เนชั่นทีวี

ข่าว

"โรม" ผิดหวัง "สุชาติ" ไม่รักษา "สัจจะ" เบี้ยวประชุม กมธ.ปมทับลาน จ่อบุกกระทรวงทรัพย์ฯ ทวงทางออกให้ชาวบ้าน

27 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"โรม" ผิดหวัง "สุชาติ" ไม่รักษา "สัจจะ"  เบี้ยวประชุม กมธ.ปมทับลาน จ่อบุกกระทรวงทรัพย์ฯ ทวงทางออกให้ชาวบ้าน

"โรม" ผิดหวัง "สุชาติ" ไม่รักษา "สัจจะ" เบี้ยวประชุม กมธ.ปมทับลาน จ่อบุกกระทรวงทรัพย์ฯ ทวงทางออกให้ชาวบ้าน จี้รัฐเร่งหาทางออกเชิงนโยบาย

"โรม" ผิดหวัง "สุชาติ" ไม่รักษา "สัจจะ" เบี้ยวประชุม กมธ.ปมทับลาน จ่อบุกกระทรวงทรัพย์ฯ ทวงทางออกให้ชาวบ้าน จี้รัฐเร่งหาทางออกเชิงนโยบาย

KEY

POINTS

  • โรมจวกสุชาติไร้สัจจะ: ประธาน กมธ. ผิดหวัง รมว.ทรัพยากรฯ เบี้ยวร่วมประชุม จ่อบุกทวงถามถึงกระทรวง  
  • หนุนใช้นโยบาย: มองว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยอำนาจเชิงนโยบายเด็ดขาด แม้เผชิญกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์
  • ยันชาวบ้านอยู่ก่อนป่า: จี้รัฐทบทวนความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง เลิกโทษประชาชนฝ่ายเดียวและเร่งหาทางออกเชิงนโยบาย  
     

27 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวผลการประชุม การพิจารณาพื้นที่ทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติทับลาน

 

โดย ตัวแทนจากประชาชนในพื้นที่ทับลาน กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เราขอความเป็นธรรมจากการกระทำความผิดของรัฐบาล ปี 2524 การประกาศแนวเส้นอุทยานไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้สำรวจข้อเท็จจริง ไม่ได้ลงพื้นที่จริง ทำให้ที่ดินของประชาชนบริเวณนั้น ขึ้นอยู่กับปลายปากกาของข้าราชการ ยืนยันว่าประชาชนอยู่มาก่อนการประกาศแนวเขต อุทยาน และ มีการประกาศหมู่บ้านถูกต้อง มีหลักฐานทางปกครองทุกแห่งทุกที่ ส่วนแนวคิดของป่านั้นมีความสลับซับซ้อน ที่ทางรัฐผิดพลาดเอง และไม่มีการแก้ไข แต่ปัจจุบันข่าวเปลี่ยนไปเป็นว่าเฉือนป่า ทำให้ ประชาชนในพื้นที่เกิดความเจ็บช้ำ

 

 

 

ด้าน นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน หนึ่งในกรรมการ กล่าวชื่นชม นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ที่กล้าใช้อำนาจในทางนโยบาย ดำเนินการเพิกถอนพื้นที่อุทยานที่ประกาศทับที่ชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 43 แต่ยังไม่มีใครกล้าตัดสินใจ ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก แต่สุดท้ายก็ถูกทัวร์ลงจากกระแสSaveทับลาน ตนเองก็ถูกโจมตีจากกระแสเช่นกัน

 

"ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเชิงนโยบาย กรรมาธิการจึงเชิญรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ แต่รัฐมนตรีไม่มา ก็จะทำให้เราพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นที่ยุติแล้ว อุทยานประชาชนทุกคนยอมรับด้วยกัน ว่าอุทยานประกาศทีหลัง ประชาชนมาก่อนจริง แต่เมื่อมีการประกาศออกมาเป็นกฎหมายการดำเนินการเพิกถอนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องดำเนินการ" นายเลาฟั้ง เผย

 

 

 

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ดินอาจจะฟังรวมไปว่าปัญหาซับซ้อนและปัญหานี้มีมานาน และการสรุปว่าชาวบ้าน บุกรุกที่อุทยาน บุกรุกที่ป่าไม้ บุกรุกทรัพยากรของชาติ บุกรุกทรัพยากรของรัฐ เป็นการสรุปที่เร็วเกินไป เพราะในข้อเท็จจริงตรงนั้นมีชีวิตมีคนอยู่ด้วย และที่ผ่านมานโยบายของรัฐก็ส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยว ทั้งประชาสัมพันธ์และกิจกรรมต่างๆมากมาย รวมถึงใช้งบประมาณของแผ่นดินนับพันล้านในการกำหนดแนวเขต ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยให้ความร่วมมือ แต่สิ่งที่เราทำในวันนี้แม้จะมีมติครม แต่กลายเป็นว่า มติของ คณะกรรมการบอร์ดอุทยานกับใหญ่กว่า มติของครม.

 

"เรากำลังเดิมพันด้วยชีวิตของคนหลายๆครอบครัว เดิมพันอนาคตของพวกเขา ถ้าจะบอกว่าประชากรบางส่วนมาจากที่อื่น แต่ถ้าจะบอกว่าประชาชนเป็นผู้บุกรุกเสมอ คำถามคือ ถ้าเขาผิดจริง เจ้าหน้าที่รัฐก็ผิด ถ้าจะเอาผิดกับประชาชนอย่างเดียวแล้วเจ้าหน้าที่รัฐไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือ ไฉนเลยถึงมีการดำเนินคดีแต่ประชาชน วันนี้แนวนโยบายของรัฐมันผิดพลาด แล้วความผิดพลาดซ้ำซ้อนแบบนี้ ก็ได้แต่ชี้หน้าประชาชนว่าผิดเสมอ ขณะเดียวกันรับถูกเสมอ" นายรังสิมันต์ กล่าว

 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ความจำเป็นของการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้คือต้องมาคุยกันในเชิงนโยบาย วันนี้เข้าใจกันหมดแล้วจุดยืนข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่ต้องการหาทางออกคือ ตกลงประเทศนี้จะเอาอย่างไรกับการประกาศที่อุทยาน ที่ทับซ้อนกับที่ดินชาวบ้าน 

 

"น่าเสียดายที่ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ท่านเองไม่รักษาสัจจะในการที่จะมาร่วมประชุมกับกรรมาธิการ ทั้งๆที่ให้คำมั่นว่าจะมีการประชุมกัน ไม่ได้ขอว่าจะต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่กรรมาธิการจะเสนอ เข้าใจว่าอาจจะมีจุดยืนที่แตกต่างก็ได้แต่สุดท้ายการแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหาเชิงนโยบายถ้าไม่เริ่มพูดคุยกันวันนี้จะต้องรอถึงเมื่อไหร่ 10-20 หรือ 30 ปีข้างหน้า จะหมักหมมปัญหานี้อีกเท่าไหร่ จะต้องดำเนินคดีกับประชาชนอีกเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอและสาสมแก่ใจ" นายรังสิมันต์ กล่าว

 

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวต่อว่า บางคนอาจจะเข้าใจว่าการเพิกถอนนี้เท่ากับจะไม่มีอุทยานทับลานแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่อุทยานทับลานยังมีและยังมีอีกเยอะแต่นโยบายวันนี้ในพื้นที่ที่เป็นส่วนชุมชนที่เป็นเมืองไปแล้วรัฐบาล กลับใช้นโยบายราวกับว่าเป็นคนละครึ่ง ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ไม่มีฐานทางความคิดรองรับเลย ดังนั้นเราต้องกลับไปปรับใช้ตามนโยบายเดิม ที่เคยดำเนินการ ที่รัฐบาลเคยใช้เงินเป็นพันล้านในการกำหนดแนวเขต และตนคิดว่านั่นเป็นทางออกที่แท้จริงชาวบ้านจะได้มีที่ทำกิน ขณะเดียวกันป่าก็จะยังถูกรักษาเอาไว้ เพื่อความสมบูรณ์เป็นมรดกของลูกหลานต่อไปในวันข้างหน้า

 

"อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐมนตรีไม่มา หลังจากนี้ก็จะเดินทางไปหารัฐมนตรี ไปเยือนหน่วยงานของท่านและหวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือ" นายรังสิมันต์ เผย

 

 

ข่าวล่าสุด