เนชั่นทีวี

ข่าว

โชเล่ย์บอมบ์หน้าปั๊มตากใบไฟโชน - ค้นโรงไม้ยี่งอเจอคลังแสงย่อมๆ

01 ต.ค. 2569 | titayu_pur

โชเล่ย์บอมบ์หน้าปั๊มตากใบไฟโชน - ค้นโรงไม้ยี่งอเจอคลังแสงย่อมๆ

ป่วนใต้รับปีงบประมาณใหม่ “โชเล่ย์บอมบ์” ตูมสนั่นหน้าปั๊มน้ำมันตากใบไฟลุกโชน จับตาเหตุเกิดหลังยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัมเพียงข้ามวัน ขณะที่ตำรวจนราธิวาสเปิดยุทธการ บุกค้นโรงไม้ในยี่งอ ตะลึงเจอคลังแสงย่อมๆ ขยายผลอีก 2 จุด พบยุทโธปกรณ์อีกเพียบ

ป่วนใต้รับปีงบประมาณใหม่ “โชเล่ย์บอมบ์” ตูมสนั่นหน้าปั๊มน้ำมันตากใบไฟลุกโชน จับตาเหตุเกิดหลังยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัมเพียงข้ามวัน ขณะที่ตำรวจนราธิวาสเปิดยุทธการ บุกค้นโรงไม้ในยี่งอ ตะลึงเจอคลังแสงย่อมๆ ขยายผลอีก 2 จุด พบยุทโธปกรณ์อีกเพียบ

KEY

POINTS

  • เหตุระเบิดป่วนรับปีงบฯ 2570: เกิดเหตุระเบิดหน้าปั๊มน้ำมัน PT ถนนตากใบ-บ้านตาบา จ.นราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเพลิงลุกท่วม เบื้องต้นไร้รายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • ท้าทายแม่ทัพภาคที่ 4 ป้ายแดง: เหตุการณ์เกิดขึ้นตรงกับวันแรกของการดำรงตำแหน่งของ พลโท ชาคริต อุจจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 คนใหม่
  • รับตำแหน่งเลขาฯ สมช. คนใหม่: เกิดขึ้นสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านผู้บังคับบัญชาความมั่นคงระดับสูง พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ (เสธ.ปูด้วง) เข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

1 ตุลาคม 2569 สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ มีเหตุรุนแรงต้อนรับวันแรกของปีงบประมาณใหม่ 2570 โดยในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน หรือ ปั๊ม PT ริมถนนสายตากใบ-บ้านตาบา ทางหลวงชนบทหมายเลข 4327 ท้องที่บ้านปูลานิบง หมู่ 2 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงลุกท่วมบนถนน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

 

มีรายงานว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรทุกมาในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “รถโชเล่ย์” ระเบิดแบบนี้จึงเรียกว่า “โชเล่ย์บอมบ์” 

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 2570 วันแรก มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงในส่วนของข้าราชการประจำระดับสูง ทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 คือ พลโท ชาคริต อุจจะรัตน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ด้วย 

 

นอกจากนั้นยังมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ เลขาฯ สมช. คนใหม่ คือ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ หรือ เสธ.ปูด้วง อดีตเสนาธิการทหารบก และอดีตเลขาธิการ กอ.รมน. ด้วย 

โชเล่ย์บอมบ์หน้าปั๊มตากใบไฟโชน - ค้นโรงไม้ยี่งอเจอคลังแสงย่อมๆ  

 

ค้นโรงไม้ยี่งอ เจอคลังแสงย่อมๆ 

 

วันเดียวกัน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (บก.ภ.จว.นราธิวาส) ได้เปิดยุทธการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายและแทรกแซงกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องจากการสืบสวนหาข่าวเชิงลึกและการปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับไม่ประสงค์ออกนาม ระบุว่า มีการซุกซ่อนอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.ยี่งอ

 

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณโรงไม้ ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ 

 

เมื่อไปถึงพบ นายมะสุกรี มะแนซายอ หรือ “วัง” ยืนอยู่บริเวณหน้าโรงไม้ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนและเชิญตัวไปสอบสวน พร้อมนำไปตรวจค้นภายในบ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบกล้องวงจรปิดรอบบริเวณบ้าน แต่ต้องมาตกตะลึงเมื่อพบยุทธภัณฑ์และอาวุธปืนสงครามซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก ประกอบด้วย 

 

 1. อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก

 2. อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 3 กระบอก

 3. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก 

 4. ปืนสั้นลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก

 5. ระเบิดสังหารแบบ เอ็ม 67 จำนวน 1 ลูก 

 6. ระเบิดลูกเกลี้ยง จำนวน 1 ลูก

 7. เครื่องกระสุนและซองกระสุน ซึ่งมีทั้งกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. (สำหรับปืน เอ็ม 16) จำนวน 66 นัด, กระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 เกจ จำนวน 33 นัด, แม็กกาซีนปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 แม็กกาซีน และแม็กกาซีนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 แม็กกาซีน

โชเล่ย์บอมบ์หน้าปั๊มตากใบไฟโชน - ค้นโรงไม้ยี่งอเจอคลังแสงย่อมๆ  

 

ขยายผลตรวจค้นอีก 2 จุด เจอปืน-ระเบิดเพิ่ม! 

 

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายมะสุกรี พร้อมยึดของกลางทั้งหมด และได้ขยายผลการปฏิบัติต่อทันที โดยแบ่งกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเชื่อมโยงอีก 2 จุด ได้แก่

 

จุดขยายผลที่ 1 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในท้องที่หมู่ 9 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ จำนวน 11 นัด และระเบิดชนิด เอ็ม 33 จำนวน 1 ลูก

 

จุดขยายผลที่ 2 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในท้องที่หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตรวจยึดอาวุธปืนสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 43 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 17 นัด และกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ จำนวน 3 นัด

 

ปืน 8 กระบอก ระเบิด 3 เร่งตรวจโยงป่วนใต้

 

สรุปผลการปฏิบัติการรวมทั้งสิ้น 3 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธและยุทธภัณฑ์รวมทั้งหมด ได้แก่

 

 1. อาวุธปืนลูกซองยาว รวม 4 กระบอก

 2. อาวุธปืนยาว เอ็ม 16 รวม 1 กระบอก

 3. อาวุธปืนพกสั้น รวม 3 กระบอก

 4. ระเบิดขว้างสังหาร รวม 3 ลูก (เอ็ม 67 จำนวน 1 ลูก, ระเบิดลูกเกลี้ยง จำนวน 1 ลูก และ เอ็ม 33 จำนวน 1 ลูก)

 5. เครื่องกระสุนปืนหลากหลายขนาดรวมนับร้อยนัด

 

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เร่งตรวจสอบหมายเลขประจำปืน พร้อมตรวจเก็บดีเอ็นเอและรอยพิมพ์นิ้วมือแฝง รวมทั้งส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า อาวุธปืนทั้งหมดเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุคดีความมั่นคง หรือเชื่อมโยงกับคดีค้างเก่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้างหรือไม่

 

มีรายงานว่า ภารกิจการตรวจค้นในพื้นที่และจุดเชื่อมโยงยังไม่เสร็จสิ้น โดยเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังจัดชุดปฏิบัติการพร้อมสุนัขตำรวจเข้าสแกนพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เนื่องจากเชื่อว่า อาจยังมีอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นถูกซุกซ่อนฝังดินไว้ในบริเวณใกล้เคียง 

 

กำลังความมั่นคง 3 ฝ่ายนราธิวาสแถลงข่าวยึดไอซ์ซุกถุงชา หนัก 600 กิโลกรัม คาบ้านพักในพื้นที่ อ.ตากใบ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท คาดเป็นเครือข่ายยาเสพติด ใช้เป็นที่พักยาเตรียมส่งออกนอกประเทศ 

 

แถลงยึดไอซ์ 600 กิโลฯ ซุกห้องนอนจุดพักยา 

 

ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตาม “ยุทธการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งเป็นการสนธิกำลัง 3 ฝ่ายเข้าปฏิบัติการตรวจค้นและตรวจยึดของกลาง

 

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลสายข่าวว่า มีกลุ่มผู้ค้าใช้บ้านหลังหนึ่ง ในท้องที่หมู่ 3 ต.นานาค อ.ตากใบ เป็นจุดพักคอยยาเสพติดล็อตใหญ่ เพื่อเตรียมลักลอบขนส่งข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

 

เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมและเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว โดยได้เรียกบุคคลภายในบ้านให้ออกมาเปิดประตู และแสดงตัว แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอความร่วมมือจากญาติของเจ้าของบ้านหลังนี้ ซึ่งพักอยู่ในละแวกใกล้เคียง ให้มาช่วยนำเปิดประตู และร่วมเป็นพยานในการเข้าตรวจค้นตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

จากการเข้าตรวจค้นภายในห้องนอนของบ้าน พบกระสอบปุ๋ยสีขาววางทับซ้อนกันอยู่เป็นจำนวนมาก ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์ ซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิด จำนวน 30 กระสอบ โดยแต่ละกระสอบบรรจุไอซ์ห่อด้วยถุงชาจีนสีเขียวและถุงชาจีนสีทอง ห่อละ 1 กิโลกรัม จำนวน 20 ห่อ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัม รวมของกลางไอซ์ทั้งหมดมากถึง 600 กิโลกรัม ประเมินมูลค่าในท้องตลาดเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท หรืออาจสูงถึง 90 ล้านบาท

 

จากการสอบสวนขยายผลทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมี นายรอมือลี หรือ “แบลี” เป็นเจ้าของ ซึ่งคาดว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลและจัดหาจุดพักยาเสพติดให้กับขบวนการค้ายาข้ามชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวนายรอมือลี และกลุ่มผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ทันควันบึ้มตากใบ - สงสัยโยงผู้นำในพื้นที่ 

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังมีการจับไอซ์ล็อตใหญ่ถึงในห้องนอนของบ้านซึ่งใช้เป็นจุดพักยาใน อ.ตากใบ มีรายงานเชิงลึกว่า ไอซ์ล็อตนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้นำท้องถิ่นหรือผู้นำท้องที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลังจากการตรวจยึดเพียงข้ามวัน ก็มีเหตุระเบิดใน อ.ตากใบ ตามมาทันที

 

ข่าวล่าสุด