เนชั่นทีวี

ข่าว

“ศุภชัย” ชี้คดีฮั้ว สว.ถูกตั้งธงแต่ต้น หวังล้ม “ภูมิใจไทย” พยานให้ป้ายสี

10 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ศุภชัย” ชี้คดีฮั้ว สว.ถูกตั้งธงแต่ต้น หวังล้ม “ภูมิใจไทย” พยานให้ป้ายสี

“ศุภชัย” ชี้คดีฮั้ว สว.ถูกตั้งธงแต่ต้น หวังล้ม “ภูมิใจไทย” เป็นผลไม้พิษที่มาจากต้นไม้พิษ ปูดขู่พยานให้ป้ายสีคดีฮั้ว สว. - ด้าน “ทวี” ลุกขึ้นโต้กลับหลังถูกพาดพิง

“ศุภชัย” ชี้คดีฮั้ว สว.ถูกตั้งธงแต่ต้น หวังล้ม “ภูมิใจไทย” เป็นผลไม้พิษที่มาจากต้นไม้พิษ ปูดขู่พยานให้ป้ายสีคดีฮั้ว สว. - ด้าน “ทวี” ลุกขึ้นโต้กลับหลังถูกพาดพิง

KEY

POINTS

  • “ศุภชัย” ค้านตัดงบ กกต. ชี้ควรพิจารณาจากประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ควรใช้สูตรสำเร็จว่าหน่วยงานหรือองค์กรอิสระต้องถูกตัดงบในชั้นกรรมาธิการ
  • ตั้งข้อสังเกตคดีฮั้ว สว. 229 คน ชี้ข้อกล่าวหาต้องมีพยานหลักฐานรายบุคคล เพราะพฤติการณ์แวดล้อม เช่น ความสัมพันธ์ การเดินทางหรือรูปแบบการลงคะแนน ไม่เพียงพอสำหรับคดีอาญา
  • เตือนสำนวน อนุฯ ชุด 26 อาจมีปัญหา อ้างมีการนำสำนวนดีเอสไอมาผูกรวม และมีข้อกล่าวหาเรื่องข่มขู่พยาน พร้อมจับตาคำวินิจฉัย กกต. วันที่ 14 ก.ย. ขณะที่ “ทวี” ยืนยันศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า คณะอนุฯ ชุด 26 ชอบด้วยกฎหมาย

9 กันยายน 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติ อภิปรายในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 (งบปี 70) ในวาระที่ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่า ควรที่จะให้ความเป็นธรรมกับหน่วยราชการ หรือองค์กรอิสระ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยมาตลอดที่จะมีสูตรสำเร็จว่าเมื่อเข้าอนุกรรมาธิการแล้ว จะต้องตัดลดงบประมาณ แต่คิดว่าหากองค์กรอิสระไหนที่ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทำอะไรแล้วคุ้มค่า เป็นประโยชน์กับประชาชน เราก็ต้องสนับสนุน แต่หากเห็นว่าจริงๆ แล้วเขาทำงานมีปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีผลต่อตัวชี้วัดที่มันแย่ก็ไม่ควรที่จะต้องให้ แต่วันนี้สิ่งที่หลายคนอภิปรายมา ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดว่าเราจะลดงบประมาณของ กกต.หรือไม่อย่างไร

 

นายศุภชัย เห็นว่า สิ่งที่ผู้อภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคดีฮั้ว สว. ท่านพูดกันมาหลายเดือน และมีความคิดของท่านอยู่ว่าจะดำเนินการเดินเรื่องต่อไปจนถึงวันที่ 14 กันยายน แต่สิ่งที่ตนอยากทบทวนให้ทราบ เพราะหลายคนเพิ่งมาจับเรื่องนี้ทีหลัง โดยคดีดังกล่าวหลังจากที่มีการเลือก สว.ในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 เริ่มที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงเดือนกันยายน 2567 ดีเอสไอโดยอธิบดีในขณะนั้นได้มีการตั้งพนักงานขึ้นมาสอบสวนว่าจะดำเนินการกับใคร แปลกใจที่ธงที่ตั้งไว้คือ 229 คน แต่ธงนี้เป็นธงที่ประหลาดมาก คือผู้สมัครซีกอื่นไม่เคยถูกได้รับการตั้งข้อกล่าวหา

ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

 

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า พฤติการณ์ทั้งหลายเราเห็นว่า จริงๆแล้วมีธงที่มาจากกลุ่มผู้ร้องคนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอแล้วก็เกษียณอายุแล้วไปสมัคร สว. ก่อนจะไปเป็นที่ปรึกษาอยู่หน้าห้องกระทรวงหนึ่ง เป็นผลทำให้มาร้องเรื่องนี้ และ กกต. ต้องรับเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา ทำให้ กกต.ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีก 1 คณะ คือคณะกรรมการชุดที่ 26 โดยมีความพิเศษคือพนักงานสอบสวนที่ดีเอสไอตั้งขึ้นมา 3 คน ก็มาเป็นกรรมการคณะนี้ที่ท่านทั้งหลายชื่นชม ถูกอก ถูกใจ อยากให้เป็นไปตามนั้น พร้อมย้ำว่า ที่ตนอภิปรายเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อจะให้ กกต.ต้องช่วยใคร หรือไม่ช่วยใคร เพราะหัวใจทั้งหมดอยู่ที่อำนาจของ กกต. ที่จะมีการวินิจฉัยกันในวันที่ 14 กันยายนนี้ ซึ่งคณะอนุฯไต่สวนชุดที่ 26 และคณะอนุฯไต่สวนชุดที่ 36 ก็ต่างกัน ซึ่งทั้งสองไม่ใช่ศาล ไม่ใช่คำพิพากษา เพราะคำตัดสินตามกฎหมายความเป็นอิสระของ กกต. ก็อยู่ในรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ต้องถามต่อ ท่านพูดกันต่อจิ๊กซอว์กัน ลากโยงกันไปมาคำถามคือทั้งหมดนี้สิ่งที่ท่านพูดพยานหลักฐานมีน้ำหนักหรือ

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า เมื่อมีการตรวจสอบต้นน้ำของคณะอนุฯชุดที่ 26 ก็พบว่ามีการเอาสำนวนของดีเอสไอมาผูกรวมมั่วไปหมด ซึ่งเป็นต้นน้ำที่น่ากลัว เพราะหลังจากนั้นน้ำก็ขุ่นอยู่ใน 26 ทั้งหมด วันนี้ความจริงต้องเปิดเผยออกมา เมื่อข้อมูลจากหน่วยงานหนึ่งมาอีกหน่วยงานหนึ่ง ก็เป็นปัญหาที่ท่านไปหลงเชื่อตามนั้นแล้วตั้งธงเหมือนที่เขาตั้งธงกัน เรื่องนี้ตนคิดว่ามีที่มาที่ไปไม่ชอบมาพากล ส่วนจะทุจริตหรือไม่ตนจะไม่พูดด้วยอารมณ์ทางการเมือง แต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ มีผู้เกี่ยวข้องมากการทำหน้าที่ของท่านต้องระวัง ท่านกำลังเอาความสัมพันธ์ระหว่างคนนั้นกับคนนี้ที่คนนั้นโทรไปหาคนนี้ไปสู่ความผิด ซึ่งจริงๆ หลักทางอาญามันทำไม่ได้

 

“อย่าลืมว่า ข้อกล่าวหานี้เป็นโทษทางอาญา มีผลที่ต้องโทษจำคุก และวันนี้ต้องบอกท่านจริงๆ ว่า การวิเคราะห์ที่ท่านพยายามวิเคราะห์กัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่างๆ นานา รูปแบบการลงคะแนนเลือกบุคคลที่ซ้ำกัน มันเป็นแค่พยานแวดล้อม มันไม่สามารถที่จะทำให้พยานแวดล้อมนี้มีค่าเท่ากับสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันด้วยทางอื่น ฉะนั้น ต่อให้มีการให้ทรัพย์สินหรือมีคำสั่งให้คะแนนกันต่างๆ เหมือนที่ท่านพยายามพูดกันในเวทีต่างๆ วงเล็กเซอร์ต่างๆ มันไม่มีน้ำหนักพอ การที่ท่านบอกว่ามีความผิดมีหลักฐานหรือ ท่านคงดูในสำนวนคณะอนุฯชุดที่ 26 ท่านคงพูดเพื่อกล่อมคนที่เชื่อท่าน แต่วันนี้ท่านต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครจ่าย จ่ายให้ใคร จ่ายเมื่อไหร่ จ่ายเท่าไหร่ จ่ายเพื่ออะไร แล้วพยานอะไรที่เชื่อมคะแนนนั้นเข้ากับการลงคะแนน พิสูจน์ได้หรือไม่”

 

นายศุภชัย เห็นว่า คำที่บอกว่า ฮั้ว ฮั้ว ฮั้ว คราวหลังเปลี่ยนเป็นโกง เป็นการพูดเพื่อให้มันสนุก เพื่อให้คึกคักได้แต่ในที่สุดขอเรียนถามตรงว่า หากท่านเป็นผู้ถูกกล่าวหาจริงๆ ข้อกล่าวหาเช่นนี้ท่านจะยอมเดินเข้าไปรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำหรือ ส่วนเรื่องโพยก็ต้องพิสูจน์ให้ชัดว่ามันมากันตั้งแต่เมื่อไหร่ การพิสูจน์นั่นเป็นหน้าที่ แต่วันนี้ท่านไปได้ยินได้ฟังมาลงตัดสินใจเอาตามสิ่งที่ท่านอยากให้เป็น และทราบหรือไม่ว่าเลข 229 นั้น ข้อกล่าวหาเป็นกระดาษแผ่นเดียวเหมือนกันหมด แต่เป็นข้อกล่าวหาที่มาเปลี่ยนชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเดียว เรื่องเหมือนกัน เนื้อหาข้างล่างเหมือนกัน ถึงเวลาบอกว่านาย ก. คุณถูกกล่าวหาฮั้ว สว. เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นให้เขามีโทษจำคุก ฉะนั้น ต้องเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาการลงโทษ สิ่งที่ท่านบอกว่าต้องฟ้องทั้งหมดทั้ง 229 คนนั้น หากเขามีการกระทำใดมันไม่เหมือนกันหรอก คนจังหวัดนั้นกับคนจังหวัดนี้มันเหมือนกันตรงไหน แล้วท่านบอกว่า 229 ของอนุฯชุดที่ 26 ดีแล้วเพราะเหวี่ยงแหฟ้องทุกคน มันถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือ โทษทางอาญา ต้องพฤติกรรมแต่ละคน ต้องพิจารณาว่าใครทำผิดอะไร ที่ไหน อย่างไร เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่

 

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามทราบมาว่ามีการกันบุคคลเข้ามาเป็นพยาน ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว จากการเป็นพยานแต่ต้องซัดทอดคนนี้ แล้วถูกดำเนินคดี เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง สิ่งที่น่ากลัวและหนักกว่านั้นในสำนวนคดีนี้ซึ่งตนเชื่อว่าทั้งไอลอว์และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงคนอื่น ๆ ไม่เคยออกมาเปิดด้านนี้เลยคือ “คดีนี้มีการข่มขู่เพื่อให้ใส่ร้ายว่าบุคคลนี้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. ก่อนหน้านั้นทำหนังสือถึงดีเอสไอมีความว่า รัฐบาลมีแผนจะใช้ดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายทางการเมืองพรรคภูมิใจไทย โดยในขณะนั้นมีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนร่วมในการฮั้ว สว.”

 

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ฉะนั้นจึงขอให้ความร่วมมือในการซัดทอดพรรค โดยจะรับรองในความปลอดภัย และจะมีกระบวนการใช้กฎหมายเลือกตั้ง และข้อบังคับของดีเอสไอในการกันตัวบุคคลนั้นเป็นพยาน ซึ่งหากเป็นอเมริกัน ไม่ใช่ Due Process of Laws มันเป็นผลไม้พิษที่มาจากต้นไม้พิษ ผลคือมันก็ใช้การไม่ได้ หลักกฎหมายต้องมีการพิสูจน์กัน และต้องพิสูจน์ได้ว่าคนนั้นกระทำความผิด แล้วทั้งสำนวนนี้ก็อาจจะเป็นสำนวนที่เป็นพิษที่มาจากการข่มขู่พยาน

 

นายศุภชัย ยังเป็นห่วงว่า วันที่ 14 กันยายนนี้ คดีท่านอาจจะช็อกมากกว่านี้ก็ได้ เพราะมันเต็มไปด้วยพิษ ฉะนั้น วันนี้ท่านประเมินด้วยจินตนาการของท่าน มันเป็นสิ่งที่ท่านวาดเอาไว้ หากมันอยู่ในสำนวนที่ท่านได้มาทำไมไม่พูดในมุมนี้บ้าง หากรักชาติบ้านเมือง หากไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่นี่ทั้งหมดก็หวังเป็นมุมทางการเมือง สว.จะล้มหรือไม่ล้ม ไม่เป็นอะไร แต่ขอให้ล้มภูมิใจไทยได้ก็เอา นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องพูด หากรายงาน กกต. เข้าเราคงได้พูดกัน และอยากบอกว่าหากวันนี้ กกต. ทำดีเราก็ไม่ควรตัดงบ ไม่ควรทำให้การทำงานของเขาต้องสะดุดหยุดลง

 

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า พวกตนพยายามอยู่เฉยๆ ท่านออกมาแต่วันนั้น มีการไปยื่นเรื่องให้ดำเนินการกับ 9 คนของพรรคภูมิใจไทย ปกติตนอยู่นิ่งไม่เคยตอบโต้แต่ท่านเข้ามาแตะตรงนี้ ในสิ่งที่ท่านเชื่อของท่านแล้วลากยาวมาจนถึงวันนี้ แล้วจะลากอีก 11 กิโลเมตรเพื่อที่จะเดินไปไหนก็ไม่รู้ นั่นเป็นสิทธิของท่าน วันนี้ตนตำหนิ กกต. อย่างเดียวคือเอกสารลับที่หลุดมา ท่านไม่ทำอะไร ทำไมไม่ดำเนินคดีกับคนที่นำสำนวนมาเปิดเผย สิ่งที่ท่านบอกว่าฮั้ว หรือโกง สว.นั้น เขาทำกันหมด

 

ส้ม มีคุยกันที่จิมทอมสัน ตลาดนัด สว.ห้องจูปีเตอร์ ซึ่งเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ก็มีข่าวแล้วว่า อดีตผู้สมัคร สว.แฉยับ กระบวนการฮั้วสายสีส้มกักตัว 400 ชีวิต ยึดมือถือ-แจกโพย จี้ กกต. ฟ้องยกเข่ง 14 กันยายน นี่คือสิ่งที่ กกต.ละเลย นี่คือกระบวนการฮั้ว แต่ท่านพุ่งเป้าไปที่ 229 คน ตามที่ผู้ร้องได้ร้องต่อประธานกกต. เรื่องนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะมีกระบวนการข่มขู่เพื่อที่จะล้มภูมิใจไทย แล้วผมจะบอกให้โรงแรมแถวแอร์พอร์ตดอนเมือง ห้อง 406 คืนหมาหอน เขาชุมนุมกันเต็มเลย มีสายเงินด้วย กกต. ทำอะไรอยู่ แล้วสีส้มตรงนี้จูปีเตอร์ใครจ่ายสตางค์ ถามว่าจัดเลี้ยงหรือไม่ ทำไม กกต.ไม่ทำ ฉะนั้น จึงอยากฝากถึงกรรมาธิการว่าต่อไปจะตัดงบหรือไม่ตัด ให้ดูที่การทำงานของหน่วยงาน

 

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอใช้สิทธิพาดพิงว่า การที่ระบุถึงจดหมายฉบับหนึ่งที่มีบุคคลหนึ่งทําหนังสือถึงประธาน กกต. นั้น แสดงว่านายศุภชัย ได้สํานวนของ กกต. มา ซึ่งสํานวนทั้งหมดเป็นกระบวนการของ กกต.ชุดที่ 26 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยให้ตน และนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าการทําสํานวนทั้งหมดไม่มีการแทรกแซง ไม่มีเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และศาลรัฐธรรมนูญยังวินิจฉัยอีกว่า คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ฉะนั้น ประเด็นต่างๆ ที่ท่านพูดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยละเอียดกว่านั้น

 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า แต่เรื่องการกลับคําให้การของพยาน เป็นเรื่องของ กกต. และ กกต.ต้องดําเนินคดีกับพยานที่กลับคําให้การ เพราะพยานในชั้นดีเอสไอมีสหวิชาชีพ หรืออัยการร่วมสอบอยู่ด้วย จึงขอความเป็นธรรมให้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว

 

ด้าน นายศุภชัย ชี้แจงว่า สิ่งที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าว ทําให้คนเข้าใจผิด เป็นการขยายความไปกันคนละทิศ เพราะตนไม่ได้บอกว่ารัฐบาลที่แล้ว หรือที่ท่านบอกว่าเป็นเอกสาร กกต.แล้วตนได้มานั้น ถ้าจํากันได้ในสัปดาห์ที่แล้วมีคนนําสํานวนออกมาเปิดเผย และสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ก็มีการเปิดเผยมาออกมาก่อนหน้านั้น ต่อให้เป็นแฟลชไดรฟ์ท่านก็เอาไปปรินท์ ตนไม่ทราบว่าใครบ้าง ทั้งหมดมันก็หลุดไปเรื่อย ขอเพิ่มเติมว่า การที่ท่านบอกว่าอยู่กับ กกต.นั้น นอกจากอยู่ที่ กกต.แล้ว ยังมีดีเอสไอด้วย พร้อมมีการไปร้องดีเอสไอด้วย แต่ดูเหมือนว่าท่านจะโยนให้ กกต.

 

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ท่านจะตัดงบประมาณของ กกต.ไปเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นอะไร เพราะไม่เกี่ยวกับตน แต่เรื่องการข่มขู่มีอยู่จริง ส่วนศาลจะตัดสินว่าท่านบริสุทธิ์อย่างไร แทรกแซงหรือไม่อย่างไร ก็เป็นอีกเรื่อง

ข่าวล่าสุด