เนชั่นทีวี

ข่าว

พลังงานแจงลดน้ำมัน 2.5 บาท หลังงัด กม.คุมเพดาน-ดึงกำไรโรงกลั่น

08 ก.ค. 2569 | titayu_pur

พลังงานแจงลดน้ำมัน 2.5 บาท หลังงัด กม.คุมเพดาน-ดึงกำไรโรงกลั่น

กระทรวงพลังงานโต้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ปมกระชากราคาน้ำมัน ยัน "เอกนัฏ" งัด กม.ปี 16 กำหนดเพดานลดราคาน้ำมันทันที 2.5 บาท/ลิตร พร้อมดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่นหมื่นล้านช่วยประชาชน

กระทรวงพลังงานโต้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ปมกระชากราคาน้ำมัน ยัน "เอกนัฏ" งัด กม.ปี 16 กำหนดเพดานลดราคาน้ำมันทันที 2.5 บาท/ลิตร พร้อมดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่นหมื่นล้านช่วยประชาชน

KEY

POINTS

  • งัดกฎหมายประวัติศาสตร์คุมราคา: รมว.พลังงาน ใช้อำนาจ พ.ร.ก. ปี 2516 กำหนดเพดานขายปลีกน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ไม่เกิน 35 บาท/ลิตร เป็นครั้งแรกเพื่อคุ้มครองประชาชน
     
  • ดึงกำไรโรงกลั่นหมื่นล้าน: เม็ดเงินที่นำมาลดราคาน้ำมันทันที ~2.5 บาท มาจากการดึงผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ไม่ใช่เงินกู้หรือภาษี
     
  • โต้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ยันไม่ใช่เงินกองทุน: กระทรวงพลังงานชี้แจงแก้ไขความเข้าใจผิด ชี้กลไกนี้ไม่ใช่การใช้กองทุนน้ำมันชดเชยแบบหมุนเงินกระเป๋าซ้าย-ขวาแบบเดิม

8 กรกฎาคม 2569 กระทรวงพลังงาน โดยโฆษกกระทรวง ชี้แจงหลังมีกระแสวิจารณ์ข้อมูลคลาดเคลื่อน การลดราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์กว่า 2.5 บาท/ลิตร โดยยืนยันเกิดจากการที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการฯ ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ปี 2516 เข้ามากำหนดเพดานราคาขายปลีก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมดึงกำไรโรงกลั่นส่วนเกินกว่าหมื่นล้านบาท กลับคืนมาช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพประชาชน โดยไม่ใช่การควักเงินจากกองทุนน้ำมันตามที่เข้าใจกัน


นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยเบื้องหลัง การลดราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ โดยระบุว่า หลายคนเห็นเพียงราคาน้ำมันที่จะปรับลดลงกว่า 2.5 บาทต่อลิตร แต่อาจยังเข้าใจว่า เป็นเพียงการใช้กองทุนน้ำมัน มาชดเชยราคาเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ตรงกับสาระสำคัญของมติ กบง. ในครั้งนี้ โดยรายละเอียดทั้งหมดจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการในวันนี้

 

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน

 

สาระสำคัญของมติดังกล่าว คือการที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ใช้อำนาจตามกฎหมาย กำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ไม่ใช่เพียงการนำเงินกองทุนน้ำมันมาชดเชยราคาแบบ "กระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวา" อย่างที่มีกลุ่มการเมืองและนักวิจารณ์ออกมาให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
 

โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. พ.ศ. 2516 ของนายกรัฐมนตรี กำหนดชัดว่า น้ำมันเบนซินและดีเซลต้องขายไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร กล่าวคือ เมื่อราคาตลาดไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง รัฐสามารถเข้าไปกำหนดกรอบราคาเพื่อคุ้มครองประชาชนได้

 

พร้อมกันนั้น กระทรวงพลังงานยังดึง "ผลประโยชน์ส่วนเกิน" จากโรงกลั่นกลับมาแบ่งเบาภาระประชาชนอีกครั้ง รอบนี้ประมาณ 1,700 ล้านบาท รวมกับรอบก่อน เท่ากับดึงกลับมาแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท เงินก้อนนี้ไม่ใช่ภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินกู้ และไม่ใช่เงินจากกองทุนน้ำมัน แต่เป็นการนำกำไรส่วนเกินในห่วงโซ่พลังงานกลับมาช่วยลดค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ


ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลงทันที

 

* เบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดประมาณ 2.51 บาท/ลิตร

* ดีเซล ลดประมาณ 2.56 บาท/ลิตร

ผลงานครั้งนี้ บางคนอาจมองว่าเป็นเพียง "น้ำมันลด 2 บาทกว่า" แต่ในเชิงนโยบาย นี่คือการแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลพร้อมใช้ทุกเครื่องมือทางกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ปล่อยให้กลไกตลาดที่บิดเบือนทำงานเพียงฝ่ายเดียว เพราะสุดท้าย ราคาพลังงานไม่ใช่แค่ตัวเลขบนป้ายหน้าปั๊ม แต่คือค่าครองชีพของทุกครอบครัว และต้นทุนของเศรษฐกิจทั้งประเทศ

 

นายพงศ์พล กล่าวว่า "กระทรวงพลังงานน้อมรับว่า การสื่อสารในวันแรกผ่านหลายคณะประชุม ทั้ง กบง. และ กบน. อาจทำให้คนไม่เข้าใจทุกมิติ แต่เมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่วันนี้ ทุกฝ่ายจะเห็นว่า การลดราคาครั้งนี้มีฐานอำนาจทางกฎหมาย และมีองค์ประกอบมากกว่าการใช้กองทุนน้ำมันตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ" 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด