กระทบชื่อเสียงระดับโลก จ่อบินประกวดเวที Miss Grand International 2026
ทีมทนายความ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “หนิง ปัทมา” เป็นบุคคลสาธารณะที่มีผู้ติดตามหลายล้านคน อีกทั้งยังดำรงตำแหน่ง มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 ซึ่งมีกำหนดการสำคัญที่จะต้องเดินทางไปประกวดเวทีระดับโลก มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ณ ประเทศอินเดีย ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 นี้ การกระทำของเกรียนคีย์บอร์ดจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และตัดโอกาสในการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างประเมินค่าไม่ได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีทางกฎหมายเพื่อปกป้องภาพลักษณ์อันดีงามในฐานะตัวแทนประเทศไทย
เตือนเกรียนคีย์บอร์ดรอรับหมายศาล! ทนายชี้ “ต่างกรรมต่างวาระ” คุกหนัก-ค่าปรับ และค่าเสียหาย จ่อทยอยฟ้องอีก 80 คดี แอคหลุม-อวตาร โดนล้างบาง
ทางด้านทีมทนายความระบุว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เนื่องจากได้รวบรวมพยานหลักฐานจากทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook, Instagram, TikTok และอื่น ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้มีคดีในมือรวมแล้วกว่า 80 คดี โดยทีมทนายความจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือนในการทยอยยื่นฟ้องต่อศาลกับทุกรายอย่างต่อเนื่อง ไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ ทีมทนายความได้เน้นย้ำถึงข้อกฎหมายสำคัญว่า การโพสต์ข้อความหรือคอมเมนท์ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น “แต่ละข้อความ หรือ 1 คอมเมนท์ ถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ” ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง จะมีโทษจำคุกเรียงตามกระทงความผิด (กรรมละไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328) และไม่รวมค่าเสียหายทางแพ่งที่จะถูกเรียกเก็บอีก 1 ล้านบาท ถึง 5 ล้านบาท ต่อหนึ่งคดี ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความหนักเบาของข้อความหรือข้อหา ดังนั้น เกรียนคีย์บอร์ดทุกราย รวมถึงพวกปากแจ๋วในโลกออนไลน์ รอรับหมายศาลที่บ้านได้เลย
ในส่วนของเพจต่างๆ หรือผู้ใช้งานที่ใช้ "แอคหลุม-บัญชีอวตาร" ที่คิดว่าจะซ่อนตัวได้ ทางทีมทนายความได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยีจนรู้ตัวตนที่แท้จริง และจะดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายขั้นต่ำ 1-5 ล้านบาททุกราย
อย่างไรก็ตาม “หนิง ปัทมา” ประกาศชัดเจนว่า เงินค่าเสียหายทั้งหมดที่ได้จากการชนะคดีและการฟ้องร้องในครั้งนี้ จะนำไปบริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ ทั้งหมด เช่น สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า , เด็กยากไร้ , ผู้พิการทางสายตา และผู้พิการทางสมอง โดยจะไม่เก็บไว้ใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว เพื่อเปลี่ยนคำเจตนาประสงค์ร้ายของคนในโซเชียล ให้กลับคืนเป็นประโยชน์แก่สังคมผู้ยากไร้ต่อไป