เนชั่นทีวี

ข่าว

'พลพีร์' สั่งปูพรมตรวจสุสานยิวทั่วประเทศ สางนอมินีทุนเทา

08 ก.ย. 2569 | titayu_pur

'พลพีร์' สั่งปูพรมตรวจสุสานยิวทั่วประเทศ สางนอมินีทุนเทา

“พลพีร์” สั่งปูพรมตรวจสุสานทั่วประเทศ ขยายผลเครือข่าย “กาน ชาบาด” ปมนอมินี ยันผิดกฎหมายดำเนินคดีหมด นัดหารือ ตร.-ดีเอสไอ บูรณาการสางทุนเทา 15 ก.ย.นี้

“พลพีร์” สั่งปูพรมตรวจสุสานทั่วประเทศ ขยายผลเครือข่าย “กาน ชาบาด” ปมนอมินี ยันผิดกฎหมายดำเนินคดีหมด นัดหารือ ตร.-ดีเอสไอ บูรณาการสางทุนเทา 15 ก.ย.นี้

KEY

POINTS

  • มหาไทยสั่งปูพรมตรวจสุสานยิวทั่วไทย: นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สั่งตรวจสุสาน 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสั่งย้ายสุสานชาวยิวผิดกฎหมาย จ.ฉะเชิงเทรา และเช็กใบอนุญาตแปลงเจริญกรุง 49 หลุม
  • ขยายผลล้างเครือข่าย "กาน ชาบาด": เร่งตรวจสอบโครงข่ายธุรกิจและผู้ถือหุ้นอิสราเอลสัญชาติไทย ปมนอมินีถือครองที่ดินในพื้นที่ฉะเชิงเทรา สุขุมวิท และภูเก็ต
  • ผนึกกำลัง 5 หน่วยงานฟันโทษหนัก: เตรียมประชุมร่วม DSI, ปปง., ป.ป.ท. และตำรวจ ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ชี้หากพบความผิดร้ายแรงพร้อมยึดทรัพย์ เพิกถอนสัญชาติ และเนรเทศออกนอกประเทศ

8 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าสั่งปูพรมตรวจสอบ สุสานชาวยิว ทั่วประเทศกว่า 1,200 แห่ง พร้อมขยายผลเจาะลึกเครือข่าย กาน ชาบาด ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา เจริญกรุง สุขุมวิท และภูเก็ต เพื่อกวาดล้าง ทุนเทานอมินี อย่างจริงจัง ด้าน มหาดไทย บูรณาการร่วม ดีเอสไอ ปปง. และตำรวจ เร่งสืบสวนหากพบความผิดร้ายแรงพร้อมดำเนินคดี ยึดทรัพย์ และถอนสัญชาติและเนรเทศทันที

 

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสุสานชาวยิว ว่า ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้ออกหนังสือสั่งการ ให้ย้ายสุสานออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งจะมีการย้ายร่างผู้เสียชีวิตออก 3 จากทั้งหมด 4 ร่าง ส่วนอีก 1 ร่าง ขอเวลาในการพิสูจน์ว่าเข้ามาในช่วงเวลาที่มีใบอนุญาตหรือไม่ หากเป็นหลังจากปี พ.ศ. 2566 ก็ต้องย้ายร่างออกไปด้วย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวคงไม่ใช่สุสานอีกต่อไป เนื่องจากระยะห่างจากแหล่งน้ำและถนนผิดข้อบังคับอย่างชัดเจน

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนสุสานในพื้นที่ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร มีชาวอิสราเอลที่ถูกนำไปฝังอยู่ 49 หลุม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อีกสุสานหนึ่ง ที่ใช้กำแพงกั้นเฉพาะของชาวยิว จึงให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปตรวจสอบข้อมูลว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งการใช้กำแพงกั้นจะแบ่งพื้นที่สุสานเป็น 2 แปลง แปลงหนึ่งมีใบอนุญาต อีกแปลงอาจจะไม่มีก็ได้ กำลังให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ

 

นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ตรวจสอบสุสานทั่วประเทศ จากรายงานที่ได้รับ พบว่าสุสานและที่ฌาปนกิจศพทั้งหมดในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 1,200 แห่ง อยู่ระหว่างการขอรายละเอียดจากแต่ละแห่งว่าหมดอายุหรือไม่ และใครเป็นผู้ขอ พร้อมแยกประเภทว่าเป็นของศาสนาใดบ้าง ขณะเดียวกันในวันที่ 10 กันยายนนี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าของสุสานว่าเป็นอย่างไรบ้าง

นายพลพีร์ ยังชี้แจงถึงกรณีที่ชาวต่างชาติเข้ามาจัดสร้างสุสานว่า บริษัท กาน ชาบาด มีผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้งบริษัท 3 คน เป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ รวมถึงชาบาดที่จังหวัดภูเก็ตด้วย ซึ่งตนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีการขยายผลตรวจสอบชาวอิสราเอลที่คาดว่าอาจจะเป็นนอมินี หรือกระทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่น่าสงสัย คือที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงแปลงที่มีการสร้างชาบาดที่ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ด้วย ยืนยันว่าจุดไหนที่ผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

ส่วนกรณีของสัญชาติ นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ได้วิตกกังวล หากมีสัญชาติไทย กฎหมายไทยครอบคลุมอยู่แล้ว ทั้งการยึดทรัพย์และการดำเนินคดี หากพบว่ามีการกระทำความผิดร้ายแรงตามข้อกฎหมาย เราก็สามารถถอนสัญชาติและเนรเทศได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ขอทำโครงข่ายธุรกิจนี้ให้สมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยไปพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 15 กันยายนนี้ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมหารือกันถึงวิธีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องทุนเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มสแกมเมอร์ รวมถึงนอมินี หลังจากนั้นจะรายงานต่อนายกรัฐมนตรี

 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศทวงคืนแผ่นดินไทยจากชาวยิว นายพลพีร์ กล่าวว่า เห็นว่ามีการขับเคลื่อนทางการเมืองเรื่องนี้อยู่ แต่เมื่อฟังเนื้อหาแล้วก็มีการเมืองในส่วนอื่นด้วย ตนขอสื่อสารไปยังประชาชนว่าไม่ต้องกังวลใจเพราะเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและจริงจังในเรื่องนี้มาก และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในทุกภารกิจที่เราได้ดำเนินการ แต่ย้ำว่าเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาติใดชาติหนึ่ง แต่ได้ตรวจสอบทั้งหมด อย่างเช่นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตนลงพื้นที่ไปพร้อมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 12 สัญชาติ ไม่ใช่แค่ชาติใดชาติหนึ่ง

 

โดยหลังจากนี้ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับใบอนุญาตสถานประกอบการ สถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย มีการขายยาเสพติด หรือเปิดให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าใช้บริการ ซึ่งก็พบว่ามีของคนไทยด้วย แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้พุ่งเป้าแต่ต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่บังเอิญว่าเมื่อไปลงพื้นที่ในภาคใต้ มีความเชื่อมโยงกันหมด ก็เลยดูเหมือนว่าเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มากของชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจะดำเนินคดีต่อไป

 

เมื่อถามถึงกรณีพบชาวอิสราเอลไปซื้อที่ดินในจังหวัดปัตตานี เกี่ยวข้องกับการทำสุสานหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าว ยอมรับว่า มีชาวอิสราเอลไปซื้อที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนได้พูดคุยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลายคน ที่อยู่ในพื้นที่ และเตรียมจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องกังวลคือ ในพื้นที่ภาคใต้มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และหากมีศาสนสถานหรือสุสานของอีกศาสนาหนึ่งเข้าไปตั้งในพื้นที่ ก็อาจจะเป็นข้อถกเถียงในสังคมได้ จึงต้องลงไปดูพื้นที่ก่อน แต่ในเบื้องต้นที่ดินที่มีการซื้อเป็นที่ดินเปล่า ยังไม่มีการสร้างอาคารหรือทำธุรกิจใดๆ

ข่าวล่าสุด