ด้าน นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้พยายามเจรจาเพื่อความสงบเรียบร้อย โดยอธิบายว่าในอนาคตจะมีการเปิดช่องทางออนไลน์ให้พลังงานจังหวัดช่วยสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามานั่งฟังได้ และได้เสนอทางออกเฉพาะหน้าโดยอนุญาตให้ตัวแทนประชาชนบางส่วนเข้าไปนั่งฟังในห้องประชุมได้ เนื่องจากยังมีเก้าอี้ว่าง แต่ขอให้เข้าไปด้วยความสงบ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงคิดว่าชาวบ้านที่มาจะสร้างความวุ่นวาย
ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เข้ามารับเรื่อง และชี้แจงว่าตนเป็นตัวแทนจากหน่วยงานที่จัดทำแผน โดยยินดีที่จะรับหนังสือข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนเพื่อนำเรียนผู้บริหารต่อไป และชี้แจงว่าในวันนี้มีช่องทางการรับฟังทั้งแบบออนไซต์ (On-site) และออนไลน์ (Online)
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนภาคประชาชนได้อ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ สนพ. โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1. ต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาค ให้กลับไปใช้รูปแบบเดิมเหมือนปี 2561 (PDP 2018) ที่มีการจัดเวทีลงพื้นที่จริง ออนไซต์ (On-site) ใน 5 ภูมิภาค และอีก 1 เวทีใหญ่ 2. การจัดเวทีในภูมิภาคต้องเปิดกว้าง โดยไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและไม่ตั้งเงื่อนไขในการเข้าร่วม 3. ต้องเปิดเผยข้อมูลก่อนจัดเวที ระบุข้อมูลให้ชัดเจน เช่น ประเภทเชื้อเพลิง ขนาดกำลังการผลิต และพื้นที่ตั้งโครงการ ไม่ใช่ให้มาเพียงตัวเลขรวม ๆ เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าโครงการจะไปตั้งที่ไหน 4. ต้องนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่าย เนื่องจากประชาชนมีความหลากหลาย ทั้งชนเผ่าพื้นเมือง ชาติพันธุ์ และผู้ที่มีข้อจำกัดทางภาษา ข้อมูลทางเทคนิคจึงต้องถูกย่อยให้เป็นมิตรและเข้าใจง่าย และ 5. ต้องรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดและประกาศรายงานผลภายใน 15 วัน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น