เนชั่นทีวี

ข่าว

สองบิ๊กสื่อจี้ “กสทช.” หยุดยื้อโรดแมปทีวีดิจิทัล ก่อนถึงกาลอวสานสื่อไทย

08 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สองบิ๊กสื่อจี้ “กสทช.” หยุดยื้อโรดแมปทีวีดิจิทัล ก่อนถึงกาลอวสานสื่อไทย

จับตาการประชุมบอร์ด กสทช. 10 มิ.ย. นี้ โรดแมปทีวีดิจิทัลยังส่อถูกยื้อยาว สองผู้บริหารสื่อใหญ่ตั้งข้อสังเกต พิรุธเบื้องหลังเอื้อทุนใหญ่โทรคมนาคม จี้นายกฯ กวาดขยะองค์กรอิสระด่วน!

8 มิถุนายน 2569 อุตสาหกรรม ทีวีดิจิทัล ไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น หลัง กสทช. ส่อเจตนาแช่แข็งโรดแมปทีวีดิจิทัลที่มีสำคัญ ผู้นำสื่อหวั่นกระทบ ฟรีทีวี และ ความมั่นคง ของชาติ สวนทางกับกระแสการปรับตัวสู่โลกดิจิทัล ที่ต้องการความชัดเจนในการแข่งขัน

 

โรดแมปไม่ชัดเจน ทุบอุตสาหกรรมทีวีไทยระส่ำ

 

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อุปนายกและกรรมการ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนทุกภาคส่วน มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ถึง "อันตรายขั้นวิกฤต" ของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ที่กำลังนับถอยหลังสู่ความล่มสลาย เนื่องจากใบอนุญาตจะหมดอายุในเดือนเมษายน 2572 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี 10 เดือนเท่านั้น แต่ปัจจุบัน กสทช. ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ออกมา

 

"ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ทำธุรกิจนี้มา 20-40 ปี ทุกคนพร้อมสู้ต่อ แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายภาคพื้นดินที่เสื่อมโทรมลงทุกวัน เพราะเวลาเหลือน้อยและไม่รู้ว่า กสทช. จะวางอนาคตอย่างไร จะประมูลใหม่หรือไม่ ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ระบบการออกอากาศระดับชาติของไทยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างร้ายแรง" นายอดิศักดิ์ ระบุ

ปลดล็อก "มัสต์ไฟนด์" สู้แพลตฟอร์มต่างชาติยึดครองประเทศ

 

นายอดิศักดิ์ ชี้ว่า ปัญหาใหญ่ในปัจจุบันคือ แพลตฟอร์มต่างชาติกำลังเข้ามายึดครอง และกำหนดวาระข่าวสารในประเทศผ่านระบบ "อัลกอริทึม" ที่เน้นเนื้อหาเร้าอารมณ์เพื่อแย่งเม็ดเงินโฆษณา ในขณะที่ทีวีดิจิทัลของไทยกลับมีข้อจำกัดและมีภาระค่าใบอนุญาตมหาศาล แต่การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT ของ กสทช. กลับล่าช้ามานานกว่า 3 ปี

 

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการคือ "การแข่งขันที่เท่าเทียม" และการผลักดันทีวีดิจิทัลไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิง โดยเปลี่ยนผ่านจากกฎเดิมไปสู่แนวคิด "มัสต์ไฟนด์" (Must-find) คือ ประชาชนต้องสามารถพบเห็นและเข้าถึงไอคอน หรือแอปพลิเคชันของทีวีระดับชาติได้ทันทีในทุกครัวเรือน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สื่อไทยกลับมาเป็นที่พึ่งของสังคม และสร้างซอฟต์พาวเวอร์ที่มีคุณภาพ 

 

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อุปนายกและกรรมการ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย)

ตั้งข้อสงสัย "ประธาน กสทช." ลำเอียงอุ้มทุนโทรคมนาคม

 

อุปนายกสมาคมทีวีดิจิทัลฯ ยังได้วิเคราะห์เกมยื้อวาระอย่างดุเดือด โดยตั้งข้อสังเกตไปที่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่เป็นผู้กำหนดวาระการประชุม

 

"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมฝั่งบรอดแคสต์ถูกละเลย ทั้งที่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านทีวี พยายามนำโรดแมปนี้เข้าสู่วาระตลอดเวลา แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณาและตกค้างมาหลายเดือน ในทางกลับกัน วาระฝั่งโทรคมนาคมกลับได้รับการพิจารณาและอุดหนุนเงินอย่างรวดเร็ว ทำไมน้ำหนักการบริหารงาน ถึงเอียงไปอุ้มทุนสื่อสารขนาดใหญ่จนมาครอบงำธุรกิจบรอดแคสต์?"

 

จี้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำดับไฟใต้ดิน "สแกมเมอร์-ฉ้อโกงออนไลน์"

 

ผลกระทบจากการที่ กสทช. แช่แข็งการกำกับดูแล OTT และแพลตฟอร์มต่างชาติ ไม่เพียงแต่ทำลายธุรกิจสื่อไทย แต่ยังปล่อยให้เกิดปัญหา "ฉ้อโกงออนไลน์และสแกมเมอร์" ระบาดหนักจนกลายเป็นภัยความมั่นคงระดับชาติ มีคดีค้างเก่าในระบบกองบัญชาการสอบสวนกลางกว่าแสนคดี และมีประชาชนเข้าแจ้งความใหม่วันละนับพันราย

 

นายอดิศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลโดยเฉพาะ "นายกรัฐมนตรี" จะนิ่งเฉยและปล่อยให้ กสทช. อ้างความเป็นองค์กรอิสระ แล้วไม่กำกับดูแลอะไรเลย เหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว ผู้นำรัฐบาลต้องกระโดดลงมาสะสางปัญหานี้ด้วยตัวเอง เพราะนี่คือความเดือดร้อนของประชาชน และทางรอดเดียวของอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนไทย

 

ผนึกกำลังทวงถามความชัดเจนอนาคต "ฟรีทีวีไทย"

 

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์และทิศทางของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติได้ร่วมมือกับ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ในการระดมความคิดเห็น เพื่อหาทางออกต่อปัญหาความล่าช้าในการจัดทำแผนนำทาง หรือ โรดแมป (Roadmap) ทีวีดิจิทัลของ กสทช. ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ รองรับหลังจากที่ใบอนุญาตประกอบกิจการจะสิ้นสุดลงในปี 2572

 

ทั้งนี้ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติพร้อมที่จะร่วมผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก "ฟรีทีวี" ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมไทย แม้พฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชน จะเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มสมาร์ตโฟน แต่ยังมีประชากรอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านระบบมือถือได้ และยังต้องพึ่งพาการรับชมจากฟรีทีวีเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต เช่น ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุรุนแรง หรือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 

"ช่วงเวลาที่ประเทศมีวิกฤต ทุกคนยังต้องพึ่งพาและยึดถือข้อมูลข่าวสาร จากสื่อฟรีทีวีเป็นหลัก การดำรงอยู่ของฟรีทีวีจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับสังคมไทย" นายชวรงค์ ระบุ

 

 

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

 

จับตาพิรุธบอร์ด กสทช. ส่อเจตนา "ดองวาระ"

 

ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทางสมาคมทีวีดิจิทัล ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังการประชุมคณะกรรมการ กสทช. เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อเกาะติดสถานการณ์ แต่กลับพบความผิดปกติในขั้นตอนการพิจารณา เนื่องจากวาระเรื่องโรดแมปทีวีดิจิทัลดังกล่าว เคยถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาไปแล้ว ซึ่งตามหลักการหากการพิจารณายังไม่เสร็จสิ้น จะต้องถูกยกยอดมาพิจารณาต่อในการประชุมครั้งถัดไป

 

แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า ในการประชุมทุกสัปดาห์จะมีการนำวาระอื่น ๆ แทรกเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แผนโรดแมปต้องถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจสะท้อนให้เห็นถึงเจตนาของ กสทช. ที่ไม่ต้องการเร่งรัดผลักดันให้เกิดความชัดเจนอย่างตรงไปตรงมา

 

คาดเลิก "ระบบประมูล" พลิกโฉมสู่การแข่งคุณสมบัติ

 

สำหรับแนวโน้มการบริหารจัดการคลื่นความถี่โทรทัศน์ในอนาคต นายชวรงค์ เผยว่า จากการหารือร่วมกับ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง มีมุมมองที่สอดคล้องกันว่า การเปลี่ยนผ่านในรอบใหม่นี้ จะไม่มีการใช้วิธีเปิดประมูลคลื่นความถี่อีกต่อไป เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนของผู้ประกอบการ

 

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการประมูลเกิดขึ้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขข้อกฎหมาย เพื่อรองรับระบบการคัดเลือกรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "บิวตี้คอนเทสต์" (Beauty Contest) หรือการเปิดแข่งขันด้วยคุณสมบัติ ข้อเสนอแผนงาน และมาตรฐานทางวิชาชีพแทน

 

แต่เงื่อนไขสำคัญก่อนจะไปถึงขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย คือ สำนักงาน กสทช. จะต้องจัดทำและประกาศกรอบแนวทาง (Roadmap) ที่ชัดเจนออกมาก่อน ทว่าปัจจุบันตัวแนวทางดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนเกิดภาวะชะงักงัน และไม่สามารถวางแผนการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาวได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรณรงค์ และให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อร่วมกันกระทุ้งให้เกิดความคืบหน้าโดยเร็ว