ปชป.น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. - หวั่นเป็นบรรทัดฐานการกู้เงิน
09 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“ประชาธิปัตย์” น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. หวั่นเป็นบรรทัดฐานการกู้เงินของรัฐบาลในภาวะเศรษฐกิจปกติ - เร่งรัฐบาลเร่งวางแผนการคลังลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
ข่าว
09 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“ประชาธิปัตย์” น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. หวั่นเป็นบรรทัดฐานการกู้เงินของรัฐบาลในภาวะเศรษฐกิจปกติ - เร่งรัฐบาลเร่งวางแผนการคลังลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร้อง ก็รับทราบและเคารพคำวินิจฉัย แต่ยังไม่ทราบเหตุผลรายละเอียด เพราะมติที่แถลงออกมาเป็นเพียงการสรุปมติเท่านั้น จึงจะต้องรอศึกษาเหตุผล และประเด็นที่ศาลฯ ใช้เป็นอย่างไร เพราะพรรคฯ เป็นห่วงการวินิจฉัยครั้งนี้ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลมีเงินไม่เพียงพอ แต่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะปกติ และย้ำว่า พรรคประชาชนกังวลแน่นอนว่า จะเกิดบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับการกู้เงิน
ส่วนผลที่รัฐบาลสามารถกู้เงินได้นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ขยับเข้าเกือบชนเพดาน หรือ ร้อยละ 70 ของ GDP และรัฐบาล เคยยืนยันต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า จะไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนว่า รัฐบาลมีแผนการคลังในการเพิ่มรายได้ หรือลดรายจ่ายอย่างไร มิเช่นนั้น ก็อาจต้องมีการกู้เงินเพิ่ม และขยายเพดานอีกหรือไม่ ซึ่วพรรคประชาธิปัตย์ หวังว่า จะไม่มีการกู้อีก
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 200,000 ล้านบาทตามพระราชกำหนดฯ ว่า มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย ที่เห็นว่า ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข จึงเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งทำความชัดเจน และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกลั่นกรองโครงการต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพ และความโปร่งใสให้มากที่สุด
ส่วนผลการวินิจฉัยครั้งนี้เกินความคาดหมายของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อในเหตุผลของพรรคฯ และทราบดีว่า อดีตที่ผ่านมา จากคำวินิจฉัยในอดีต ศาลฯ จะระวังไม่ทำให้ฝ่ายบริหารทำงานได้ยาก และรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่ได้ให้ศาลตีความถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่ให้ตีความถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ