เนชั่นทีวี

ข่าว

ACT ผ่าปมคอร์รัปชัน “ฮั้ว สว. - โกงสอบ – ตึกร้าง” สูญงบฯ แต่คนอนุมัติยังรอด

06 ก.ย. 2569 | prisana_tha

ACT ผ่าปมคอร์รัปชัน “ฮั้ว สว. - โกงสอบ – ตึกร้าง” สูญงบฯ แต่คนอนุมัติยังรอด

ACT ผ่า 3 ปมใหญ่คอร์รัปชัน “ฮั้ว สว. - โกงสอบ – ตึกร้าง” ผลาญงบประมาณก้อนโต ในขณะที่คนจัดซื้อจัดจ้างยังลอยนวล ไร้คนรับผิดชอบ

ACT ผ่า 3 ปมใหญ่คอร์รัปชัน “ฮั้ว สว. - โกงสอบ – ตึกร้าง” ผลาญงบประมาณก้อนโต ในขณะที่คนจัดซื้อจัดจ้างยังลอยนวล ไร้คนรับผิดชอบ

KEY

POINTS

  • ACT ชี้คอร์รัปชันยังเรื้อรัง ธุรกิจ 89% มองเป็นอุปสรรคพัฒนาประเทศ ขณะที่ประชาชน 51.2% เห็นสถานการณ์แย่ลง
  • โกงสอบ-ฮั้ว สว. กระทบความเชื่อมั่น สะท้อนปัญหาความโปร่งใสและความเป็นธรรม
  • จี้แก้ปัญหาตึกร้างทั่วประเทศ เปิดบัญชีโครงการร้าง ตรวจสอบงบ-จัดซื้อจัดจ้าง และหาผู้รับผิดชอบ หลังใช้งบแต่ไม่เกิดประโยชน์

ACT เปิดโปงปัญหา “คอร์รัปชัน” ไทย คนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นระบบแจ้งเบาะแส ชี้ โกงสอบ - ฮั้ว สว. - ตึกร้าง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง

 

6 กันยายน 2569 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย หรือ ACT จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด โกงได้ แก้ได้ เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมที่ ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชินต่อการทุจริต ท่ามกลางสถานการณ์ที่คอร์รัปชันยังเป็นปัญหาเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อประเทศในหลายมิติ

 

ผลสำรวจของคณะทำงาน Zero Corruption ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. พบว่า ร้อยละ 89 ของภาคธุรกิจไทยมองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่ประชาชนร้อยละ 51.2 เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย

 

ที่น่ากังวลคือ ประชาชนร้อยละ 52.3 ไม่เชื่อมั่นช่องทาง Whistleblowing หรือช่องทางแจ้งเบาะแสของภาครัฐ และอีกร้อยละ 43.7 ระบุว่า แม้พบเห็นการเรียกรับผลประโยชน์ ก็ยังไม่กล้าร้องเรียน ขณะเดียวกัน ร้อยละ 60.9 ของผู้ที่เคยติดต่อขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ พบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการติดต่อครั้งล่าสุด

 

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย ระบุว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ดัชนีคอร์รัปชันของไทยแย่ลง คือ คนโกงไม่ถูกลงโทษ จนทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มเชื่อว่า การโกงแก้ไม่ได้ และปล่อยให้การทุจริตกลายเป็นเรื่องปกติ

ACT ผ่าปมคอร์รัปชัน “ฮั้ว สว. - โกงสอบ – ตึกร้าง” สูญงบฯ แต่คนอนุมัติยังรอด

 

ACT จึงต้องการเปลี่ยนความรู้สึกสิ้นหวัง ไปสู่ความเชื่อใหม่ว่าการโกงแก้ได้ หากทุกคนร่วมกัน เพราะคอร์รัปชันไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะงบประมาณของรัฐ แต่ยังมุ่งไปถึงระบบเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพบริการภาครัฐ ความเป็นธรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

โกงสอบถลุงเงินแผ่นดิน ทำลายเชื่อมั่นระบบราชการ

 

หนึ่งในกรณีที่สะท้อนความเสียหายอย่างชัดเจน คือ คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 4,600 ล้านบาท และพบความผิดปกติของผลสอบกว่า 5,000 ราย กรณีดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงเงินแผ่นดิน แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ และทำให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถต้องสูญเสียโอกาสจากระบบที่ไม่เป็นธรรม

 

ฮั้ว สว.สะท้อนระบบ - ความไม่โปร่งใส

 

อีกประเด็นที่ ACT ให้ความสำคัญ คือ ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว. ซึ่งสะท้อนต่อความโปร่งใสของกระบวนการได้มาซึ่งผู้ใช้อำนาจรัฐ โดย ACT ระบุว่า จากการพูดคุยกับผู้สมัคร สว. หลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ผู้ที่สอบไม่ผ่าน และผู้สมัครบางรายที่ตัดสินใจถอนตัว เพราะไม่สามารถยอมรับหรือทนต่อสภาพของระบบได้ พบข้อมูลและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมสำคัญคือ ความกังวลต่อความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก

 

ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้สมัคร สว. บางรายรู้สึกว่าการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ ความรู้ หรือความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้สมัครเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ที่สอบไม่ผ่านบางส่วนตั้งคำถามถึงมาตรฐานการคัดเลือก และผู้ที่ถอนตัวมองว่า ระบบไม่เปิดพื้นที่ให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

 

นอกจากนี้ ACT ย้ำว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว. จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม โดยต้องเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ ให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจง และต้องไม่สรุปความผิดก่อนมีผลการตรวจสอบที่ชัดเจน แต่ในมิติของการต่อต้านคอร์รัปชัน สิ่งที่สังคมต้องการคือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำตอบว่า หากมีการจัดตั้งหรือแทรกแซงกระบวนการจริง ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้อย่างไร

 

กรณีนี้ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ นั่นคือ เมื่อกระบวนการใช้อำนาจรัฐถูกตั้งคำถาม แต่การตรวจสอบกลับล่าช้า ไม่ชัดเจน หรือไม่สามารถนำไปสู่ความรับผิดได้ ความศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันและระบบการเมืองก็ย่อมลดลง และเปิดช่องให้คนจำนวนมากเชื่อว่า การทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้

 

ตึกร้างสร้างไม่เสร็จ ผุดเป็นดอกเห็ด แต่คนอนุมัติไม่ต้องรับผิดชอบ

 

นอกจากประเด็นการคัดเลือก สว. แล้ว ACT ยังชี้ให้เห็นปัญหา ตึกร้าง และโครงการก่อสร้างของรัฐที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง หรือถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน ปัญหานี้พบได้ทั้งในกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่อาคารราชการ อาคารสาธารณสุข อาคารการศึกษา ศูนย์ประชุม สนามกีฬา ไปจนถึงโครงการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หรือสร้างเสร็จแต่ไม่มีการใช้งาน

 

ตึกร้างเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างที่เสื่อมโทรม แต่เป็นภาพสะท้อนของงบประมาณแผ่นดินที่ถูกใช้ไปโดยไม่เกิดประโยชน์เต็มที่ หลายโครงการใช้งบประมาณตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงหลายร้อยล้านบาท บางแห่งต้องใช้งบเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซม บางแห่งมีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง การออกแบบไม่สอดคล้องกับการใช้งาน หรือไม่มีการวางแผนด้านบุคลากรและงบประมาณสำหรับการบริหารจัดการหลังโครงการแล้วเสร็จ

 

แม้รัฐบาลจะมีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในจังหวัดต่างๆ และรับทราบปัญหาของพื้นที่ แต่ ACT ได้ตั้งคำถามว่า เหตุใดปัญหาตึกร้างและโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์จึงยังไม่มีนโยบายระดับชาติที่ชัดเจนในการสำรวจ จัดทำฐานข้อมูล เปิดเผยรายละเอียด และกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ

 

การปล่อยให้ตึกร้างและโครงการที่ล้มเหลวดำรงอยู่โดยไม่มีการสอบสวนหรือเรียกความรับผิด ไม่ต่างจากการส่งสัญญาณว่า การใช้งบประมาณผิดพลาดหรืออาจมีการทุจริตไม่จำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบ สุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่กับประชาชน ทั้งในรูปของภาษีที่สูญเปล่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ที่หายไป

 

แนวทางแก้ไขควรเริ่มจากการจัดทำบัญชีโครงการร้างหรือโครงการที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ทั่วประเทศ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ตรวจสอบสัญญาและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ประเมินความเสียหาย และกำหนดความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริง หากโครงการใดสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ควรมีแผนฟื้นฟูที่ชัดเจน แต่หากไม่คุ้มค่าต่อการดำเนินการต่อ ก็ควรเปิดเผยเหตุผลและแนวทางจัดการอย่างโปร่งใส

ข่าวล่าสุด