นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ดินอาจจะฟังรวมไปว่าปัญหาซับซ้อนและปัญหานี้มีมานาน และการสรุปว่าชาวบ้าน บุกรุกที่อุทยาน บุกรุกที่ป่าไม้ บุกรุกทรัพยากรของชาติ บุกรุกทรัพยากรของรัฐ เป็นการสรุปที่เร็วเกินไป เพราะในข้อเท็จจริงตรงนั้นมีชีวิตมีคนอยู่ด้วย และที่ผ่านมานโยบายของรัฐก็ส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยว ทั้งประชาสัมพันธ์และกิจกรรมต่างๆมากมาย รวมถึงใช้งบประมาณของแผ่นดินนับพันล้านในการกำหนดแนวเขต ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยให้ความร่วมมือ แต่สิ่งที่เราทำในวันนี้แม้จะมีมติครม แต่กลายเป็นว่า มติของ คณะกรรมการบอร์ดอุทยานกับใหญ่กว่า มติของครม.
"เรากำลังเดิมพันด้วยชีวิตของคนหลายๆครอบครัว เดิมพันอนาคตของพวกเขา ถ้าจะบอกว่าประชากรบางส่วนมาจากที่อื่น แต่ถ้าจะบอกว่าประชาชนเป็นผู้บุกรุกเสมอ คำถามคือ ถ้าเขาผิดจริง เจ้าหน้าที่รัฐก็ผิด ถ้าจะเอาผิดกับประชาชนอย่างเดียวแล้วเจ้าหน้าที่รัฐไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือ ไฉนเลยถึงมีการดำเนินคดีแต่ประชาชน วันนี้แนวนโยบายของรัฐมันผิดพลาด แล้วความผิดพลาดซ้ำซ้อนแบบนี้ ก็ได้แต่ชี้หน้าประชาชนว่าผิดเสมอ ขณะเดียวกันรับถูกเสมอ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ความจำเป็นของการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้คือต้องมาคุยกันในเชิงนโยบาย วันนี้เข้าใจกันหมดแล้วจุดยืนข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่ต้องการหาทางออกคือ ตกลงประเทศนี้จะเอาอย่างไรกับการประกาศที่อุทยาน ที่ทับซ้อนกับที่ดินชาวบ้าน
"น่าเสียดายที่ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ท่านเองไม่รักษาสัจจะในการที่จะมาร่วมประชุมกับกรรมาธิการ ทั้งๆที่ให้คำมั่นว่าจะมีการประชุมกัน ไม่ได้ขอว่าจะต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่กรรมาธิการจะเสนอ เข้าใจว่าอาจจะมีจุดยืนที่แตกต่างก็ได้แต่สุดท้ายการแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหาเชิงนโยบายถ้าไม่เริ่มพูดคุยกันวันนี้จะต้องรอถึงเมื่อไหร่ 10-20 หรือ 30 ปีข้างหน้า จะหมักหมมปัญหานี้อีกเท่าไหร่ จะต้องดำเนินคดีกับประชาชนอีกเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอและสาสมแก่ใจ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวต่อว่า บางคนอาจจะเข้าใจว่าการเพิกถอนนี้เท่ากับจะไม่มีอุทยานทับลานแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่อุทยานทับลานยังมีและยังมีอีกเยอะแต่นโยบายวันนี้ในพื้นที่ที่เป็นส่วนชุมชนที่เป็นเมืองไปแล้วรัฐบาล กลับใช้นโยบายราวกับว่าเป็นคนละครึ่ง ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ไม่มีฐานทางความคิดรองรับเลย ดังนั้นเราต้องกลับไปปรับใช้ตามนโยบายเดิม ที่เคยดำเนินการ ที่รัฐบาลเคยใช้เงินเป็นพันล้านในการกำหนดแนวเขต และตนคิดว่านั่นเป็นทางออกที่แท้จริงชาวบ้านจะได้มีที่ทำกิน ขณะเดียวกันป่าก็จะยังถูกรักษาเอาไว้ เพื่อความสมบูรณ์เป็นมรดกของลูกหลานต่อไปในวันข้างหน้า
"อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐมนตรีไม่มา หลังจากนี้ก็จะเดินทางไปหารัฐมนตรี ไปเยือนหน่วยงานของท่านและหวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือ" นายรังสิมันต์ เผย