นายภัณฑิล ยังบอกว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร 19 ครั้ง มีแค่การยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาชุดก่อน ร่างกฎหมายใหม่ยังเป็นศูนย์ จึงขอเรียกร้องนายโสภณ และทวงถามถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีประสิทธิภาพในอนาคต พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้กล่าวหานายโสภณ ไม่ได้ทำงาน แต่หัวใจของการทำงานของประธานสภาฯ เห็นชัดในมุมประชาชนแล้วหรือยัง หรือมัวแต่ไปหมกมุ่นที่บุรีรัมย์เพียงอย่างเดียว
นายภัณฑิล ยอมรับว่า ตนเองอาจพูดในสิ่งที่ไม่ถูกใจนายโสภณ เพราะหลายคนคงไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรง ๆ ซึ่งนายโสภณ ยังไม่สามารถสร้างภาพจำในความทรงจำประชาชนว่า เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ขับเคลื่อนงานสภา ซึ่ง 90 วัน นายโสภณ ยังไม่สามารถส่งมอบภาพลักษณ์นี้ได้ ประชาชนยังเห็นภาพพิธีกรรม ภาพลักษณ์ไปอยู่บุรีรัมย์ ดังนั้น ตนจึงขอให้นายโสภณ เพิ่มการประชุมในวันศุกร์ เพื่อเคลียร์ญัตติ ร่างกฎหมาย รายงานที่คั่งค้าง และให้ร่างกฎหมายที่ สส.และภาคประชาสังคมเสนอ ได้รับการพิจารณาบ้าง ไม่ใช่พิจารณาเพียงร่างกฎหมายจากคณะรัฐมนตรี
นายภัณฑิล ยังย้ำว่า นายโสภณ ไม่ควรไปเสียงบประมาณประชาชน หรือเสียเวลาข้าราชการ เพราะข้าราชการไม่สามารถปฏิเสธนายโสภณ ที่จัดพิธีกรรมที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่แก่นสาระสำคัญของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ จึงขอให้ลดลาบ้าง เพื่อไม่เป็นภาระเจ้าหน้าที่ที่พูดไม่ออก ซึ่งตนยังไม่ได้เทียบกับรัฐสภาในต่างประเทศว่า รัฐสภาไทยออกกฎหมายได้มากน้อยเพียงใด และไม่อยากให้ประชาชนจดจำว่า นายโสภณออกแต่ข่าวเคารพธงชาติ หรือจิตอาสา เพราะความสามารถของรัฐสภา ไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรม แต่อยู่ที่การแก้ปัญหาให้ประชาชน
ส่วนจะให้คะแนนนายโสภณเท่าไรนั้น นายภัณฑิล บอกว่า ตนเองไม่กล้าประเมิน ซึ่งช่วง 90 วันทดลองงานอาจจะเร็วไปนิดนึง แต่ตนขอดักคอไว้ก่อน ซึ่งเห็นในนายโสภณ แต่ขอเรียกร้องว่า ในอนาคตทำหน้าที่ออกกฎหมาย นำญัตติ รายงาน ความเดือดร้อนประชาชนมาพิจารณาเยอะ ๆ สส.จะได้ร่วมอภิปราย อย่ามัวแต่ทำพิธีกรรมที่ไม่ใช่เรื่อง อย่าไปหาทำสาระแนในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัว