โกงสอบท้องถิ่น 55 รายชื่อถูกไต่สวน กลับไร้ชื่อบิ๊ก มท.บางคน
09 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation TV

คดีโกงสอบท้องถิ่น ยังถูกตั้งคำถาม หลัง 55 รายชื่อถูกไต่สวน แต่ไร้ชื่อบิ๊กมหาดไทยบางคนและฝ่ายการเมือง จับตาเพื่อรักษาอำนาจหรือไม่?
ข่าว
09 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation TV

คดีโกงสอบท้องถิ่น ยังถูกตั้งคำถาม หลัง 55 รายชื่อถูกไต่สวน แต่ไร้ชื่อบิ๊กมหาดไทยบางคนและฝ่ายการเมือง จับตาเพื่อรักษาอำนาจหรือไม่?
KEY
POINTS
9 กรกฎาคม 2569 คดีโกงสอบท้องถิ่น ยิ่งขุดยิ่งเจอปมใหม่ เมื่อ 55 รายชื่อ ผู้ถูกไต่สวนยังไร้ชื่อบิ๊กมหาดไทยบางคน และนักการเมือง ทั้งที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีบทบาทในช่วงจัดสอบ เสียงวิจารณ์จึงพุ่งไปที่ ป.ป.ช. และรัฐบาล ว่าการเดินหน้าสางคดีครั้งนี้เป็นการล้างทุจริตจริง หรือกำลังสะท้อนเกมอำนาจทางการเมือง
ภาพการ “เล่นใหญ่” ของรัฐบาลในปฏิบัติการล้างโกงสอบท้องถิ่น ยังคงถูกตั้งคำถามว่า ซ่อนนัยทางการเมืองและพวกพ้องด้วยหรือไม่ มีความจริงใจในการชำระสะสางโกงสอบครั้งมโหฬารมากน้อยแค่ไหน เพราะเพียงแค่รายชื่อ 5 บิ๊กข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรง ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ มีแต่เพียงรายงานข่าวที่ผู้สื่อข่าวสืบเสาะกันเอง
รวมถึง 55 รายชื่อ ที่ปรากฏออกมา ว่าถูก ป.ป.ช.ไต่สวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงสอบครั้งใหญ่นี้ด้วยหรือไม่ ก็พบความผิดปกติ
โดยกลุ่มแรกมี 22 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการจัดสอบ และประกาศผลสอบนั้น รายชื่อทั้งหมดในกลุ่มนี้ เกือบจะยกมาจาก “คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น” หรือ กสถ. แบบยกคณะ
ในกรรมการชุดนี้มี 18 คน เป็นผู้แทนส่วนราชการต่างๆ จำนวนหนึ่ง และอีกจำนวนหนึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในโครงสร้างการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางส่วน โดยประกาศนี้ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568
ทั้งนี้ จากจำนวน 18 คนมีชื่อเป็นกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น มี 2 คนเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) นั่นก็คือ ปลัดกระทวงมหาดไทย กับ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
โดยในห้วงเวลาที่ออกประกาศ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง 2 ตำแหน่งนี้ ก็คือ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในเวลานั้น
แต่ปรากฏว่า ทั้งคู่ไม่มีชื่อถูก ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตามข่าวที่เผยแพร่ออกมา!
แต่ในส่วนของ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คือ นายธนนท์ พรรพีภาส ซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ กสถ. มีชื่อถูก ป.ป.ช.ไต่สวน และยังถูกสอบสวนทางวินัย โดยคำสั่งของปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วย
รวมทั้ง ในขณะที่ นายอรรษิษฐ์ กับ นายนฤชา รอดทั้งคู่แบบ “ไม่มีระคายผิว” แต่ปรากฏว่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ต่อจากนายนฤชา อีก 2 คน กลับโดน ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนทั้งคู่ ประกอบด้วย
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่เข้ามาดำงตำแหน่งหลังประกาศ TOR และประกาศผลการประกวดราคาไปแล้ว พูดง่ายๆ คือเข้ามาจัดสอบอย่างเดียว มีชื่อถูก ป.ป.ช.ไต่สวน โดยนายธีรุตม์ ตอบคำถามเพียงสั้นๆ ว่า “ทราบจากข่าว กรณีถูก ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวน และไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใด ตัวเองถึงโดน”
เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมีชื่ออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไม่ครบทั้ง 3 คน ในช่วงที่มีการทำ TOR และจัดสอบท้องถิ่น นายธีรุตม์ ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนข่าวการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ยังไม่มีใครแจ้งอะไรมา”
ขณะที่ ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดี สถ. ในห้วงเวลาสั้นๆ ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก็โดนไต่สวนด้วย
โดย ร้อยตำรวจโท ภพชนก ดำรงตำแหน่งอธิบดี สถ. ในช่วงที่พรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาลในขณะนั้น ริบกระทรวงมหาดไทยคืนจากพรรคภูมิใจไทย และปรับ ครม.ส่ง นายภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงตั้ง นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นรัฐมนตรีช่วย กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมีการย้าย ร้อยตำรวจโท ภพชนก มาเป็นอธิบดี แทน นายนฤชา
ความน่าสนใจก็คือ ร้อยตำรวจโท ภพชนก เป็น “สิงห์ดำ” จบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่สำคัญเคยขับเคลื่อนเสนอให้ยกเลิกผลสอบท่ามกลางข้อร้องเรียนทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
อีกทั้ง การตั้งคณะกรรมการไต่สวน ของ ป.ป.ช. กรณีโกงสอบท้องถิ่น และความเคลื่อนไหวขององค์กรตรวจสอบอื่นๆ พุ่งเป้าไปที่ข้าราขการประจำ เจ้าหน้าที่รัฐ และพลเรือน โดยไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ทั้งๆ ที่เม็ดเงินการทุจริตมีขนาดมหึมา ราวๆ 5,000 ล้านบาท แต่กลับมีเฉพาะข้าราชการ และพลเรือนร่วมกันโกง ไม่มีนักการเมืองในฐานะผู้กำหนดนโยบาย
ที่ผ่านมามีการแฉคลิปลับ อ้างถึงนักการเมืองบางราย ซึ่งมีตำแหน่งและรับผิดชอบเรื่องการจัดสอบท้องถิ่น แต่จนถึงวันนี้กลับไม่มีการพูดถึง หรือพาดพิงไปถึงเลยแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ตอนหนึ่งระบุว่า “คุณซื้อขายตำแหน่งตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ โอ้โห พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่วตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาตั้ง 30 ปี ให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ ผมก็ไม่เข้าใจ ที่ผู้สื่อข่าวถามว่าเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการ ไม่มีการเมือง ไม่มีอะไร ใครทำผิด โดนใครก็คนนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องไม่ช่วยใคร ผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา”
การให้สัมภาษณ์ของ มท.หนู เหมือนเป็นการส่งสัญญาณไปถึงองค์กรตรวจสอบทุกแห่งหรือไม่ว่า บุคคลที่ถูกตรวจสอบทั้งหมดนี้ “ร่วมกันโกง - รัฐบาลไม่เกี่ยว” ถือเป็นการยืนยันทางอ้อมหรือไม่ว่า มีแต่ข้าราชการกับพลเรือนเท่านั้นที่ทำให้เกิดมหกรรมโกง
มีการวิเคราะห์และตั้งข้อสังเกตในแวดวงการเมืองว่า การตั้งคณะกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. และการตั้งธงสอบต่อในระยะต่อไป สะท้อนภาพการ “บาลานซ์อำนาจ” ภายในพรรคภูมิใจไทย ผ่านการวางสายข้าราชการใหญ่ในกระทรวง
เช่น ปลัดอรรษิษฐ์ ซึ่งมีภาพใกล้ชิดกับนายกฯอนุทิน อย่างไม่ต้องปฏิเสธ และเจ้าตัวก็เคยยอมรับว่า “ตัวติดกับนายกฯ”
อธิบดีนฤชา ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าฯบุรีรัมย์ สายตรง “คนหลังม่าน” ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เคยนั่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วงที่มีการจัดทำ TOR และตั้งคณะกรรมการ กสถ.
ทั้งหมดนี้สมชื่อ สมราคา “รัฐบาลคนละครึ่ง”