ตามที่ปรากฏรายงานข่าวผ่านสื่อมวลชน กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเนรเทศ เควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส ออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น กระทรวงมหาดไทยขอชี้แจงเพิ่มเติมถึงข้อเท็จจริงว่า เควิน ดิมิโน มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ คือ
- 1. เข้าไปคุกคามด่าทอเจ้าของและครูโรงเรียนสอนภาษาในพื้นที่
- 2. ใช้กำลังทำร้ายร่างกายบุคคลสัญชาติตุรกีจนได้รับบาดเจ็บบริเวณขา และนำมีดพกติดตัวมาข่มขู่ด้วย
- 3. มีพฤติกรรมดูถูก เอะอะโวยวาย และใช้ถ้อยคำหยาบคายบริเวณด้านหน้าสถานที่ของเอกชนในพื้นที่
- 4. ใช้กำลังทำร้ายร่างกายและนำแผ่นป้ายโยนใส่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตลอดจนใช้ถ้อยคำไม่สุภาพต่อครอบครัวของบุคคลดังกล่าวด้วย
- 5. โพสต์ข้อความเชิญชวนให้ผู้คนที่ต่อต้านหรือไม่ชอบชาวต่างชาติประเทศหนึ่ง มาใช้พื้นที่ส่วนตัวของตนเองเพื่อแสดงความคิดเห็นและชุมนุมในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองและศาสนา ส่อให้เห็นถึงการนำพื้นที่ในประเทศไทยไปเกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และการเมือง
- 6. ถูกพนักงานต้อนรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำตัวลงจากเครื่องบินโดยสารภายในประเทศ เนื่องจากทำการข่มขู่ผู้โดยสารเครื่องบินด้วยกัน
กระทรวงมหาดไทยจึงเห็นได้ว่า พฤติกรรมหรือพฤติการณ์ของ เควิน ดิมิโน ดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน อีกทั้งยังสร้างความแตกแยกในเรื่องเชื้อชาติและศาสนา อาจทำให้เสื่อมเสียความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ
ดังนั้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตลอดจนสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยในสังคมให้แก่ทั้งคนไทยและคนต่างด้าวที่พำนักในประเทศไทย จึงมีเหตุจำเป็นต้องมีคำสั่งเนรเทศ เควิน ดิมิโน (MR. KEVIN DIMINO) ออกไปนอกราชอาณาจักร
กระทรวงมหาดไทย ขอยืนยันว่า การออกคำสั่งเนรเทศมีมาตรฐานเดียว โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ความผิดเป็นหลัก มิได้เจาะจงหรือเลือกปฏิบัติจากสัญชาติ ขอให้ประชาชน สื่อมวลชน ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ เชื่อมั่นว่ากระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลไทยจะบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวกับชาวต่างชาติทุกสัญชาติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
นอกจากนี้ กรมการปกครอง ยังชี้แจงเพิ่ม
การสั่งเนรเทศคนต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักร เป็นการดำเนินการตาม พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบกับ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งเพิ่งมีผลใช้บังคับ โดยระเบียบฉบับใหม่มีสาระสำคัญในการกำหนดแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ตามพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 มาตรา 5 กำหนดว่า เมื่อปรากฏว่ามีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักรได้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายเดิมมิได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการหรือขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไว้อย่างชัดเจน เช่น หน่วยงานหรือบุคคลใดเป็นผู้รายงานหรือเสนอเรื่อง รวมถึงหลักเกณฑ์ว่ากรณีใดถือเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 จึงเข้ามากำหนดแนวทางปฏิบัติให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจของพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ได้อย่างชัดเจน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. กำหนดผู้รับผิดชอบในการเสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีอย่างชัดเจน
ระเบียบฯ กำหนดให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย เป็นผู้รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณามีคำสั่งเนรเทศ ซึ่งเป็นการกำหนดกระบวนการที่กฎหมายเดิมไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน โดยกฎหมายเดิมกำหนดเพียงอำนาจของรัฐมนตรีในการออกคำสั่งเนรเทศเท่านั้น
2. กำหนดแนวทางพิจารณา ลดการใช้ดุลยพินิจ และสร้างมาตรฐานเดียวกัน
ระเบียบฯ กำหนดกรอบการพิจารณาว่ากรณีใดมีความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยเฉพาะกรณีที่คนต่างด้าวต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามที่ระเบียบกำหนด เช่น ความผิดเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง หรือการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้สามารถดำเนินการเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเนรเทศได้อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
3. เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย
ระเบียบฯ กำหนดให้ กรมราชทัณฑ์และสำนักงานศาลยุติธรรม มีหน้าที่แจ้งข้อมูลต่อกระทรวงมหาดไทยในกรณีที่คนต่างด้าวต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเสนอเรื่องเนรเทศต่อไป ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินการอย่างครบถ้วนและทันท่วงที
4. กำหนดขั้นตอนการดำเนินการให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่าคนต่างด้าวมีพฤติการณ์ที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน ระเบียบฯ ได้กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การรวบรวมข้อเท็จจริง การเสนอเรื่องต่อรัฐมนตรี ตลอดจนแนวทางและช่องทางในการดำเนินการเนรเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีเหตุจำเป็น
ทั้งนี้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มิได้เป็นการเพิ่มอำนาจในการเนรเทศขึ้นใหม่ แต่เป็นการกำหนดแนวทางปฏิบัติและกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิม สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนและการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น ตลอดจนทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถประสานข้อมูลและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้น การเนรเทศคนต่างด้าวยังคงต้องดำเนินการภายใต้กรอบและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 โดยมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 เป็นกรอบแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นมาตรฐาน และสามารถดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความผาสุกของประชาชน ตลอดจนประโยชน์และความมั่นคงของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยในปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความผาสุขของประชาชนแล้วจำนวน 2 ราย ได้แก่บุคคลสัญชาติอิสราเอล และสัญชาติฝรั่งเศส ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี