ระหว่างเดินทางไปยังศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ณ โรงเรียนศรีพฤฒา ซึ่งจัดตั้งเป็นศูนย์พักพิง คณะได้รับแจ้งว่าบริเวณซอยแยกย่อยของหมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง มีประชาชนติดค้างภายในบ้านพัก เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงมากกว่า 1 เมตร ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันทีที่ได้รับแจ้ง คณะได้หยุดรถและลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังติดค้างทันที โดยเน้นกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อนำส่งไปยังจุดปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่กรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้
“ไชยชนก–เจเศรษฐ์–วรศิษฎ์” นำกำลัง ปภ. ลุยน้ำท่วม ลงเรือท้องแบนเร่งช่วยผู้สูงอายุ หมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้พบกับ นางสาวมธุรส เบนท์ ส.ก. เขตสะพานสูง และ นายพงศธร ชั้นไพศาลศิลป์ ผู้อำนวยการเขตสะพานสูง ซึ่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ พร้อมร่วมหารือถึงจุดที่ยังต้องการความช่วยเหลือ เพื่อประสานกำลังพล อาหาร เรือ และอุปกรณ์ให้เข้าถึงประชาชนอย่างตรงจุด
🔵เสียงสะท้อนจากผู้บริหาร: "ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก"
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่รุนแรงและมีความซับซ้อนกว่าหลายพื้นที่ที่ผ่านมา จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังและทรัพยากรเข้าดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะผู้ที่ยังติดค้างในบ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย สิ่งสำคัญในเวลานี้คือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจะระดมกำลังและทรัพยากรจากทุกหน่วยงาน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือให้เร็วที่สุด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ผู้กำกับดูแล ปภ.) กำชับให้เจ้าหน้าที่สำรวจบ้านเรือนอย่างละเอียด โดยเฉพาะจุดที่รถยนต์เข้าไม่พร้อม จัดเตรียมเรือและกำลังพลเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำเรื่องกลุ่มเปราะบาง เมื่อได้รับแจ้งว่ามีประชาชนติดค้าง สิ่งสำคัญคือต้องเข้าไปให้ถึงให้เร็วที่สุด และต้องสำรวจให้ทั่วถึงว่ายังมีใครต้องการความช่วยเหลืออีกหรือไม่
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันโดยลดขั้นตอนและข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างฉับไวที่สุด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราต้องทำให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานสั้นที่สุดและเร็วที่สุด อะไรที่ลดขั้นตอนได้ต้องทำทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงประชาชนได้รวดเร็ว
สรุปมาตรการ ปภ. และรัฐบาล: เกาะติดสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังพล เรือท้องแบน และเครื่องมือสาธารณภัย เพื่อเร่งอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติภายใต้หลักการ “เห็นประชาชนเดือดร้อน ต้องเข้าไปถึงพื้นที่ และช่วยให้เร็วที่สุด” พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง