นายอรรษิษฐ์ ย้ำว่าหน้าที่ของ กสถ. คือ การยกเลิกบัญชีเก่าแล้วขึ้นบัญชีใหม่ ตามคะแนนจริงที่มีการตรวจคะแนนภายในวันดังกล่าว แต่ก็ต้องให้สิทธิในการโต้แย้ง หากมีคนอ้างว่าไม่รู้เรื่อง แต่ทางตำรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีการจ่ายเงินเพื่อให้มีคะแนนเพิ่ม
“สุดท้ายอาจจะโดนโทษหนักกว่าเดิม ผู้ที่รับราชการอยู่แล้วก็ต้องให้ออกจากราชการ หรือถูกดำเนินคดีและขึ้นบัญชีดำ อาจถูกจำคุกด้วยหรือไม่ต้องดูที่ข้อกฎหมายด้วย ยืนยันว่า 97 คนนั้นได้คะแนนเพิ่มขึ้นแต่ไม่รู้ว่าได้มาด้วยวิธีการใด หรือติดต่อบุคคลใด อาจจะไม่ใช่เจ้าตัวอาจจะเป็นพ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง เมื่อตำรวจสืบถึงใครบุคคลนั้นต้องเกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด ไม่มีใครหลุดรอดความผิดไปได้” นายอรรษิษฐ์กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ตามที่มีรายงานว่านายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะไปรับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน จะทำให้ชี้มูลวินัยร้ายแรงหรือไม่ว่า ต้องดูจากประธานกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่จะสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ หากสอบสวนแล้วไม่ต้องสอบสวนต่อก็สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหากมีโทษหนักก็จะนำไปเข้า อ.ก.พ. หรือ คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พิจารณาโทษตามที่เสนอมา มีการรายงานว่าวันพรุ่งนี้จะเชิญอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาให้ปากคำ
ส่วนการประชุม ก.กลาง ในวันพรุ่งนี้จะมีวาระรับทราบบัญชีของประธาน กสถ. ที่ขึ้นบัญชีใหม่ และแนวทางปฏิบัติที่จะดำเนินการกับผู้บรรจุไปแล้ว ซึ่งบรรจุไปแล้วอาจจะให้ทำที่เดิม เพราะท้องถิ่นมีความหลากหลาย ซึ่งได้รับเงินเดือนและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของราชการไปแล้ว ส่วนคนใหม่อาจให้เลือกลงที่ตามตำแหน่งว่างจากคนที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งออกไป ก.กลาง จับพิจารณาแนวทางปฏิบัตินี้
ด้านนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า 774 คน เป็นผู้ที่สอบผ่านแต่มีการปรับเพิ่มคะแนน โดยมีผู้ที่ขึ้นบัญชี 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน ซึ่งใน 561 คนจะนำรายชื่อมาเรียงลำดับตามคะแนนใหม่ พบมีเพียง 97 คน อีก 464 คนจะถูกเพิกถอนและไปเรียงลำดับตามคะแนนจริง
ส่วนที่ถูกสังคมตั้งคำถามว่า 97 คน เหตุใดยังขึ้นบัญชีทั้งที่โกงเช่นเดียวกัน รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าตามข้อกฎหมายข้อ 18 และ 19 หากผ่านเกณฑ์สอบภาค ก ถูกต้อง ก็ถือว่าสอบผ่าน ส่วนการดำเนินการในชั้นของการทุจริตนั้น ป.ป.ช.จะเป็นผู้รับหน้าที่ดำเนินการต่อ สามารถสอยทีหลังได้หากพบว่าทุจริตจริง
"กสถ."สรุปตัวเลข ผลสอบท้องถิ่นปี 2568 พบมีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน จ่อเพิกถอนการบรรจุผู้ทุจริตสอบ 3,404 คน
ทั้งนี้ ในการประชุม กสถ. ได้สรุปตัวเลขเกี่ยวกับการสอบผลการสอบแข่งขันและการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขัน การสอบแข่งขันบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ที่เป็นอินโฟกราฟิก พบว่าจากผู้สมัครสอบทั้งหมด 438,277 คน มีผู้เข้าสอบจริง 279,949 คน และมีผู้ขึ้นบัญชี 55,193 คน โดยแยกเป็นผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริต 49,274 คน กับผู้ที่สอบโดยมีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน
ในจำนวนผู้ที่มีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน จำนวนนี้ได้รับการขึ้นบัญชี 5,919 คน ซึ่งเดิมสอบไม่ผ่านแต่การแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน 5,145 คน ขณะที่เดิมสอบผ่านภาค ก และ ภาค ข. อยู่แล้วแต่มีการเพิ่มคะแนน จำนวน 774 คน ซึ่งในกลุ่มนี้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว 561 คน โดยมีจำนวน 6 คนที่ไม่ได้รับการขึ้นบัญชีเนื่องจากมีการแก้ไขคะแนน แต่ไม่ได้เข้าสอบภาค ค
ส่วนการจัดทำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หมายถึงบัญชีใหม่ที่จะประกาศ จำนวน 50,048 คน คือ รายชื่อผู้ที่สอบแข่งขันได้ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ที่สอบผ่านตามเกณฑ์ข้อ 18 จำนวน 49,274 คน ส่วนอีก 774 คนสอบผ่านตามเกณฑ์แต่พบความผิดปกติ ซึ่งในจำนวนนี้เมื่อจับเรียงตามลำดับที่แท้จริงใหม่แล้วพบว่า มีจำนวน 561 คนที่บรรจุไปแล้ว และ 211 คน รอเรียกตามลำดับการบรรจุ มีหนึ่งคนสละสิทธิ และอีกหนึ่งคนไม่ไปรายงานตัว
สำหรับกรณีที่บรรจุแล้วจะเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่เรียกถึงจำนวน 97 คน หลังจากที่มีการจัดเรียงคะแนนใหม่แล้ว ดังนั้นอีก 464 คนจะต้องถูกเพิกถอนบรรจุและรอเรียกการรับเข้าบรรจุตามลำดับที่แท้จริง
สำหรับผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วมีจำนวน 14,988 คน ผู้ที่ขึ้นบัญชีและได้รับการบรรจุแล้ว โดยเป็นผู้ที่สอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ และจะถูกเพิกถอนบรรจุ 3,404 คน ขณะที่ 561 คน เป็นผู้ที่สอบผ่านตามเกณฑ์แต่มีการเพิ่มคะแนน(ในกลุ่ม 774 คน) ซึ่ง 561 คนจะไม่ถูกเพิกถอนแต่เรียงตามลำดับที่แท้จริง