“ทนายอั๋น” ร้อง DSI สอบ 33 นายทุน -13เอกชน บุกรุกเขากระโดง
08 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ทนายอั๋น” บุก DSI ยื่นหนังสือจี้ตรวจสอบ 33 กลุ่มนายทุน - 13 เอกชน รุกที่ดินเขากระโดง กว่า 245 ไร่ พบรุกพื้นที่สาธารณะ-ลำรางสาธารณะชัดเจน
ข่าว
08 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ทนายอั๋น” บุก DSI ยื่นหนังสือจี้ตรวจสอบ 33 กลุ่มนายทุน - 13 เอกชน รุกที่ดินเขากระโดง กว่า 245 ไร่ พบรุกพื้นที่สาธารณะ-ลำรางสาธารณะชัดเจน
KEY
POINTS
8 มิถุนายน 2569 กรณีร้อน เขากระโดง สะเทือนวงการที่ดินเมื่อ “ทนายอั๋น” นำหลักฐานเข้าพบ ดีเอสไอ เพื่อเร่ง ตรวจสอบที่ดิน ผืนงามหลังพบการ บุกรุกพื้นที่สาธารณะ กว่า 245 ไร่ พร้อมจี้เอาผิดกลุ่ม บริษัทรุกที่ดิน ที่ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยมิชอบ
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและถมพื้นที่ทับคลอง ห้วย ลำราง และทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่เขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินว่าด้วยการบุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผู้อำนวยการ
กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง
นายภัทรพงศ์ ระบุว่า การร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่ดินที่มีโฉนด ซึ่งอยู่ระหว่างข้อพิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับเอกชน แต่เป็นการขอให้ตรวจสอบพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิภายในเขตกว่า 5,083 ไร่ รวมถึงลำห้วย คลอง รางน้ำ และทางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ซึ่งตนพบว่ามีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทับพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างว่ามีกลุ่มนิติบุคคล 13 บริษัท และบุคคลธรรมดาอีก 33 ราย เข้าไปใช้ประโยชน์ในลักษณะเชิงพาณิชย์ พร้อมย้ำว่าไม่สามารถอ้างได้ว่า คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว
ทนายอั๋นกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบแผนที่ที่ดินของกรมที่ดิน (Land Map) ประกอบกับการลงพื้นที่และใช้ระบบ GPS พบจุดต้องสงสัยรวม 20 จุด แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ พื้นที่สนามแข่งรถ สนามฟุตบอล และพื้นที่อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ในเขากระโดง โดยบางจุดมีการถมลำรางและทางน้ำสาธารณะ ขณะที่สนามฟุตบอลบางส่วนรุกล้ำพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิถึงร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบการก่อสร้างทับทางสาธารณะและลำน้ำหลายจุด ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการบุกรุกทรัพยากรสาธารณะอย่างชัดเจน
ทนายอั๋นยังระบุว่า พื้นที่ที่ถูกรุกล้ำรวมประมาณ 245 ไร่ และหากดีเอสไอตรวจสอบแล้วพบว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิด ก็สามารถนำหนังสือร้องเรียนฉบับนี้ ไปใช้เป็นการกล่าวโทษทางอาญาได้ทันที เนื่องจากเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน โดยอ้างอิงบทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และมาตรา 108 ทวิ ซึ่งมีโทษจำคุก 1-5 ปีต่อกรรม พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอใช้เทคโนโลยีตรวจสอบพิกัด และเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมที่ดิน มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงข้อโต้แย้งจากฝ่ายที่ครอบครองพื้นที่ และนักกฎหมายบางฝ่ายว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำวินิจฉัยยืนยันสถานะที่ดินเขากระโดง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว เพียงแต่ยังมีปัญหาในกระบวนการเพิกถอนเอกสารสิทธิบางส่วน พร้อมวิพากษ์การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชิญชวนผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว ให้นำหลักฐานมาอภิปรายต่อสาธารณะ เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยคาดหวังว่า ดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ และมีความชัดเจนภายในระยะเวลาอันใกล้
ข่าวล่าสุด