เนชั่นทีวี

ข่าว

ล่มซ้ำ! 3 บอร์ด"กสทช."วอล์กเอาต์ องค์ประชุมไม่ครบ*

05 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

ล่มซ้ำ! 3 บอร์ด"กสทช."วอล์กเอาต์ องค์ประชุมไม่ครบ*

ประชุมบอร์ด กทสช. ล่มอีกแล้ว ถกเดือดปมสถานะประธาน ก่อนวอล์กเอาต์ทำองค์ประชุมไม่ครบ ด้าน “นพ.สรณ” ยัน ยังไม่พ้นตำแหน่ง เดินหน้าจัดประชุมต่อพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) ขอความร่วมมือ คกก. ชี้วาระเร่งด่วนเยอะ

ประชุมบอร์ด กทสช. ล่มอีกแล้ว ถกเดือดปมสถานะประธาน ก่อนวอล์กเอาต์ทำองค์ประชุมไม่ครบ ด้าน “นพ.สรณ” ยัน ยังไม่พ้นตำแหน่ง เดินหน้าจัดประชุมต่อพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) ขอความร่วมมือ คกก. ชี้วาระเร่งด่วนเยอะ

KEY

POINTS

  • บอร์ด กสทช. ล่มซ้ำ: 3 กรรมการวอล์กเอาต์หนีห้องประชุม ทำองค์ประชุมไม่ครบต่อเนื่อง
  • ถกปมสถานะประธาน: เสียงแตกปมคุณสมบัติ "นพ.สรณ" หวั่นมติผิดกฎหมายรุนแรง
  • นัดถกใหม่พรุ่งนี้: "นพ.สรณ" ยืนยันทำหน้าที่ต่อ นัดประชุมใหม่ 6 ส.ค. นี้ ห่วงวาระเร่งด่วนค้างเพียบ

5 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ครั้งที่ 23/2569 หลังจากที่มีการเลื่อนประชุมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ 

 

 

ซึ่งวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม หลัง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินเข้าห้องประชุมและแจ้งดำเนินการเปิดการประชุม ซึ่งคณะกรรมการบางคนมีการคัดค้าน โดยขอหารือถึงประเด็นคุณสมบัติสถานะประธาน กสทช. ก่อน ซึ่งการพูดคุยมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน 

 

 

 

 

 

 

 

ท้ายที่สุดทางกรรมการ กสทช. จำนวน 3 คน ประกอบด้วย พลอากาศโทธนพันธ์ หร่ายเจิรญ,ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย เดินออกจากห้องประชุม

โดยใช้สิทธิ์ “ขอสงวนสิทธิ์ไม่เข้าร่วมประชุมโดยเหตุผลทางกฎหมาย”

หวั่นทำหน้าที่ผิดกฎหมาย คัดค้านไม่ให้มีการเปิดประชุม เนื่องจากได้รับจดหมายจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. เรื่องการขาดคุณสมบัติของประธาน กสทช. หวั่นเกรงว่าจะกระทบต่อมติต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการประชุมครั้งนี้ 

 

ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. เดินออกจากห้องประชุมคนแรกตั้งแต่ ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินเข้าห้องประชุม ส่งผลให้การประชุมไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

 

 

"พิรงรอง"ย้ำดันทุรังเปิดประชุมเสี่ยงผิด กม.

ต่อมา ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ชี้แจงว่า คณะกรรมการ กสทช. มีเจตนาที่ชัดเจนในการจะเข้าร่วมประชุม เพราะตระหนักดีว่ามีภารกิจและวาระที่มีความสำคัญ จำเป็นเร่งด่วน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกภาค การที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงเข้าร่วมประชุมถือเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย หากยังคงดันทุรังเปิดประชุมภายใต้การทำหน้าที่ของประธานคนเดิม ซึ่งการลงมติใดๆ โดยมีประธานที่เป็นผู้สละสิทธิ์แล้วก็ย่อมมีความเสี่ยงตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายปกครองหรือกฎหมายอาญา ก็ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงด้วย

 

นอกจากนี้การที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้สั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ตนเองปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าทราบดีถึงสถานะทางกฎหมายของตนเอง ก็สะท้อนและแสดงว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าท่านสละสิทธิ์จากตำแหน่ง กสทช. ไปแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านก็คงไม่ไปร้องขออำนาจคุ้มครองให้ศาลสั่งให้ตนสามารถปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ชั่วคราว ระหว่างที่มีการพิจารณาของศาลปกครอง 

 

พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. มีอำนาจเข้ามาช่วยคลี่คลาย Deadlock นี้ จึงมีความหวังว่านายกรัฐมนตรีจะเข้ามาช่วยส่งสัญญาณหรือกำหนดแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้กรรมการที่เหลืออยู่ 6 ท่าน สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เกิดความเสียหายต่อระบบการสื่อสารของประเทศต่อไป

 

 

"ธนพันธ์"ลั่นไม่ร่วมสังฆกรรมกับคนไร้อำนาจ

ขณะที่ พลอากาศโทธนพันธ์ ระบุถึงเจตนาที่ชัดเจนว่า กรรมการที่เหลือพร้อมจะทำงานเพื่อให้ภารกิจของประเทศเดินหน้า แต่ไม่สามารถร่วมสังฆกรรมกับบุคคลที่ไร้อำนาจได้ “ผมพร้อมที่จะมาเข้าร่วมประชุม กสทช. กับกรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน เพื่อที่จะให้งานเดินไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่สามารถที่จะมาร่วมประชุมกับบุคคลที่ถือว่าถูกสละสิทธิ์ไปแล้ว และก็ไม่มีอำนาจในการมาทำหน้าที่นี้แล้ว” หากมองอีกมุมมันก็เหมือนกับว่ามีความพยายามในการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ที่เหลืออยู่ ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับการประชุม กสทช. เปิดช่องให้เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ประธานแทนได้ในที่ประชุม เพื่อให้วาระเร่งด่วนเดินหน้าต่อได้โดยไม่ขัดกฎหมาย

 

โดยเมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าบอร์ดชุดนี้ทำงานล่าช้าและมีวาระค้างพิจารณาจำนวนมาก พลอากาศโทธนพันธ์ ชี้แจงโต้แย้งทันทีว่า ต้นเหตุไม่ได้มาจากกรรมการไม่ทำงาน แต่เป็นเรื่องของอำนาจในการจัดวาระ ซึ่งไม่เคยปรากฏว่ามีวาระค้างการพิจารณามากขนาดนี้มาก่อนและนาน ซึ่งสาเหตุมันไม่ใช่เป็นเพราะว่าเราไม่ทำงาน เราทำงานเพียงแต่ว่าก็อย่างที่คุณทราบว่าเป็นอำนาจประธานในการจะนำเรื่องนี้มาพิจารณา 

 

"นพ.สรณ"ยันทำหน้าที่ต่อ ยังไม่มีข้อยุติทาง กม.

จากนั้น ศ.คลินิก นพ.สรณ แถลงว่า ขอความร่วมมือไปยังคณะกรรมการทุกท่านให้คำนึงถึงภารกิจเพื่อประชาชน

 

“เรามีวาระสำคัญเร่งด่วนเยอะนะครับ อย่างที่รู้กัน ก็อยากจะขอความร่วมมือกับท่านกรรมการนะครับ เข้าประชุมเพื่อพิจารณาให้วาระเหล่านี้มันผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

 

เมื่อถามถึงประเด็นความเสี่ยงทางกฎหมาย หากประธานไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือการเปิดประชุมโดยไม่มีข้อยุติ

เจ้าตัวชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “ผมก็โทษ ผมจะไม่โดน 157 เหรอ” พร้อมย้ำว่าตามกฎหมายยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป และตนได้ใช้สิทธิทางปกครองแล้วหลังจากมีคำวินิจฉัย ในคำวินิจฉัยก็ยังบอกว่าจะไม่เป็นที่สิ้นสุด ยังคงต้องรอความชัดเจนจากกระบวนการยุติธรรม

พร้อมกล่าวว่า “รอคำสั่งศาลปกครอง หรือว่ารอทูลเกล้าฯ หรือว่า รอทั้งสองฝ่ายเหมือนกันหมดอ่ะครับ ระหว่างที่ยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย ขออนุญาตให้ขอความร่วมมือท่านกรรมการเข้าร่วมประชุมเถิดนะครับ งานจะได้เดินไปต่อ” ก่อนย้ำว่า มุ่งหวังเพียงให้การทำงานเดินหน้าไปได้ จึงขอความร่วมมือบอร์ดทุกท่านให้มาประชุมในวันพรุ่งนี้ (6 สิงหาคม 2569)

 

สำหรับความล่าช้าในการเปิดประชุมบอร์ด กสทช. ส่งผลให้โครงการและวาระสำคัญหลายประการต้องหยุดชักงักลง ประกอบด้วย ดาวเทียมไทยคม 4 เนื่องจากสัมปทานและอายุการใช้งานใกล้สิ้นสุดลงในวันที่ 10 กันยายนนี้ ขณะที่โรงงานผลิตดาวเทียมดวงใหม่ยังทำไม่ทัน จึงจำเป็นต้องขออนุญาตใช้ดาวเทียมดวงเดิมต่อ รวมไปถึงการพิจารณาประเด็นทีวีดิจิทัล วาระค้างพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการดำเนินงานของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล และการอนุมัติเงินทุน กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์. และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รอการอนุมัติเงินสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุน 

 

อย่างไรก็ตาม ยืนยันวาระทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของการนำมาเป็นเงื่อนไขต่อรอง แต่ทำตามหน้าที่ปกติเป็นงานที่ต้องปฏิบัติ พร้อมที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมทันทีหากบอร์ดพร้อมปฏิบัติหน้าที่


 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด