เนชั่นทีวี

ข่าว

โรมซัดคดีลอบยิงกมลศักดิ์ แฉรัฐเอี่ยว บี้ปมดักเก็บ2ล้านเบอร์

18 ก.ค. 2569 | titayu_pur

โรมซัดคดีลอบยิงกมลศักดิ์ แฉรัฐเอี่ยว บี้ปมดักเก็บ2ล้านเบอร์

รังสิมันต์ โรม จี้คดีลอบยิงกมลศักดิ์ รับไม่ได้อัยการสั่งไม่ฟ้อง แฉหลักฐานคน-รถ-ปืนของรัฐทั้งหมด พร้อมบี้ปมทหาร-ตำรวจดักเก็บข้อมูลประชาชนวันละ 2 ล้านเบอร์

รังสิมันต์ โรม จี้คดีลอบยิงกมลศักดิ์ รับไม่ได้อัยการสั่งไม่ฟ้อง แฉหลักฐานคน-รถ-ปืนของรัฐทั้งหมด พร้อมบี้ปมทหาร-ตำรวจดักเก็บข้อมูลประชาชนวันละ 2 ล้านเบอร์

KEY

POINTS

  • ปัดตกคดีความมั่นคง หวั่นตัดตอน: "รังสิมันต์ โรม" ผิดหวังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ชี้หลักฐาน "คน-รถ-ปืน" เป็นของรัฐทั้งหมด ยันเป็นคดีความมั่นคงและห้ามตัดตอนแค่ผู้ต้องหา 4 คน
     
  • ยกระดับกลไก กมธ. ตรวจสอบเข้ม: เตรียมลงพื้นที่สัตหีบ 24 ก.ค. ตรวจสอบการทำลายปืน 39 กระบอก และลงพื้นที่นราธิวาส 11-12 ส.ค. พร้อมจ่อเรียกผู้ว่าฯ นราธิวาส เข้าชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ หลังเบี้ยวหลายครั้ง
     
  • แฉปมดักฟังละเมิดสิทธิประชาชน: จี้ตรวจสอบกรณีทหาร-ตำรวจดักเก็บข้อมูลโทรศัพท์ประชาชนวันละ 2 ล้านเบอร์ในพื้นที่กฎหมายพิเศษทุกเที่ยงคืน ร้องถามใช้อำนาจตามกฎหมายข้อใดและใครต้องรับผิดชอบ

18 กรกฎาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ พรรคประชาชน เปิดเกมรุกคดีลอบยิงกมลศักดิ์ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ชี้เป้ากระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ทั้งที่หลักฐานโยงชัด "คน-รถ-ปืน" เป็นของหน่วยงานรัฐทั้งหมด พร้อมเดินหน้าใช้กลไกสภา บี้ปมร้อนกรณีทหาร-ตำรวจดักเก็บข้อมูล 2 ล้านเบอร์ต่อวัน เร่งเรียกผู้ว่าฯ และผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงด่วน


ที่ จ.นราธิวาส นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามคดีคนร้ายลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า การที่อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ทั้งในส่วนของสำนวนคดีและการเร่งรีบในการวินิจฉัย ซึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ตนจะลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบการทำลายอาวุธปืนจำนวน 39 กระบอก ว่ามีการทำลายจริงหรือไม่



 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังต้องมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ไปให้ข้อมูลในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ด้วย หลังจากที่เคยเชิญมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่มา และในวันที่ 11-12 ส.ค. นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอีกครั้ง เพื่อพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะการลอบยิงนายกมลศักดิ์เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่การลอบยิงบุคคลทั่วไป และแม้ กอ.รมน. จะอ้างว่า ไม่ใช่คดีความมั่นคง แต่เรายืนยันว่า คดีนี้เป็นคดีความมั่นคง และเป็นความมั่นคงที่สำคัญ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของนายกมลศักดิ์ หรือประชาชนที่เลือกนายกมลศักดิ์เข้ามา แต่ส่งผลต่อการคลี่คลายความขัดแย้งที่มีในพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐสูญเสียไป

 

"คนยิงคือคนของรัฐ รถของรัฐ ปืนของรัฐ และอาจนำไปสู่การทำลายหลักฐานเพราะมีคนของรัฐเข้าไปมีส่วนรู้เห็นในเรื่องต่างๆ สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ที่จะตัดตอนจบแค่ 4 คน โดยไม่ขยายผลไปถึงผู้สั่งการ ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่สามารถยอมรับได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นสังคมจะมั่นใจและเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร" นายรังสิมันต์กล่าว

 

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่ต้องติดตามต่อคือการเก็บข้อมูล 2 ล้านหมายเลขต่อวัน ในบริเวณพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมี 15-16 อำเภอที่ไม่ได้ประกาศใช้ แต่กลับมีการขอข้อมูลทุกเที่ยงคืน หากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหล ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งตำรวจและทหารเคลื่อนไหวอย่างไร เขาก็รู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด การปฏิบัติการในลักษณะเช่นนี้ ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจหรือ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการใช้อำนาจที่เกินกว่าจะยอมรับได้ จึงจำเป็นต้องได้รับคำอธิบายและคำตอบที่เหมาะสม และต้องหาให้พบว่าการกระทำความผิดนี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

 

ส่วนบุคคลที่ศาลสั่งไม่ฟ้อง 1 คนจาก 7 คน ซึ่งจากพยานหลักฐานที่มี เป็นการซัดทอดจากผู้ต้องหารายอื่น  แต่เรามองว่าบุคคลนี้มีความสำคัญ ในการเชื่อมโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ หากจะจบลงแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ข่าวล่าสุด