เนชั่นทีวี

ข่าว

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 14 ก.ย.ลงมติ ฮั้ว สว. – 28 ก.ย.ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง

07 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 14 ก.ย.ลงมติ ฮั้ว สว. – 28 ก.ย.ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 2 วันชี้ชะตา 14 ก.ย. กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. แง้มอาจฟันเกิน 100 เพราะ กกต.กลัวคุก รวมถึง 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง ที่ยัง 50 – 50 ว่าอาจถูกกวาดทั้งกระดาน

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 2 วันชี้ชะตา 14 ก.ย. กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. แง้มอาจฟันเกิน 100 เพราะ กกต.กลัวคุก รวมถึง 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง ที่ยัง 50 – 50 ว่าอาจถูกกวาดทั้งกระดาน

KEY

POINTS

  • จตุพร ชี้ “สนธิ” ลงถนนยังไม่ใช่ม็อบใหญ่ มองเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เน้นจัดการปัญหา “สีเทา” และยังไม่เปิดการเคลื่อนไหวเต็มรูปแบบ
  • จับตา กกต.ชี้ขาดคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. จตุพร ประเมินอาจส่งฟ้องศาลฎีกาเกิน 100 คน โดยเชื่อว่าเอกสารหลุดทำให้ กกต. ตัดสินใจได้ยาก
  • ชี้ 28 ก.ย. จุดพีคการเมือง จับตาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมบัตรเลือกตั้ง บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจส่งผลต่อ สส.ทั้ง 500 คน พร้อมเตือน “สีน้ำเงิน” อย่าใหญ่เกินไป

7 กันยายน 2569 จากกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศลงถนน โดยมีการแถลงข่าวความเคลื่อนไหวในวันนี้(7 ก.ย. 69) นั้น รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand สัมภาษณ์มุมมองความเห็นของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โดยระบุว่า มองการลงถนนในสถานการณ์ขณะนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในลักษณะคล้ายๆกับเมืองไทยรายสัปดาห์สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เพราะนายสนธิ ก่อนหน้านี้ไม่ได้มาไล่รัฐบาล ไม่ได้มาเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก แต่มาจัดการเรื่องสีเทา ยิวเทา รัสเซียเทา อินเดียเทา และไทยเทา และจะไปสถานทูตอิสราเอล ทำเนียบรัฐบาล ยังไม่ได้เปิดค่ายเต็ม และจะเรียงลูกระนาดตามลำดับ การไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอล หรือทำเนียบรัฐบาล จะมีคนจำนวนหนึ่งไปร่วม แต่ไม่ใช่การทำสงครามเต็มรูปแบบ เหมือนสงครามสีเสื้อช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 14 ก.ย.ลงมติ ฮั้ว สว. – 28 ก.ย.ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง

 

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ ถ้าลงถนนเป็นม็อบใหญ่ยังจุดไม่ติดใช่ไหม นายจตุพร กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่รวมคนได้ครั้งสุดท้ายคือช่วงคลิปหลุด(นายกฯแพทองธาร) กระแสแรงจริงๆ ต้องยอมรับสถานการณ์ยุคโซเชียลมีเดีย ถ้าไม่สุดจริง คนจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลักในการระบาย เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีจุดสูงสุด การระดมคนโดยไม่ใช้วิธีการจัดการเป็นเรื่องที่ยากมากที่สุด

“และต้องดูผลของวันที่ 14 ก.ย. ที่กกต.จะลงมติคดีฮั้ว สว. ผมยังเชื่อว่า กกต.จะไม่เลือกทั้งแนวทางคณะอนุฯชุดที่ 26 และ 36 การข่าวของผมเขาน่าจะสั่งฟ้องเกิน 100 คน เพียงแต่ว่าเอกสารมันหลุดทั้ง 2 ชุดนั้น ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ก็ล้วนแต่มีผลข้างเคียงทุกรูปแบบ”

เมื่อถามว่าทำไมประเมินว่า กกต. จะส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาเกิน 100 คน นายจตุพร กล่าวว่า “เนื่องจากเอกสารทั้งคณะอนุฯชุดที่ 26 และ 36 และ กกต.ปล่อยเอกสารหลุด ก็มีเจตนาพิเศษอยู่แล้ว ไม่ว่า กกต.ชุดนี้จะมีที่มาอย่างไรก็ตาม แต่สุดท้ายเขาก็รักตัวกลัวคุกกันทั้งนั้น ถ้าจัดการอะไรที่มันผิดกฎหมาย 157 อย่างชัดเจนเขาก็คงเห็นเส้นทาง กกต.ก่อนหน้านี้ชุดที่มีเสียชีวิต 2 ติดคุก 2 ลาออก 1 ว่าบั้นปลายนั้นไม่มีใครสามารถไปคุ้มครองใครได้”

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 14 ก.ย.ลงมติ ฮั้ว สว. – 28 ก.ย.ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง

 

เมื่อถามว่า ยอดที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน เป็น สว.100 กว่าคน ถ้าส่งศาลฎีกาเกิน 100 คน คาดว่าส่วนที่ส่งศาลฎีกาน่าจะเป็น สว.ทั้งหมดไหม หรือมีเครือข่ายพรรคการเมืองผสมด้วย นายจตุพร กล่าวว่า ณ ขณะนี้ ผมยังไม่เห็นว่าจะถึงคนในรัฐบาลหรือคนที่เป็นนักการเมืองตัวเป้ง แต่ในส่วนของ สว.และกระบวนการที่เกี่ยวข้องบางคน ไม่ครบทุกคน เกิน 100 คน แต่จะเกินไปเท่าไหร่ขึ้นกับ กกต.จะตัดสินใจสุดท้าย เพราะถ้าเอกสารไม่หลุดออกมา เขาจะเดินวิธีการอย่างไรก็ได้ แต่พอเอกสารหลุดออกมาทั้ง 2 ฉบับ มันเป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่จะให้หลุดทั้งหมด

 

เมื่อถามว่า ถ้าตัดสินใจแบบนั้นจะไม่กระทบกับฐานอำนาจของบางพรรคการเมืองหรือ เพราะส่วนหนึ่งปักหลักอยู่ในรัฐสภา นายจตุพร กล่าวว่า ในการทำสำนวนสั่งฟ้อง ท้ายที่สุดก็ทำเฉพาะสายสีน้ำเงิน 229คน  ไม่ไปแตะการเมืองอีก 3 สาย ซึ่งอนุฯชุดที่ 26 ถ้ามีสติดีเอสไอทำให้ครบทุกสายการเมืองและพิจารณาทีเดียว แต่ก็ปล่อยเลยเถิดจนมติคณะอนุฯชุดที่ 26 ออกมา แล้วใช้วิธีเป่าโดยคณะอนุฯชุดที่ 36 มันก็ถึงคราววินาศ

“คนที่ปล่อยเอกสารเป็นคนใน กกต. แหล่งข่าวผมก็เป็นตัวการสำคัญ แต่เขาใช้วิธีมาวางเอกสารเอง เป็นคนใน กกต.ที่ใครๆก็รู้จัก”

เมื่อถามว่าเขาปล่อยเอกสารหลุดทำไม นายจตุพร กล่าวว่า “เพราะมันเดินไปไม่ไหวแล้ว และท้ายที่สุดอย่างที่ผมบอก ก็รักตัวกลัวคุกกันทั้งสิ้น มีลักษณะไถ่โทษหรือแสดงเจตนาบางอย่าง คนมองเพียงแค่ที่มาอย่างไร แต่ว่าแต่ละคนมองว่าที่ไปอย่างไร”

 

“จตุพร” ชี้ลงถนนช่วงนี้ยังไม่สุกงอม จับตา 14 ก.ย.ลงมติ ฮั้ว สว. – 28 ก.ย.ตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง

 

เมื่อถามว่าถ้าจะลงถนนตอนนี้ยังไม่สุกงอม แล้วอะไรเป็นจุดพีคที่ทำให้ออกมากระโดดนอกโซเชียลมีเดีย ถ้ากกต. เซ่นสัก 20-30 คนจะเกิดอะไรขึ้น และถ้าเชือดเกิน 100 คนจะเป็นอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า “ถ้าผลวันที่ 14 ก.ย.คนรับกันได้ ไม่ว่าจะตัดสินแบบไหนก็ตาม จะมีปัญหาตามมาทั้งสิ้น แต่ถ้าคนได้ระบายความอัดอั้นกันแล้ว และเห็นว่ามีคนรับผิดชอบแล้ว ก็มีการลดความร้อนลงมากันได้บ้าง แต่ว่าสิ่งที่ผมจับตาดูคือ วันที่ 28 ก.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องบัตรเลือกตั้ง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ผมมองว่ายัง 50 - 50 ซึ่งเป็นประเด็นที่ใครไม่คิดว่าจะกวาดเกลี้ยงทั้ง 500 คน ลองดูลีลาของศาลรัฐธรรมนูญที่เดินเกมเรื่องนี้อย่างแยบยลที่สุด  แม้กระทั่งวันที่ไต่สวนพยาน 5 ปาก ประธาน กกต.ซึ่งไม่ได้อยู่ในฐานะพยาน ศาลให้เข้าฟังด้วย หลังจากนั้น เดินเผชิญสืบครั้งแรก คนทั่วไปมองว่าเรื่องไม่มีอะไร แต่ผมตามและเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา โอกาสที่จะพลิกคว่ำเท่าๆกับรอด"

 

เมื่อถามว่า สีน้ำเงินเป็นความหวังเดียวของอนุรักษ์นิยม จะยอมให้รีเซ็ตหรือ นายจตุพร กล่าวว่า “ลองศึกษาประวัติศาสตร์ทางการเมือง ผมเชื่อว่าสีน้ำเงินเขาต้องคิดระมัดระวังว่า ประวัติศาสตร์ไม่มีอะไรจีรัง มันขึ้นกับสถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์สอนให้รู้ว่าไม่มีอะไรผูกขาดและมีความเชื่อเด็ดขาด เพราะฉะนั้นก็ขึ้นกับบริบทและสถานการณ์ ณ ขณะนั้น”

“ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาต้องระมัดระวังที่สุด คือต้องไม่ใหญ่เกิน อะไรที่มันใหญ่เกิน ก็จะต้องมีอันเป็นไป หน้าที่ของเขาคือต้องทำตัวให้เล็กลง เพื่อรักษาอำนาจและชีวิต คือหน้าที่ตำแหน่งทางการเมือง” นายจตุพร กล่าว

ข่าวล่าสุด