เนชั่นทีวี

ข่าว

ด่วน! ป.ป.ช.ชี้มูล "จำเริญ" อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต ออกใบอนุญาต รร.หรู ไร้ EIA

02 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ด่วน! ป.ป.ช.ชี้มูล "จำเริญ" อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต ออกใบอนุญาต รร.หรู ไร้ EIA

ด่วน! ป.ป.ช.ชี้มูล อดีตผู้ว่าภูเก็ต "จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา" ฟันอาญา-วินัยร้ายแรง เซ็นไฟเขียวใบอนุญาตโรงแรมหรู ทั้งที่ไร้ใบ EIA คาดส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาลอาญาทุจริต

ด่วน! ป.ป.ช.ชี้มูล อดีตผู้ว่าภูเก็ต "จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา" ฟันอาญา-วินัยร้ายแรง เซ็นไฟเขียวใบอนุญาตโรงแรมหรู ทั้งที่ไร้ใบ EIA คาดส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาลอาญาทุจริต

KEY

POINTS

  • มติชี้มูลความผิด: ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ฟัน "จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา" อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต ผิดอาญามาตรา 157 และวินัยร้ายแรง เหตุลงนามออกใบอนุญาตโรงแรม ยู เซนมายา โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     
  • พฤติการณ์เอื้อเอกชน: เอกชนไม่ได้ยื่นรายงาน EIA ตามมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต แม้ถูกทวงถาม 3 ครั้ง แต่อดีตผู้ว่าฯ กลับเร่งรัดสั่งการให้เสนอเรื่องและลงนามอนุมัติให้ก่อนย้ายไปรับตำแหน่งใหม่
     
  • ขั้นตอนต่อไป: สำนักงาน ป.ป.ช. ส่งมอบสำนวนคดี เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยทั้งหมดให้แก่อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลทุจริตฯ พร้อมส่งผู้บังคับบัญชาไล่ออกหรือปลดออกทางวินัย

2 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. โดยโฆษกสุรพงษ์ อินทรถาวร ได้แถลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงแก่ จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา อดีตผู้ว่าภูเก็ต กรณีใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ในการลงนามออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมภูเก็ต ให้กับเอกชนรายใหญ่ การชี้มูลความผิดครั้งนี้เกิดขึ้น หลังจากผลการไต่สวนพบพฤติการณ์ เร่งรัดลงนามก่อนย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ ทั้งที่โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ลาดชัน และยังไม่ผ่านความเห็นชอบรายงาน EIA ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ป.ป.ช. จึงได้มีมติส่งสำนวนและหลักฐานทั้งหมดให้แก่ อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดต่อไป


นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร. 2) เลขที่ 144/2559 ลงวันที่ 27 กันยายน 2559 ให้แก่บริษัทเอกชนดัง ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 

สำนักงาน ป.ป.ช.



ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 บริษัทเอกชน ได้ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมต่ออำเภอกะทู้ มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ 1 พื้นที่ที่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลรอบเกาะภูเก็ต เข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ 50 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันระหว่างร้อยละ 35-50 และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในบริเวณที่ 2 พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันระหว่างร้อยละ 20-35

 

ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เรื่อง กำหนดพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553 แต่ปรากฏว่า บริษัทดังกล่าว ไม่ได้ยื่นเอกสารใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารและ EIA ประกอบคำขอ อำเภอกะทู้จึงได้มีหนังสือติดตามให้บริษัทยื่นเอกสารเพิ่มเติมจำนวน 3 ครั้ง ปรากฏว่าบริษัทได้ยื่นเพียงใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ได้ยื่น EIA แต่อย่างใด 

 

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

 

ต่อมาวันที่ 27 กันยายน 2559 ก่อนที่นายจำเริญจะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการเร่งรัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชา เสนอเรื่องที่ค้างดำเนินการอยู่ทั้งหมดให้ตนพิจารณา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกข้อความเสนอเรื่องราว รายละเอียดข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยรายงานว่า คำขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมรายนี้ยังไม่มีหนังสือให้ความเห็นชอบ EIA

 

แต่นายจำเริญกลับลงนามอนุญาต พร้อมลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้แก่บริษัทแห่งนี้ ทั้งที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ประกอบประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจโรงแรม และประกาศกระทรวง ทส. เรื่อง กำหนดพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553

 

จึงเป็นการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายจำเริญ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1

 

และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว

ข่าวล่าสุด