เนชั่นทีวี

ข่าว

“พริษฐ์” เปิดคลิปวันเลือก สว. จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว 229 คน ให้ศาล

14 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

“พริษฐ์” เปิดคลิปวันเลือก สว. จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว 229 คน ให้ศาล

“พริษฐ์” ตั้งข้อสังเกต กกต. คดีฮั้ว สว. เปิดคลิปวันเลือกตั้ง ซักถามปมโพยเลือก สว. พร้อมจี้ส่งคดี 229 คนให้ศาลวินิจฉัย เตือนหากไม่ส่งอาจถูกตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำคดี

“พริษฐ์” ตั้งข้อสังเกต กกต. คดีฮั้ว สว. เปิดคลิปวันเลือกตั้ง ซักถามปมโพยเลือก สว. พร้อมจี้ส่งคดี 229 คนให้ศาลวินิจฉัย เตือนหากไม่ส่งอาจถูกตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำคดี

KEY

POINTS

  • พริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้ 3 ทางเลือกของ กกต. คดีฮั้ว สว. ได้แก่ ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนทั้งหมด, ยกคำร้องทั้งหมด หรือส่งฟ้องเฉพาะบางราย โดยคาดว่า กกต. จะมีข้อสรุปภายในเดือนกันยายน 2569 ตามกรอบพิจารณาไม่เกิน 90 วัน
     
  • ยก 4 เหตุผลหนุนส่งคดีถึงศาล ระบุว่าหลักฐานในสำนวนมีน้ำหนักมากกว่าคดีเลือกตั้งที่ผ่านมา คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม ขณะที่ กกต. 4 ใน 7 คน ถูก สว. ชุดปัจจุบันรับรองเข้าสู่ตำแหน่ง จึงเสี่ยงถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน
     
  • เปิดคลิปวันเลือก สว. ตั้งคำถามปม “โพยเลือก สว.” หลังพบกรรมการ กกต. ลงพื้นที่ตักเตือนและเก็บโพยในวันเลือกตั้งระดับประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงว่าพบความผิดปกติอะไร มีการตรวจสอบโพยต่อหรือไม่ และหลักฐานดังกล่าวอยู่ที่ใดในปัจจุบัน

14 มิถุนายน 2569 คดีฮั้ว สว. เดือดอีกระลอก เมื่อ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” เปิดคลิปวันเลือก สว. พร้อมตั้งคำถามบทบาท กกต. และชะตาของผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย จับตา กกต. 7 คน ชี้ขาดส่งคดีฮั้ว สว.หรือไม่ส่งคดีถึงศาล ท่ามกลางข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนและมาตรฐานการสอบสวน

 

โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. หลังจากที่ได้เผยแพร่คลิป โดยชี้ว่ากลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาดว่าคดีฮั้ว สว. จะไปถึงศาลหรือไม่คือ 7 กกต. ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มจนถึงวันนี้เป็นอย่างไร ได้ไล่เรียงชี้เห็นว่ามีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนฯ ที่มี กกต.และดีเอสไอและชี้มูลว่าผู้ที่มีความผิดในคดี 229 คน ซึ่งจำนวน 138 คนเป็น สว. และอีก 91 คนเป็นเครือข่ายพรรคการเมืองหนึ่ง มี สส. อยู่ในสภาและคณะรัฐมนตรีด้วย แต่คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีมติสวนทางกลับว่า 229 คน ไม่มีมีความผิดและเสนอให้ กกต. ยกคำร้อง

พริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข้อสังเกตการทำหน้าที่ของ กกต.ในคดีฮั้ว สว.

 

จนมาถึงวันนี้ตกอยู่ที่ กกต. ว่าจะเห็นอย่างไร เมื่อมีมติสวนทางระหว่างคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่เห็นควรส่งฟ้องทั้ง 229 คน กับคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่เห็นว่าควรจะยกคำร้องทั้ง 229 คน เรียนตามตรงทางเลือกของ กกต. และความเป็นไปได้ในปลายทาง 3 เป็นไปได้ 1. กกต. มีมติเห็นชอบ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ส่งเรื่อง 229 คนไปที่ศาล 2.กกต. เห็นตามคณะอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 แล้วยกคำร้องทั้ง 229 คน พูดง่ายเป็นการเป่าคดี ทำให้ไม่ว่าเรื่องของใครไม่ไปถึงศาลแม้แต่คนเดียว 3.กกต. มีการฟ้องส่งคำร้องเฉพาะบางคน และยกคำร้องเฉพาะบางคน บางคนอาจกังวลใจว่าจะเป็นวิธีการสลับบางคนเพื่อปกป้องคนสำคัญที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

 

“แต่สุดท้าย กกต. จะเลือกทางเลือกไหนใน 3 ทางเลือกนี้ เราคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายน 2569 เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กกต. ได้แถลง กกต. 7 คน ได้เริ่มพิจารณาคดีนี้แล้วและระเบียบของคณะคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนวินิจฉัยชี้ขาดข้อ 82 กำหนดไว้ชัดว่าให้คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดต้องไม่เกิน 90 วัน คาดว่าจะอยู่ในช่วงภายในเดือนกันยายนจะได้ข้อสรุปในเรื่อง” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ต้องการสื่อสารชี้เห็นถึง 4 เหตุผลว่า ทำไมเห็นว่า กกต. ควรส่งเรื่องทั้ง 229 คนไปที่ศาล คือ 1. เห็นว่าหลักฐานในคดีนี้มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนๆ ที่กกต. เคยมีมติส่งเรื่องไปที่ศาลแล้ว 2. คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีมติออกมาควรยกคำร้อง 229 คน เป็นคณะที่มีปัญหาเรื่องความชอบธรรม และเสี่ยงเป็นเครื่องมือในการฟอกขาว 3.กกต. ส่วนใหญ่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะ 4 ใน 7 ถูก สว. ที่อยู่ในสำนวนได้รับรอง กกต.เข้าสู่ตำแหน่ง และ 4.กกต. ในเวลานี้ถูกตั้งคำถามจากการกระทำที่ผ่านมาว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่หรือไม่ ในการตรวจสอบคดีทุจริตเลือก สว.

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดคลิปวันเลือก สว.

 

“แต่สำหรับคดีฮั้ว สว. ที่เราพูดถึงอยู่นี้ กกต. ไม่ได้ใช้บริการคณะอนุฯ ชุดที่ 35 อยู่แล้ว แต่ใช้วิธีการตั้งคณะอนุชุดที่ 36 ขึ้นมาเป็นเป็นการเฉพาะในเรื่องนี้ คำถามคือว่าเหตุใดจึงมีความจำเป็นต้องสร้างคณะอนุฯชุดที่ 36 ขึ้นมาเป็นเป็นการเฉพาะ และกระบวนการพิจารณาจากการซักถามตัวแทน DSI ค้นพบว่าในการพิจารณาของคณะอนุฯชุดที่ 36 ไม่เคยมีการเรียกตัวแทนจาก DSI หรือตัวแทนจากคณะอนุฯชุดที่ 26 มาชี้แจง ดังนั้นจึงเกิดคำถามตามมาว่า คณะอนุฯชุดที่ 36 ได้พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านหรือไม่” นายพริษฐ์กล่าว

 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึง 7 กรรมการในคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ซึ่งมีบางคนถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่ เช่น 2 คนตั้งคำถามเรื่องความผูกพันในคดีการทุจริตคอร์รัปชั่น  , 1 คน เป็นจำเลยในคดีทุจริตรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ศาลอุทธรณ์รับฟ้องไปแล้ว ส่วนอีก 1 คน เคยถูกลงโทษทางวินัย ให้ออกจากราชการ โดยถูกชี้มูลว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันยกฟ้องคดีดังกล่าวไปแล้ว และอีก 1 คน ตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง เมื่อมีการเชื่อมโยงระหว่างที่ถูกเลื่อนขั้นในตำแหน่งราชการภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยไปรับนายอนุทิน ที่สนามบินจึงถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่

 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า มี 4 กกต. ถูกรับรองโดย สว. ชุดปัจจุบัน ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนที่พิจารณาอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ได้ด่วนสรุปว่า 4 กกต. จะตัดสินใจเป็นการตอบแทนบุญคุณให้กับการที่รับรองเขา แต่การเข้าสู่ตำแหน่งนี้ กระบวนการเช่นนี้หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะถูกตั้งคำถามเป็นพิเศษ ว่าการตัดสินใจใดที่ค้านสายตาสังคมเมื่อเห็นหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องมีวิธีการที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาที่สุด และมีมติส่งเรื่องไปให้ศาลพิจารณาว่าใน 229 คน ใครผิดไม่ผิด

พริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข้อสังเกตการทำหน้าที่ของ กกต.คดีฮั้ว สว.

พร้อมกันนี้ได้เปิดคลิปเหตุการณ์เลือก สว. ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ความยาว 2 นาที ที่ผู้ตรวจการเลือก สว. ได้ยื่นเป็นหลักฐานให้แก่วิปฝ่ายค้าน โดยมีบุคคลในคลิปใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินที่เดินไปตรวจในสถานที่เลือก และจากการตรวจสอบพบว่าเป็น 1 ใน 7 กกต. ที่จะชี้ขาดว่าคดีฮั้ว สว. จะไปถึงศาลหรือไม่

 

พร้อมตั้งคำถามว่าในเหตุการณ์ในคลิปทาง กกต. และเจ้าหน้าที่เห็นหลักฐานอะไรที่เกี่ยวกับโพยจึงมีการพูดว่า ”จะเป็น สว. กันแล้วขอให้เลือกตั้งด้วยความสุจริต“ หรือสิ่งที่มองว่าอาจมีการกระทำความผิดที่อาจจะเกิดขึ้น และจำเป็นต้องตักเตือน และในวันเลือก สว. หลังเก็บโพยไปแล้วมีการดำเนินการอะไรต่อ และมีการประกาศผลเลือก สว.แล้ว โพยมีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเชื่อมโยงกับหลักฐานอื่น และปัจจุบันโพยอยู่ที่ใด ส่งไปยังศาลหรือไม่ ซึ่ง กกต. ต้องชี้แจงให้ชัดเจน

 

นายพริษฐ์ ย้ำว่า ทั้งหมดเป็นสิ่งที่สื่อเห็นว่าทำไม กกต. จึงควรส่งเรื่องไปยังศาลทั้ง 229 คน ตามมติหรือข้อไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพราะหลักฐานในคดีนี้ชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนๆ ที่ กกต. มีมติส่งเรื่อง หากมติไม่ส่งเรื่องไปยังศาลก็อาจจะถูกตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำคดี และคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มี ปัญหาเรื่องความชอบธรรมและเสี่ยงถูกเป็นเครื่องมือในการฟอกขาว

 

และเห็นว่า กกต.4 ใน 7 คน มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะถูกรับรองโดย สว. ที่อยู่ในสำนวน หากอยากหลุดพ้นข้อหาต้องส่งเรื่องไปยังพิจารณาคดี และปัจจุบันสังคมตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ กกต. ว่าตรวจสอบคดีฮั้ว สว. อย่างเต็มที่หรือไม่ หากไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลย่อมถูกตั้งคำถามได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปิดตาข้างเดียวหรือรู้เห็นเป็นใจ ซึ่งหลักฐานทั้งหมด จะนำไปสื่อสารกับประชาชน เพื่อชี้เหตุว่าเหตุใดต้องส่งเรื่องไปยังศาล

 

 

เมื่อถามว่า ในเมื่อกกต.บอกว่า สามารถนำโพยเข้าไปได้ ซึ่งทางผู้ร้องได้ระบุหรือไม่ว่าพบความผิดปกติอย่างอื่นอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ผู้ร้องได้มีหลักฐานมาสองส่วน คือถ้อยคำที่เคยได้แถลงข่าวไปแล้ว ซึ่งในวันที่มีการเลือกสว.ระดับประเทศ ผู้ร้องได้แจ้งเบาะแสไปยังกกต. และเหมือนว่าเลขาธิการ กกต. ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเบาะแสนั้น จึงไม่ได้ดำเนินการต่อ เป็นสิ่งที่เขาให้ด้วยถ้อยคำ

 

ส่วนหลักฐานชุดที่สองจะเป็นคลิปวิดีโอที่เปิดไป ตนคิดว่าผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คือ กกต. เพราะการที่กกต. จะบอกว่าผู้สมัครแต่ละคนสามารถจดเลขเพื่อกันลืมได้นั้น คำถามคือแล้วทำไม กกต. จะต้องเก็บโพยไป และ การที่ กกต. เดินเก็บแสดงว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นการทุจริต และไม่ใช่แค่เดินเก็บอย่างเดียว แต่ยังมีกรรมการ กกต. มาตักเตือนแสดงว่า ณ จุดนั้นกกต. ต้องเห็นอะไรบางอย่าง ที่ผิดปกติ หรือสุ่มเสี่ยงในการทุจริต จึงได้มีการเก็บโพย ซึ่งสิ่งที่ผิดปกติในวันนั้นคืออะไร และเมื่อเก็บโพยไปแล้วได้ตรวจสอบต่อหรือไม่ มาจนถึงวันนี้หลักฐานโพยทั้งหมดในวันนั้นอยู่ที่ไหน

 

เมื่อถามว่า โพยที่พบมีตัวเลขที่เหมือนกันทุกฉบับเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า ก็ต้องถามกกต. ว่าควรพิจารณาต่อหรือไม่ ส่วนตัวก็มองว่าควรจะเป็นเช่นนั้น โดยตามกฎหมายการเลือก สว. ได้เปิดช่องไว้ ว่าเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต กกต. สามารถเรียกประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนและมีมติออกมาได้เลยว่าจะมีการแก้ไขยับยั้ง อย่างไร หรือมีการเลือกใหม่หรือไม่ แต่มาจนถึงวันนี้ก็ชัดเจนว่า กกต. ไม่ได้ทำอะไร และไม่ได้ทำอะไรเพราะอะไร รวมถึงได้มีการตรวจสอบหลักฐานในโพยนั้นเทียบเคียงกับหลักฐานอื่นๆหรือไม่

 

ส่วนกรณีเรื่องการจองโรงเเรมก่อนวันเลือกตั้ง สว. หากมีการยกข้อโต้แย้งว่า ผู้สมัครฯ ที่มาจากฝั่งประชาชนก็มีการจองโรงแรมในลักษณะเดียวกัน นายพริษฐ์ กล่าวว่าเรา ต้องดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่ากับใครก็ตาม และต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน สิ่งที่เราเห็นในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 คือ หลักฐานหลายประเภทประกอบกัน มีทั้งเรื่องการทำโพยที่มีตัวเลขชุดเดียวกัน ที่ปรากฏอยู่ มีทั้งหลักฐานการนัดหมาย มีหลักฐานทั้งการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ เพื่อเดินทางเข้ามาในที่นัดหมาย รวมไปถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ บุคคลดังกล่าว