“จริงๆ มีมากกว่าปืน และมีเรื่องอื่นด้วยที่เกี่ยวพันกับข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นหลายส่วนคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ทางกรรมาธิการจะต้องพิจารณา และเรื่องของนายกมลศักดิ์ ไม่อยากให้มองเฉพาะกรณีนี้กรณีเดียว แต่ต้องมองว่าเป็นคดีที่อาจจะเป็นบรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรมและจะต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้มีการคุกคาม” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวด้วยว่า หากนักการเมืองที่รับเรื่องร้องเรียนยังสามารถถูกยิงได้ หากถามว่านักการเมืองยังเอาตัวเองไม่รอด ยังไม่ได้รับความปลอดภัย กลไกนิติบัญญัติจะเป็นสะพานเชื่อมเพื่อนำปัญหาของประชาชนมาแก้ไขโดยกลไกของสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร
"จึงเห็นว่าสิ่งที่ต้องทำอยากเห็นสังคมที่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่นักการเมืองถูกยิง แต่วันนี้หากจะเริ่มจากจุดใดที่ใกล้เคียงกับพยานหลักฐานและมีข้อมูลมาเอาผิดและขยายผล เพื่อทำลายกระบวนการใช้อำนาจมืด ใช้การข่มขู่คุกคาม ยกเคสนายกมลศักดิ์เป็นบรรทัดฐานได้ ยืนยันเรื่องนี้จะไม่ปล่อยผ่าน ไม่ได้มองว่าอยู่คนละพรรคหรือไม่ สิ่งที่สำคัญจะปล่อยให้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ลอยนวลไม่ได้เด็ดขาด" นายรังสิมันต์ เผย
#รังสิมันต์โรม #กมลศักดิ์ลีวาเมาะ #พรรคประชาชาติ #กมธกฎหมาย #ทลายอำนาจมืด #อุ้มคนจีน #สภาผู้แทนราษฎร #ข่าวการเมืองล่าสุด