เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เดือด อธิบดี ปค.-ประธาน กสทช.เบี้ยวแจงปมแชตหลุด-ผลประโยชน์ทับซ้อน

18 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เดือด อธิบดี ปค.-ประธาน กสทช.เบี้ยวแจงปมแชตหลุด-ผลประโยชน์ทับซ้อน

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เดือด ขู่ใช้อำนาจเรียก หลังอธิบดีกรมการปกครอง เบี้ยวแจงปมแชตหลุดช่วยน้ำเงินด้วย ส่วนประธาน กสทช. ไร้เงาแจงปมคุณสมบัติผลประโยชน์ทับซ้อน

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เดือด ขู่ใช้อำนาจเรียก หลังอธิบดีกรมการปกครอง เบี้ยวแจงปมแชตหลุดช่วยน้ำเงินด้วย ส่วนประธาน กสทช. ไร้เงาแจงปมคุณสมบัติผลประโยชน์ทับซ้อน

KEY

POINTS

  • เบี้ยวแจงปมแชตหลุด: นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไม่ยอมมาแจงกรณีแชตหลุด "ช่วยน้ำเงินด้วย" ด้วยตนเอง แต่ส่งรองอธิบดีมาแทน ซึ่ง กมธ. ไม่ยอมรับเพราะเป็นเรื่องที่มีผลผูกพันทางกฎหมายและอ่อนไหวต่อประชาชน จึงสั่งให้กลับไปและต้องมาเองในครั้งหน้า
     
  • ประธาน กสทช. ไร้เงา: นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. รวมถึงคณบดีแพทย์รามาฯ และผู้แทนอธิการบดีมหิดล ไม่มาชี้นำเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติและผลประโยชน์ทับซ้อนมูลค่าแสนล้านบาท โดยอ้างติดภารกิจ ซึ่ง กมธ. มองว่าเป็นการเลี่ยงตรวจสอบ
     
  • ขู่ใช้อำนาจเรียกขั้นเด็ดขาด: กมธ. เผยว่าหน่วยงานรัฐมักใช้ข้อจำกัดทางกฎหมาย และชั้นความลับมาเป็นเกราะป้องกันตนเอง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ กมธ. มีอำนาจเรียกบุคคลใดๆ ก็ตามมาประจักษ์ความจริง และจะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด หากยังเพิกเฉยจะบังคับใช้อำนาจเรียกตามกฎหมายทันที

18 มิถุนายน 2569 โฆษก กมธ.พัฒนาการเมือง แถลงความคืบหน้ากรณีเชิญหัวหน้าหน่วยงานรัฐเข้าชี้แจง ณ อาคารรัฐสภา แต่กลับพบว่า อธิบดีกรมการปกครอง ส่งตัวแทนมาแทนในประเด็น แชตหลุด "ช่วยน้ำเงินด้วย" ซึ่งถือเป็นเรื่องอ่อนไหวทางกฎหมาย จึงสั่งให้กลับไปและเตรียมใช้อำนาจเรียกตัวจริงมาพบอีกครั้ง พร้อมกันนี้ยังพบว่า ประธาน กสทช. ไม่ได้เดินทางมาชี้นำด้วยตนเอง ในวาระตรวจสอบคุณสมบัติและผลประโยชน์ทับซ้อน ส่งผลให้คณะกรรมาธิการตำหนิ การเลี่ยงเผชิญหน้าความจริง และเตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อดึงความโปร่งใสกลับคืนสู่สังคม


ที่อาคารรัฐสภา นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงการประชุมของกรรมาธิการในวาระแชตหลุด "ช่วยน้ำเงินด้วย" ว่า วันนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไม่ได้มาด้วยตนเอง โดยส่ง นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง มาชี้แจงแทน ประธานกรรมาธิการจึงเชิญให้กลับ เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และมีผลได้ผลเสียกับประชาชน ไม่สามารถให้ข้าราชการที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา มารับผิดชอบแทนได้ เนื่องจากในกรรมาธิการมีการจดชวเลขและทุกคำพูดมีผลผูกพันทางกฎหมาย ครั้งหน้าจะเชิญนายนฤชามาอีก หากยังไม่มาก็จะใช้อำนาจเรียกต่อไป

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เดือด อธิบดี ปค.-ประธาน กสทช.เบี้ยวแจงปมแชตหลุด-ผลประโยชน์ทับซ้อน



ในที่ประชุมกรรมาธิการยังพูดคุยถึงความรับผิดชอบ ของหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง หากทราบเรื่องนี้แล้วไม่มีการจัดการหรือไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ควรจะมีความผิดทางวินัยหรือไม่ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนายนฤชาเลย มองว่าเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเกิดขึ้นช้ามาก ซึ่งต้องดูว่าคนทำเรื่องนี้มีใครเกี่ยวข้องบ้าง และในแต่ละชั้นความลับ แต่ละคนรับรู้ข้อมูลมาแค่ไหน หากผู้บังคับบัญชาและผู้ที่เกี่ยวข้องรู้แล้วและยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จะมีการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร

 

นายนฤชาไม่สามารถส่งเพียงเอกสารมาให้ได้ จะต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง หากสุดท้ายแล้วนายนฤชาไม่มา จำเป็นต้องใช้อำนาจเรียก ซึ่งไม่ทราบว่าท่านจะดื้อแพ่งไปถึงเมื่อใด กรรมาธิการจะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และนอกจากเจ้าตัวมาเองแล้ว เอกสารก็ต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติมด้วย 


 

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง

 

นางสาวชลณัฏฐ์ ยังกล่าวถึงการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของประธาน กสทช. ว่า วันนี้มีเพียง 3 รายที่เข้ามาชี้แจง คือ เลขาธิการวุฒิสภา, ก.ล.ต. และสภาองค์กรของผู้บริโภค ส่วน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง โดยแจ้งว่าติดภารกิจ รวมถึงคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็น 3 คนที่มีความสำคัญในการชี้แจงเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่งที่ นพ.สรณ ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง เพราะถือเป็นการเลี่ยงการตรวจสอบที่สังคมกังขา ทั้งที่ กสทช. ถือครองผลประโยชน์ของประชาชนนับแสนล้านบาท 


 

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

ขณะที่ผู้นำสูงสุดไม่กล้าเผชิญความจริง และตอบคำถามกรรมาธิการ สะท้อนถึงการขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ซึ่งในที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานรัฐใช้ข้อจำกัดทางเทคนิค และชั้นความลับของข้อมูลมาเป็นเกราะป้องกันในการตรวจสอบ เช่น เมื่อทวงถามข้อมูลบางอย่างจาก ก.ล.ต. และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กลับอ้างข้อจำกัดทางกฎหมายไม่สามารถให้ข้อมูลได้ อ้างเป็นชั้นความลับ และรายงานบางอย่างการประชุมยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่สามารถส่งให้หน่วยงานได้ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อปิดสมัยประชุมวุฒิสภา รายงานบางอย่างที่ค้างอยู่ถือว่าตกไปทันที ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ แต่ตามรัฐธรรมนูญกรรมาธิการมีอำนาจเรียกบุคคลใด ๆ ก็ตามไม่มีข้อยกเว้นลำดับชั้นความลับ ความรับรองอำนาจมาแล้วก็ไป แต่ความรับผิดชอบยังคงอยู่

 

ดังนั้น จึงไม่ต้องห่วงว่าความลับจะรั่วไหล เพราะกรรมาธิการประชุมแบบลับได้ เมื่อเป็นเช่นนี้กรรมาธิการจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติหากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อสาธารณสุข การเรียกต้องมาด้วยตนเองเท่านั้น ส่งตัวแทนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจไม่สามารถทำได้ ถือเป็นการหลีกเลี่ยงการให้ความร่วมมือต่อกรรมาธิการ


ดังนั้นในเรื่องนี้กรรมาธิการขอเรียกเอกสารจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา การตรวจสอบประวัติและความประพฤติเชิงลึกของนายแพทย์ และรายงานของคณะกรรมาธิการ ICT ชุดที่ 22 ทั้งหมด และขอหนังสือชี้แจงจาก ก.ล.ต. ตรวจสอบการดำรงตำแหน่งกรรมการในธนาคารกรุงเทพ รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลรามาธิบดี ขอบันทึกการเข้าปฏิบัติงานตารางเวรการตรวจรักษาผู้ป่วยเพื่อพิสูจน์ว่ามีการทำงานทับซ้อนหรือไม่

 

กรรมาธิการพัฒนาการเมือง ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การตรวจสอบแค่ตัวบุคคล แต่เป็นการตรวจสอบทั้งระบบ เป็นการปกป้องหลักการความโปร่งใสของ กสทช. การที่ กสทช. ถูกกังขาเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และอาจถูกต้องข้อสงสัยได้ กมธ. จะติดตามให้ถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด