จ่าเอกยศสิงห์ ยังระบุว่า ร้อยเอกธรรมนัสเป็นผู้นำที่ยึดหลัก “ทำมากกว่าพูด” และให้ความสำคัญกับการลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยพรรคกล้าธรรมมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการยืนเคียงข้างประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องในต่างจังหวัด เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของประเทศ
สำหรับประเพณีบุญบั้งไฟ จ่าเอกยศสิงห์มองว่า ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมความเชื่อที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ยังเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สามารถต่อยอดไปสู่พลังทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หากได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และการยกระดับอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมย้ำว่า การพัฒนาประเทศในยุคใหม่ไม่ควรมองเพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือการลงทุนขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องมองเห็นคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในทุกจังหวัดของประเทศไทย เพราะวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงเรื่องของอดีต หากแต่เป็นพลังของปัจจุบัน และสามารถกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของอนาคตได้จริง
“บ้านเมืองจะเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มจากคนในพื้นที่รักและศรัทธาในบ้านของตนเอง เมื่อเรารักษาวัฒนธรรมของเราไว้ได้ เราก็รักษารากเหง้า ศักดิ์ศรี และอนาคตของลูกหลานเราไว้ได้เช่นกัน” จ่าเอกยศสิงห์กล่าว
จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวทิ้งท้ายว่า งานบุญบั้งไฟล้าน จังหวัดหนองบัวลำภู ไม่เพียงเป็นการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวอีสานเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของ Soft Power ไทยที่มีรากฐานจากประชาชน จากชุมชน และจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งหากได้รับการผลักดันอย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจ และนำอัตลักษณ์ไทยก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างสง่างาม
ภายในงานมีประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงพลังของวัฒนธรรมไทยที่ยังคงมีชีวิต มีเสน่ห์ และสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า ชุมชน และภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองบัวลำภู