เนชั่นทีวี

ข่าว

ประเดิมซักฟอกทุบกล่องดวงใจ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”

05 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

ประเดิมซักฟอกทุบกล่องดวงใจ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”

เดือดแน่! พรรคประชาชน จ่อยื่นซักฟอกโครงการ "TH-AI Passport" ประเดิมทุบกล่องดวงใจ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” ภาค ปชช.เคลื่อนไหวร้อง กมธ.สอบ ปูดแท็กติกขั้นเทพ ยิ่งกว่าล็อกสเปค

5 มิถุนายน 2569 มีรายงานจากพรรคประชาชนว่า พรรคได้เตรียมวางแผนและเก็บข้อมูลเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจการดำเนินโครงการ TH-AI Passport เป็นการประเดิมตรวจสอบรัฐบาล "พรรคภูมิใจไทย" 

โดยสาเหตุที่พรรคประชาชนจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ และจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน ก็เพราะ

  1. เป็นโครงการของกระทรวงที่มี “รัฐมนตรีว่าการ” เป็น “กล่องดวงใจ” ของผู้นำตัวจริงของพรรคภูมิใจไทย 
  2. แม้ผลของการอภิปรายจะไม่สามารถล้มรัฐบาล หรือชนะเสียงในสภาได้ แต่จะทำให้พรรคภูมิใจไทยบาดเจ็บหนัก 
  3. เป็นการแสดงให้สังคมเห็นว่า รัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ “กลุ่มลูกเทพ” ของพรรคภูมิไทย ไม่ได้มีศักยภาพในการทำงานได้จริง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส และยังคงทำงานการเมืองแบบเก่า 
  4. เป็นการตอกย้ำเครือข่ายสีน้ำเงิน ว่ามีทั้งพรรคการเมือง และกลุ่มทุนที่เอื้อประโยชน์กันแบบ “กินรวบ” 

ประเดิมซักฟอกทุบกล่องดวงใจ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”  

ภาค ปชช.ปูดแท็กติกขั้นเทพ ยิ่งกว่าล็อกสเปค "AI สีน้ำเงิน" 

การตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี ขยายวงในกระบวนการของสภา เมื่อสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน หรือ สตป. ได้นำข้อมูลเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีคุณรังสิมันต์​ โรม เป็นประธาน เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการฉ้อฉลทางกฎหมายและการยุติธรรมในโครงการ  TH-AI Passport 

โดย สตป. ได้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการฯ เรียกบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อซักถามข้อมูล ได้แก่ 

  • คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี)
  • คุณพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างทุกคน 
  • กิจการค้าร่วม ทีเอช ซึ่งประกอบด้วยบริษัท 2 แห่ง ในฐานะผู้ชนะการประกวดราคา 
  • บริษัทด้านพลังงานและปิโตรเลียม 2 แห่ง 

ประเดิมซักฟอกทุบกล่องดวงใจ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”

สำหรับประเด็นที่เรียกร้องให้ตรวจสอบ มี 3 ประเด็น คือ 

1.การกำหนดทีโออาร์ หรือ “ขอบเขตงาน” ด้วยเงื่อนไขพิเศษ ให้ผู้รับจ้างต้องทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ จำนวน 1,500 สาขา ซึ่งโดยข้อเท็จจริงในประเทศไทย มีบริษัทเพียงแห่งเดียวที่มีความสามารถดำเนินการได้ และบริษัทแห่งนี้ก็เป็นพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นไขว้ในบริษัท 1 ใน 2 แห่ง ที่จับมือเป็นกิจการค้าร่วม ทีเอช ซึ่งชนะการประกวดราคา 
2.ห้วงเวลาเปิดรับซองประมูล กำหนดไว้เพียง 34 วัน ทำให้บริษัทอื่น หรือเอกชนรายอื่นๆ ที่สนใจ ไม่สามารถติดต่อกับบริษัทไอทีขนาดใหญ่ในต่างประเทศเพื่อร่วมเสนอราคาได้ และยังเลือกประกาศเปิดรับซองในช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวสิ้นปีอีกด้วย 

ประเดิมซักฟอกทุบกล่องดวงใจ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”

สงสัยใช้ “บริษัทพลังงาน” นอมินีจ่ายทอนล่วงหน้า

3.บริษัทพลังงานและปิโตรเลียม 2 แห่ง ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียง 3 ล้านบาท แต่กลับบริจาคเงินให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่งช่วงก่อนเลือกตั้งจำนวนมาก เต็มเพดานที่กฎหมายอนุญาตให้บริจาคได้ใน 1 ปี เมื่อตรวจสอบในทางลึกพบว่า บริษัทพลังงาน 2 แห่งนี้ เป็นเครือข่ายเดียวกับบริษัทผู้ชนะประมูลโครงการ TH-AI Passport ทั้งรายชื่อผู้ถือหุ้นบางส่วน และที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน จึงต้องการให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบว่า เป็นการจ่ายมัดจำล่วงหน้า ก่อนจะกำหนดทีโออาร์ล็อกสเปคเพื่อให้ได้งานในเวลาต่อมาหรือไม่ 

ทั้งนี้ ทาง สตป. ได้เข้ายื่นหนังสือกับ คุณรังสิมันต์ เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

มีรายงานว่า คุณโรม ได้หารือเป็นการภายในกับกรรมาธิการฯ โดยระบุว่า จะรับตรวจสอบเรื่องนี้พร้อมกับคณะกรรมาธิการการติดตามงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว โดยจะร่วมกันตรวจพร้อมกันเป็นคณะใหญ่ ในวันที่ 18 มิถุนายน เพื่อให้ได้ผลออกมาโดยเร็ว และหากพบความไม่ชอบมาพากลอย่างชัดเจนจริง จะได้นำไปสู่การระงับ หรือยกเลิกโครงการได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้