หมอเปรมศักดิ์ จี้ อนุทิน ยุบ กสทช. ยกชุด ชี้มติฟัน หมอสรณ ไม่ชอบ
06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

“หมอเปรมศักดิ์” จี้ “อนุทิน” ล้างไพ่ ยุบ กสทช. ยกชุด ชี้มติฟัน “หมอสรณ” มิชอบด้วยกฎหมาย-องค์ประชุมขาดคุณสมบัติ
ข่าว
06 ส.ค. 2569 | titayu_pur

“หมอเปรมศักดิ์” จี้ “อนุทิน” ล้างไพ่ ยุบ กสทช. ยกชุด ชี้มติฟัน “หมอสรณ” มิชอบด้วยกฎหมาย-องค์ประชุมขาดคุณสมบัติ
KEY
POINTS
6 สิงหาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ออกโรงเตือน อนุทิน ชาญวีรกูล กรณีมติ คกก.สรรหา กสทช. ชี้ส่อมิชอบด้วยกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ หลังพบปัญหาการแต่งตั้งกรรมการ เหตุจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายรายขาดคุณสมบัติ ทั้งมีอายุเกิน 70 ปี และเคยผ่านการเลือกมาแล้ว จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมในการใช้อำนาจของ บอร์ด กสทช. จึงเสนอ 2 ทางออกสำคัญให้รัฐบาลพิจารณา โดยย้ำว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการสั่ง ยุบบอร์ด กสทช. เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
ที่อาคารรัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวเรื่อง "ทางออกของ กสทช." กรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ถูกคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติขาดคุณสมบัติ โดยระบุว่า มติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากปัญหาเรื่องคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหาบางคน
เช่น นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล (ตัวแทนศาลฎีกา) ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ามีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ แต่มาร่วมลงคะแนนเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 67 จึงอาจขาดคุณสมบัติ ดังนั้นในจุดนี้จึงน่าจะเป็นมติที่ส่งผลให้เห็นว่า อาจมีความไม่ชอบเกิดขึ้น ด้านนายนพดล เทพพิทักษ์ (ตัวแทนศาลรัฐธรรมนูญ) ซึ่งลงมติวินิจฉัยประธาน กสทช. นายวิษณุ วรัญญู (ตัวแทนศาลปกครอง) และนายวิทัย รัตนากร ซึ่งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ตนได้ทักท้วงไปแล้วว่า ไม่มีชื่อในครั้งก่อน แต่มาลงคะแนนในครั้งนี้
ดังนั้นหากพูดถึงองค์ประชุมที่ลงมติในวันที่ 17 ก.ค. 67 ที่ชอบธรรมจะมีเพียงนายนพดล และนายวิษณุเท่านั้น ตัวประธานก็มีอายุเกิน 70 ปี ซึ่งไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นประธานสรรหาได้ตามรัฐธรรมนูญ และนายวิทัยก็ไม่ใช่ผู้ที่ลงคะแนน ในสมัยที่มีการสรรหาเมื่อปี 2565 จึงไม่สามารถถือเป็นองค์ประชุมได้ ขณะที่นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต (ผู้ตรวจการแผ่นดิน) และนายณรงค์ รัฐอมฤต (ป.ป.ช.) ก็ไม่เข้าข่าย เนื่องจากหมดหน้าที่ไปแล้วในการสรรหา เพราะการสรรหาเมื่อปี 2565 ได้ปฏิบัติหน้าที่มาถึง 4 ปีแล้ว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ องค์กร กสทช. ซึ่งมีบทบาทกำกับดูแลคลื่นความถี่ โทรทัศน์ วิทยุ และโทรคมนาคม กลับต้องประสบปัญหาเดินหน้าไม่ได้และมีสภาพหยุดชะงักมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผู้แถลงจึงเสนอแนวทางออก 2 ข้อหลัก คือ
1. ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยให้ความเห็นว่า จะให้วุฒิสภาพิจารณาก่อน นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาโดยเร็ว และขอให้ประธานวุฒิสภา อย่าใช้วิธีลัดขั้นตอน (Bypass) ส่งเรื่องข้ามไปให้รัฐบาลทูลเกล้าฯ ทันที ในขณะที่ประธาน กสทช. เดิมยังคงมีคดีร้องเรียนอยู่ที่ศาลปกครอง
2. หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่า องค์กรนี้เป็นองค์กรที่กำกับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่ และยังมีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง
ก็ขอเสนอให้ยุบกรรมการ กสทช. ทั้งหมด เพราะกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน ต่างมีประเด็นปัญหามากมาย บางคนถูกกล่าวอ้างว่ารับเงิน 2 ทาง ทั้งรับราชการและรับตำแหน่ง กสทช. หลายคนมีคดีค้างคาอยู่ในศาล ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือยุบทั้งหมดแล้วสรรหาใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากองค์กรนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะยักแย่ยักยันอยู่อย่างนี้ และไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร
"ผมจึงขอเรียกร้องให้ล้างไพ่เลยครับ ให้นายกฯ อนุทินล้างไพ่เรื่องของ กสทช. แล้วให้มีการสรรหาใหม่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะองค์กรนี้เหลือวาระเพียงปีเศษเท่านั้น" นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
-เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีเสียงครหาว่า องค์กรนี้รับผลประโยชน์จำนวนมาก มองว่าหากยุบจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า หากนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับคำเสนอนี้สามารถทำได้ นายกฯ มีที่ปรึกษากฎหมายที่มองเรื่องนี้ออกอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องอาศัยความกล้า ไม่เช่นนั้นเรื่องที่ตัดสินใจต่อไปก็จะเกิดปัญหาเดิม จะตัดสินใจอะไรก็ไม่ครบองค์ประชุมเสียที บ้านเมืองก็เสียเวลาไปมากแล้วกับองค์กรนี้ ไม่อยากให้เสียเวลาอยู่ร่ำไป ผลสุดท้ายก็มาเสียโอกาสของบ้านเมือง ย้ำว่าอำนาจตามกฎหมายของนายกฯ มีอยู่แน่นอน