นางสาวชลณัฏฐ์ ยังกล่าวถึงการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของประธาน กสทช. ว่า วันนี้มีเพียง 3 รายที่เข้ามาชี้แจง คือ เลขาธิการวุฒิสภา, ก.ล.ต. และสภาองค์กรของผู้บริโภค ส่วน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง โดยแจ้งว่าติดภารกิจ รวมถึงคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็น 3 คนที่มีความสำคัญในการชี้แจงเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่งที่ นพ.สรณ ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง เพราะถือเป็นการเลี่ยงการตรวจสอบที่สังคมกังขา ทั้งที่ กสทช. ถือครองผลประโยชน์ของประชาชนนับแสนล้านบาท
ขณะที่ผู้นำสูงสุดไม่กล้าเผชิญความจริง และตอบคำถามกรรมาธิการ สะท้อนถึงการขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ซึ่งในที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานรัฐใช้ข้อจำกัดทางเทคนิค และชั้นความลับของข้อมูลมาเป็นเกราะป้องกันในการตรวจสอบ เช่น เมื่อทวงถามข้อมูลบางอย่างจาก ก.ล.ต. และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กลับอ้างข้อจำกัดทางกฎหมายไม่สามารถให้ข้อมูลได้ อ้างเป็นชั้นความลับ และรายงานบางอย่างการประชุมยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่สามารถส่งให้หน่วยงานได้ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อปิดสมัยประชุมวุฒิสภา รายงานบางอย่างที่ค้างอยู่ถือว่าตกไปทันที ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ แต่ตามรัฐธรรมนูญกรรมาธิการมีอำนาจเรียกบุคคลใด ๆ ก็ตามไม่มีข้อยกเว้นลำดับชั้นความลับ ความรับรองอำนาจมาแล้วก็ไป แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่
ดังนั้น จึงไม่ต้องห่วงว่าความลับจะรั่วไหล เพราะกรรมาธิการประชุมแบบลับได้ เมื่อเป็นเช่นนี้กรรมาธิการจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติหากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อสาธารณสุข การเรียกต้องมาด้วยตนเองเท่านั้น ส่งตัวแทนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจไม่สามารถทำได้ ถือเป็นการหลีกเลี่ยงการให้ความร่วมมือต่อกรรมาธิการ
ดังนั้นในเรื่องนี้กรรมาธิการขอเรียกเอกสารจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา การตรวจสอบประวัติและความประพฤติเชิงลึกของนายแพทย์ และรายงานของคณะกรรมาธิการ ICT ชุดที่ 22 ทั้งหมด และขอหนังสือชี้แจงจาก ก.ล.ต. ตรวจสอบการดำรงตำแหน่งกรรมการในธนาคารกรุงเทพ รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลรามาธิบดี ขอบันทึกการเข้าปฏิบัติงานตารางเวรการตรวจรักษาผู้ป่วยเพื่อพิสูจน์ว่ามีการทำงานทับซ้อนหรือไม่
กรรมาธิการพัฒนาการเมือง ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การตรวจสอบแค่ตัวบุคคล แต่เป็นการตรวจสอบทั้งระบบ เป็นการปกป้องหลักการความโปร่งใสของ กสทช. การที่ กสทช. ถูกกังขาเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และอาจถูกต้องข้อสงสัยได้ กมธ. จะติดตามให้ถึงที่สุด