องทางสำคัญ ที่จะเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้พัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง แต่ในการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกลับไม่มีการตั้งงบประมาณในส่วนดังกล่าว

 

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า จากการทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร พบประเด็นการทุจริตในการสอบท้องถิ่น โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว ได้รับค่าจ้าง 113 ล้านบาท ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้งบประมาณในการเปิดรับสมัครเกือบ 200 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพข้อสอบว่าไม่ได้มาตรฐาน และไม่ทราบว่ามีการนำข้อสอบมาจากแหล่งใด พร้อมกล่าวถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบว่า มีทั้งกรณีข้าราชการปลอมและการใส่คะแนน โดยเห็นว่าควรนำงบประมาณที่เสนอปรับลดมาใช้แก้ปัญหา เพื่อให้ได้บุคลากรที่ดีเข้ามาทำงานในท้องถิ่น

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงขอบเขตอำนาจของกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตามกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ซึ่งกำหนดให้มีการเลือกกันเองในระดับอำเภอ โดยมีนายอำเภอเข้ามามีบทบาท และในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาเกี่ยวข้อง

"หากนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้ร่วมกับการทุจริตหรือการโกงฮั้ว สว. ก็ไม่มีสิทธิที่จะขึ้นมาได้ ผมไม่ได้กล่าวหาใคร แต่กระบวนการกฎหมายเป็นอย่างนั้น"

การมีกลุ่มบุคคลจำนวนมากเข้ามาในกระบวนการเลือก สว. ในแต่ละจังหวัด และการที่อำนาจอยู่ที่นายอำเภอกับผู้ว่าฯ อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นประชาธิปไตยอย่างมาก จึงเห็นว่าควรนำงบประมาณมาใช้แก้ไขปัญหาในประเด็นดังกล่าว 


 

ข่าวล่าสุด