เนชั่นทีวี

ข่าว

หวิดวุ่นแผน PDP ชาวบ้านชี้ไลฟ์สด ไม่ใช่เวทีรับฟัง หวั่นกระทบค่าไฟ

08 ก.ย. 2569 | titayu_pur

หวิดวุ่นแผน PDP ชาวบ้านชี้ไลฟ์สด ไม่ใช่เวทีรับฟัง หวั่นกระทบค่าไฟ

หวิดวุ่น! ชาวบ้านขอเข้าฟังแผน PDP กระทรวงพลังงานขอให้มีส่วนร่วมทางออนไลน์เป็นหลัก อ้างกระบวนการต้องเป็นไปด้วยความสงบ เจอสวน ปชช.ไม่สงบอย่างไร ชี้แผนพลังงานผูกพันค่าไฟคนไทย

หวิดวุ่น! ชาวบ้านขอเข้าฟังแผน PDP กระทรวงพลังงานขอให้มีส่วนร่วมทางออนไลน์เป็นหลัก อ้างกระบวนการต้องเป็นไปด้วยความสงบ เจอสวน ปชช.ไม่สงบอย่างไร ชี้แผนพลังงานผูกพันค่าไฟคนไทย

KEY

POINTS

  • ชาวบ้านร้องความโปร่งใส: ตัวแทนภาคใต้และอีสานค้านการจัดรับฟังความเห็นแผน PDP ผ่านออนไลน์ ชี้ไม่สอดคล้องวิถีชีวิตและเข้าถึงข้อมูลยาก
  • กังวลกระทบค่าไฟ-โรงไฟฟ้า: ประชาชนกังวลการปิดรับลงทะเบียนไวและถูกปฏิเสธเข้าห้องประชุม พร้อมตั้งคำถามสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและการสร้างโรงไฟฟ้า LNG
  • กระทรวงพลังงานเร่งคลี่คลาย: โฆษกกระทรวงพลังงานและ สนพ. ยอมเปิดให้ชาวบ้านเข้าร่วม On-site พร้อมรับหนังสือข้อเรียกร้องนำเสนอผู้บริหารต่อไป

8 กันยายน 2569 กลุ่มตัวแทนชาวบ้านภาคใต้-อีสานและนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม ปักหลักเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP ฉบับใหม่ เกิดเหตุตึงเครียดเนื่องจากประชาชนถูกปฏิเสธเข้าห้องประชุม และกังวลว่าการจัดรับฟังความเห็นแบบออนไลน์ไม่ทั่วถึง ขาดความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า ด้านโฆษกกระทรวงพลังงาน และ สนพ. เร่งเจรจา ยอมเปิดให้เข้าร่วมฟังแบบ On-site พร้อมรับหนังสือร้องเรียนเพื่อนำเสนอผู้บริหาร แก้ไขข้อกังวลเรื่องทิศทางพลังงานและภาระค่าไฟ

 

ที่ โรงแรมรามา การ์เดนส์ กรุงเทพฯ มีเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) โดยมีตัวแทนชาวบ้าน และนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมได้มาแสดงจุดยืน และเรียกร้องความโปร่งใส รวมถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับภูมิภาคต่อแผน PDP ฉบับใหม่ เพราะเป็นแผนสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้า และการลงทุนด้านพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งภาระลงทุนทั้งหมดจะถูกส่งผ่านมายังประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ผ่านใบแจ้งค่าไฟฟ้าในอนาคต จึงเห็นว่าการจัดทำแผนดังกล่าวต้องมีกระบวนการที่โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลก่อนการตัดสินใจ

หวิดวุ่นแผน PDP ชาวบ้านชี้ไลฟ์สด ไม่ใช่เวทีรับฟัง หวั่นกระทบค่าไฟ

 

วันนี้มีชาวบ้านเดินทางมาจากต่างจังหวัด ทั้งภาคใต้และภาคอีสาน โดยกังวลว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นแบบ "ออนไลน์" เพียงอย่างเดียว ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือไม่ได้ใช้เฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ควรมีการเปิดเผยข้อมูลก่อน 15 วัน แต่ในความเป็นจริงประชาชนเห็นเพียงโปสเตอร์แผ่นเดียว และเอกสารมีความซับซ้อนเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้ในเวลาจำกัด

 

กลุ่มตัวแทนระบุว่ากระบวนการลงทะเบียนเข้าร่วมงานนั้นเต็มเร็วมากจนลงไม่ทัน และเมื่อเดินทางมาถึงหน้างานกลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าห้องประชุมโดยอ้างว่า "ไม่มีรายชื่อ" และมีการตั้งคำถามถึงสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ ว่าประชาชนจะได้ใช้จริงเท่าใด รวมถึงความกังวลเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าและสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่จะไปตั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยที่คนในพื้นที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้

ด้าน นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้พยายามเจรจาเพื่อความสงบเรียบร้อย โดยอธิบายว่าในอนาคตจะมีการเปิดช่องทางออนไลน์ให้พลังงานจังหวัดช่วยสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามานั่งฟังได้ และได้เสนอทางออกเฉพาะหน้าโดยอนุญาตให้ตัวแทนประชาชนบางส่วนเข้าไปนั่งฟังในห้องประชุมได้ เนื่องจากยังมีเก้าอี้ว่าง แต่ขอให้เข้าไปด้วยความสงบ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงคิดว่าชาวบ้านที่มาจะสร้างความวุ่นวาย

 

ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เข้ามารับเรื่อง และชี้แจงว่าตนเป็นตัวแทนจากหน่วยงานที่จัดทำแผน โดยยินดีที่จะรับหนังสือข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนเพื่อนำเรียนผู้บริหารต่อไป และชี้แจงว่าในวันนี้มีช่องทางการรับฟังทั้งแบบออนไซต์ (On-site) และออนไลน์ (Online)

 

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนภาคประชาชนได้อ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ สนพ. โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1. ต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาค ให้กลับไปใช้รูปแบบเดิมเหมือนปี 2561 (PDP 2018) ที่มีการจัดเวทีลงพื้นที่จริง ออนไซต์ (On-site) ใน 5 ภูมิภาค และอีก 1 เวทีใหญ่ 2. การจัดเวทีในภูมิภาคต้องเปิดกว้าง โดยไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและไม่ตั้งเงื่อนไขในการเข้าร่วม 3. ต้องเปิดเผยข้อมูลก่อนจัดเวที ระบุข้อมูลให้ชัดเจน เช่น ประเภทเชื้อเพลิง ขนาดกำลังการผลิต และพื้นที่ตั้งโครงการ ไม่ใช่ให้มาเพียงตัวเลขรวม ๆ เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าโครงการจะไปตั้งที่ไหน 4. ต้องนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่าย เนื่องจากประชาชนมีความหลากหลาย ทั้งชนเผ่าพื้นเมือง ชาติพันธุ์ และผู้ที่มีข้อจำกัดทางภาษา ข้อมูลทางเทคนิคจึงต้องถูกย่อยให้เป็นมิตรและเข้าใจง่าย และ 5. ต้องรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดและประกาศรายงานผลภายใน 15 วัน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น 

 

ขอบคุณภาพจาก Epigram News

 

ข่าวล่าสุด