เนชั่นทีวี

ข่าว

จบสวย! “ภราดร” ยันคุย “เพื่อไทย” แล้ว ถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย

04 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

จบสวย! “ภราดร” ยันคุย “เพื่อไทย” แล้ว ถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย

จบสวย! “ภราดร” ยันคุย “เพื่อไทย” แล้ว หลังถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย เหตุกังวลขัดคำวินิจฉัยศาล บอกหากปรับแก้ขอพิจารณาก่อน เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วม

จบสวย! “ภราดร” ยันคุย “เพื่อไทย” แล้ว หลังถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย เหตุกังวลขัดคำวินิจฉัยศาล บอกหากปรับแก้ขอพิจารณาก่อน เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วม

KEY

POINTS

 

  • ภูมิใจไทยถอนชื่อหนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญเพื่อไทย เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของพรรคกังวลว่าเนื้อหาร่างอาจขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
  • แจ้งเหตุผลให้เพื่อไทยรับทราบแล้ว โดยแกนนำภูมิใจไทยได้หารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมขอให้สมาชิกพรรคที่เคยร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างดังกล่าวถอนชื่อออกจากการเสนอร่าง เนื่องจากมีข้อกังวลทางกฎหมายที่ต้องพิจารณา
  • ยืนยันไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล นายภราดร ระบุว่า ความเห็นต่างเรื่องร่างแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ และยังมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หากพรรคเพื่อไทยแก้ไขร่างตามข้อกังวลแล้ว ภูมิใจไทยจะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะร่วมลงชื่อสนับสนุนหรือไม่

 

4 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทย มีมติถอนชื่อในการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ(ร่างแก้ รธน.) ของพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคภูมิใจไทยได้หารือกันว่า เนื่องจากเรามีข้อกังวลมาจากฝ่ายกฎหมาย และคนที่ดูเรื่องรัฐธรรมนูญมาตลอด อาทิ นายนิกร จำนง และ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งได้ท้วงติงขึ้นมาว่าร่างของพรรคเพื่อไทยจะมีปัญหาไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ห้ามมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ซึ่งในร่างของพรรคเพื่อไทยได้กำหนดเอาไว้ว่าให้ในแต่ละจังหวัดไปเลือก ส.ส.ร. 3 คน แล้วส่งให้ทางรัฐสภาเป็นผู้เลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คน ด้วยเหตุนี้พรรคภูมิใจไทยจึงมองว่าอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย

 

หลังจากนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงได้หารือกับพรรคเพื่อไทยว่า ในกรณีที่มีเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยประมาณ 30 คนไปร่วมสนับสนุนในร่างของพรรคเพื่อไทย แต่เนื่องจากพรรคมีความกังวลในข้อกฎหมายแบบนี้ จึงขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิกพรรคขอไม่ลงชื่อร่วมสนับสนุนในร่างดังกล่าว ซึ่งตนได้มีการคุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แล้ว

 

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะกลับไปแก้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยได้บอกความกังวลไปแล้วว่าความกังวลของเราต่อพรรคเพื่อไทยคืออะไร ฉะนั้นหลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่พรรคเพื่อไทยที่จะไปพูดคุยกันในพรรค ว่ามีความเห็นต่อข้อกังวลของพรรคภูมิใจไทยแบบไหน และจะดำเนินการแก้ไขร่างอย่างไรก็สุดแล้วแต่พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการ

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยแก้ไขข้อกังวลแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ นายภราดร ระบุว่า ขอไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าเราได้มีการหารือกันมาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งตนได้พูดคุยกับ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านกฎหมายแล้ว เขาก็บอกว่าพรรคเพื่อไทยมี 70 เสียง ไม่สามารถที่จะยื่นได้ พวกตนจึงบอกว่าเรามีความพร้อมที่จะสนับสนุน แต่เมื่อมีข้อกังวลแบบนี้ก็ต้องบอกกันตรงๆ

 

ส่วนกรณีที่มีคนมองว่า อาจทำให้กระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายภราดร ยืนยันว่า ไม่มี เพราะถ้าจะกระทบกัน ก็คือต้องไม่มีการพูดคุยกัน อาจจะมีความเข้าใจผิดกันได้บ้าง แต่เมื่อมีการพูดคุยและหารือกันตลอดแบบนี้ เชื่อว่าไม่มีกระทบกระเทือนกัน เพราะฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องแยกส่วนกัน เช่นเดียวกับที่นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติก็ให้ทางรัฐสภาดำเนินการ หรือ หากมีข้อกังวลตรงไหนก็ให้ไปพูดคุยกัน ในขณะที่ฝ่ายบริหารก็ทำงานของฝ่ายบริหารไป