ภายใต้การปรับรูปแบบบริการสาธารณะดังกล่าวนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นก็คือภารกิจมีความทันสมัยอยู่ก็จริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ "ระบบและคน" ของระบบราชการกลับไม่ได้ทันสมัยไปพร้อมกับภารกิจหรือเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยตามไปด้วย ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วสังคมไทยโดยเฉพาะระบบราชการยังวนเวียนอยู่กับปัญหาระบบอุปถัมภ์ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทุจริตคอร์รัปชั่นไปโดยปริยาย
ในแง่นี้จะพบว่าเมื่อ"พรรคการเมือง"เข้ามาสู่ระบบราชการแล้ว แม้ว่าจะมีนโยบายที่ดีเลิศในการพัฒนาประเทศต่างๆ แต่หากกลไกรองรับระบบการนำนโยบายไปปฏิบัติมีความล้าหลังหรือแม้แต่กระทั่งการตอบสนองของระบบราชการไม่มีความกระตือรือร้น เพราะตัวของข้าราชการเองก็ขาดขวัญและกำลังใจว่าการทำงานของรัฐบาลไม่เอื้อหนุนก่อให้เกิดการสร้างระบบคุณธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว นโยบายของ"พรรคการเมือง"ที่พัฒนาไปสู่นโยบายของรัฐบาลก็อยากที่จะประสบผลสำเร็จ
การหาเสียงหรือแม้แต่คลังสมองยุทธศาสตร์ ในการคิดค้นนโยบายของ"พรรคการเมือง"จึงควรให้ความสนใจต่อการคิดค้นยุทธศาสตร์หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบราชการ โดยเฉพาะการให้ความสนใจหลักการที่มีมาแต่เดิม ทั้งในรูปแบบของความโปร่งใส การยึดมั่นในระบบคุณธรรม ทั้งนี้ ในแง่ของการบริการสาธารณะแล้ว พรรคการเมืองมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ความสนใจ "กรอบคำถามเบื้องต้น" เพื่อออกแบบพัฒนานโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง อาทิ
• อะไรคือจุดอ่อนและจุดแข็งของระบบราชการของไทยในปัจจุบัน
• อะไรคือปัจจัยที่ทำให้บริการสาธารณะมีความต่อเนื่อง เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และสร้างความเสมอภาคในสังคม
• นโยบายของพรรคการเมืองที่สังกัดต้องการนำเสนอสู่สาธารณะนั้น ตอบโจทย์ปัญหาของสังคมไทยโดยเฉพาะปัญหาจากระบบอุปถัมภ์และระบบการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไร
• นโยบายปฏิรูปราชการที่พรรคการเมืองต้องการนำเสนอนั้น สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการที่มีความสุจริตได้อย่างไร โดยเฉพาะจะทำให้ระบบคุณธรรมกลายเป็นระบบที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ อย่างไร
• นโยบายปฏิรูประบบราชการที่แต่ละพรรคต้องการนำเสนอนั้นสามารถแก้ไขปัญหา การซื้อขายตำแหน่งหรือการวิ่งเต้นในฤดูกาลโยกย้ายได้หรือไม่ อย่างไร
• นโยบายปฏิรูประบบราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม จะสามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทุกคนอยู่ภายใต้ระบบกฎหมายเดียวกันได้หรือไม่ อย่างไร
• ระบบการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันภายในระบบราชการและการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระมีประเด็นใดบ้างที่จะสามารถพัฒนาร่วมกันได้
• ช่องทางการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ หรือมีประเด็นใดบ้างที่จะสามารถทำให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กล่าวได้ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว กรอบคำถามการปฏิรูประบบราชการที่"พรรคการเมือง"สามารถนำไปออกแบบนโยบาย การหาเสียงเลือกตั้งในอนาคตข้างต้นนี้ จะกลายเป็นประโยชน์ต่อ"พรรคการเมือง"เองโดยเฉพาะการสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลหรือทำให้ระบบราชการเองสามารถเอื้อประโยชน์ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่ง"พรรคการเมือง"เองยังจะต้องตระหนักนั่นก็คือ "ความท้าทายแบบคู่ขนาน" ซึ่งในการปฏิรูประบบราชการ เส้นแบ่งที่สำคัญก็คือ การไม่ทำให้ระบบการเมืองสร้างความสั่นคลอนให้กับระบบราชการโดยเฉพาะเอาคนของฝ่ายการเมืองมาทำงานที่มีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง พรรคการเมืองเองก็จะต้องตระหนักว่าภายในระบบราชการนั้นมีลักษณะความเป็นรัฐอิสระที่รู้จักกันในนาม "รัฐราชการ" และภายในกระแสของการปฏิรูปนั้นระบบราชการเองอาจจะอยู่ในฐานะ "พรรคราชการ" ด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้น "การตอบรับการปฏิรูป" จึงจะปรากฏภาพ "กระแสต่อต้านการปฏิรูป" ควบคู่กันไป แต่หากเปรียบเทียบว่านโยบายพรรคการเมืองคือสินค้าที่ตลาดการเมืองมีความต้องการ "นโยบายการปฏิรูประบบราชการ" อาจจะเป็นสินค้าที่ผลิตยาก แต่เชื่อได้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคการเมืองได้นำเสนอสินค้าข้างต้นนี้อย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนคนไทยก็พร้อมที่จะเทคะแนนเสียงให้กับพรรคการเมืองนั้นได้เช่นเดียวกัน